กระทู้ - 00117 : เรื่องของมือถือ

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

เรื่องของมือถือ

ที่มา : http://www.pajera.com/

โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่รู้จักกันว่า มือถือ ปัจจุบัน ถือเป็นเครื่องมือสื่อสารแบบพกพาที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรมี เพื่อการติดต่อที่สะดวกและรวดเร็ว และเมื่อมีการแข่งขันสูง ทำให้คุณภาพเพิ่มขึ้นขณะที่ราคาถูกลง และนับวัน มือถือ ก็ได้รับการพัฒนามากขึ้น ใช้งานได้หลากหลายขึ้น โดยการใช้งานได้รวมเอาคุณสมบัติของอุปกรณ์หลายอย่าง ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ กล้อง วิทยุ หรือออกาไนเซอร์ มารวมไว้ที่เครื่องเดียว ทำให้มีจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นทุกวัน
นั่น เป็นข้อดี ที่ไม่มีใครเถียงว่า มีมือถือแล้ว พ่อแม่เพื่อนฝูงติดต่อได้สะดวกเพียงใด การทำธุรกิจคล่องตัวแค่ไหน และผู้ถือมีความทันสมัยเพียงไร แต่เป็นธรรมดาที่ทุกสิ่ง เมื่อมีด้านดี ย่อมมีด้านเสีย แล้วด้านเสียมีออะไรบ้างที่ผู้ใช้มือถือ พึงตระหนักเอาไว้
เริ่มที่ การใช้มือถือขณะขับรถ ข้อนี้ ไม่ต้องอธิบายมาก เพราะได้ประชาสัมพันธ์กันอย่างถ้วนหน้า และมีกฎหมายบังคับห้ามใช้มือถือขณะมืออยู่ที่พวงมาลัยแล้ว แต่อนุโลมให้ใช้อุปกรณ์เสริมประเภทแฮนด์ฟรีได้(แต่ก็ยังถือว่าไม่มีสมาธิอยู่ดี) แต่เนื่องจากว่า ผู้รักษากฎหมาย มีจำนวนน้อย ไม่พอต่อการกวดขัน ทำให้ดูเหมือนกฎข้อนี้ในเมืองไทยยังไม่เข้มนัก(www.cellular-news/car-bans/)
เหมือนๆกับที่แคลิฟอร์เนีย ที่มีกฎห้ามตั้งแต่ปี 2541 แต่ก็ล้มเหลว ต่างกับที่ออสเตรเลีย หรือ ออสเตรีย ที่กฎหมายเข้ม ใครฝ่าฝืนปรับหนัก เพราะเชื่อกันว่า ผู้ขับรถ ต้องมีสมาธิกับถนน ถ้าใช้มือถือแล้ว จะสูญเสียสมาธิไป และมือที่ต้องละพวงมาลัยมาจับมือถือ ทำให้การขับขี่ไม่มั่นคง เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้สูง มีอัตราเสี่ยงมากพอๆกับเมาแล้วขับรถ
อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้ออกมาโต้แย้งว่า การละมือไปปรับวิทยุหรือเปิดซีดี ก็มีอัตราเสี่ยงสูงเช่นกัน รวมถึงการหยิบอาหารทานในขณะขับรถ หรือแม้กระทั่งการมีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กในรถ ก็มีอันตรายเช่นกัน และเป็นจำนวนที่สูงกว่าการใช้มือถือด้วยซ้ำ แล้วทำไมไม่ไปห้ามติดวิทยุหรือซีดีในรถ ห้ามรับประทานอะไรในรถ หรือห้ามเด็กและสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปเลยล่ะ ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะห้าม ทำให้ประเด็นการห้ามใช้มือถือในรถอ่อนไป
แต่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะสิ่งหนึ่งที่สร้างความไม่สบายให้ผู้ใช้มือถือทั้งหลายก็คือ มือถือเป็นอันตรายต่อสมองของผู้ใช้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์บอกว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีอันตรายต่อเซลล์สิ่งมีชีวิต ซึ่งมือถือปล่อยคลื่นดังกล่าวออกมาด้วย ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการและนักวิจัยอีกหลายกลุ่มก็แย้งว่า คลื่นมีความถี่ต่ำ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ทำอันตรายกับใคร ซึ่งก็ยังเถียงกันไปเถียงกันมาไม่จบ
ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน ได้ทำการทดลองปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากระบบโทรศัพท์จีเอสเอ็ม ที่ใช้กันแพร่หลายในยุโรป เอเชีย และเอเชียกลาง ให้กับหนูอายุ 12-26 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงวัยรุ่นเหมาะสำหรับทำลองและเป็นแบบจำลองสำหรับสิ่งมีชีวิตใหญ่ๆได้ ผลการทดลองพบว่า สมองของหนูมีรูโหว่
โดยสถานการณ์เช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักกันให้มาก เพราะวิทยาการปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางด้านชีววิทยากับกระบวนการผลิตอุปกรณ์เครื่องใช้ ยังมีจุดอ่อนที่กว่าจะทราบว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนทำอันตรายต่อร่างกาย ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์นาน แต่องค์การอนามัยโลก(www.who.org) และ คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐ(FDA) ออกมายืนยันว่า การใช้มือถือ ยังไม่มีเหตุการณ์บ่งชี้ว่า เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ขณะเดียวกันจุลสารทางการแพทย์ของอเมริกาและอังกฤษออกมาระบุว่า การใช้มือถือติดต่อกันมากกว่า 5 ปี มีโอกาสเป็นมะเร็งในสมองได้
จะเชื่อด้านไหนก็พิจารณาเอาเอง แต่อย่าถึงกับต้องโยนมือถือทิ้งไปเลย เรื่องราวการใช้มือถือ ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะที่กล่าวมาเป็นเรื่องของสุขภาพกายและความปลอดภัยล้วนๆ แต่เรายังไม่พูดถึงสุขภาพจิต กันเลย
ลองจินตนาการดูว่า ขณะที่กำลังชมภาพยนตร์รักสุดแสนโรแมนติด พระเอกกำลังจะเอ่ยปาก บอกรักกับนางเอง ทันใดนั้น "กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง" ดังลั่นโรง จากนั้น ก็มีเสียง "โหล เทพเหรอ อืม กำลังดูหนังอยู่ เนี่ยพระเอกกำลังบอกรักนางเอกพอดี แล้วตัวเองเมื่อไหร่จะบอกรักเค้าซะที....." เป็นเวลาเกือบ 3 นาที แล้ว คุณจะรู้สึกอย่างไร
อยากตะโกนด่าใช่มั้ย เพราะรู้สึกว่า การชมภาพยนตร์หรือมหรสพต่างๆ เป็นเรื่องของสาธารณะ การรบกวนอรรถรสผู้อื่น เป็นเรื่องของการเสียมารยาทอย่างยิ่ง (ควรรวมพวกมันสมองน้อย ถามอยู่ได้ทั้งเรื่อง และพวกรู้มาก เดาออกได้ทั้งเรื่องไปด้วย) ควรมีข้อห้ามหรือบทลงโทษอะไรซักอย่าง เหมือนที่การห้ามสูบบุหรี่กำลังทำอยู่โดยการมีเขตสูบบุหรี่ พวกชอบพูดหรือคุยโทรศัทพ์ในโรงภาพยนตร์ก็ควรมี เขตเม้าท์แตก เขตพลอดรัก เขตรู้มาก เป็นต้น เช่นกัน
นั่นเป็นแค่ความฝัน แต่ที่นิวยอร์กทำจริงแล้วเมื่อสภารัฐได้ลงเสียงเป็นมติเอกฉันท์ถึง 38ต่อ5 ในการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในการแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโทรออก การรับ การพูด แม้แต่กริ๊งเดียวก็ไม่ได้ ใครฝ่าฝืน ปรับ 50 ดอลลาร์(ประมาณ 2 พันกว่าบาท) (www.wired.com/news/wilreless/0,1382,57652,00.html)
กฎนี้นอกจากการห้ามใช้ในโรงภาพยนตร์แล้ว ยังรวมถึง คอนเสิร์ต ห้องเรียน โรงละคร พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และแกลเลอรี่ ด้วย แต่ยังอนุญาตให้ใช้ในส่วนของห้องรับรอง ลอปบี้ หรือนอกโรงมหรสพได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่มือถือเท่านั้น แต่รวมเพจเจอร์ หรืออุปกรณ์ที่กำเนิดเสียงด้วย
ซึ่งในเรื่องนี้ ถือเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตของสังคม เพราะในสถานที่เหล่านั้น ทุกคนต้องการสมาธิ การถูกขัดจังหวะหรือทำลายสมาธิ ถือเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ โดยกฎหมายนี้ เริ่มต้นมาจากผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ ที่มักพบมีการใช้โทรศัพท์ในขณะชมภาพยนตร์อยู่ประจำ
อย่างไรก็ตาม สมาคมสื่อสารโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตของอเมริกาก็ออกมาแย้งว่า มือถือเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมนุษย์ไปแล้ว การห้ามคงยาก แต่ทำไมไม่ไปห้าม คนที่แกะห่อขนม คนที่ไอ หรือคนที่คุยเสียงดังล่ะ พวกนั้นน่ารำคาญเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ทางการก็ออกมาบอกว่า ไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นจะส่งเสียงดังเพียงใด แต่กฎหมายไม่สามารถบังคับในเรื่องของสามัญสำนึกได้ (ถูกของเค้า) ว่าแล้ว ก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2546 เป็นต้นไปซะเลย
เมื่อรับทราบถึงสิ่งที่ต้องตระหนัก ก็ควรใช้สามัญสำนึกคิดดูเองว่า อะไรควรอะไรไม่ควร ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น ก็ต้องเตือนตัวเองให้ระมัดระวังเอาไว้ อะไรที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุก็ละไว้ ส่วนโรคภัยไข้เจ็บนั้น ควรมีเวลาที่ห่างโทรศัพท์บ้าง ไม่ต้องติดตัว 24 ชั่วโมงก็ได้ เท่านี้ คุณก็จะใช้มือถือได้แบบสบายใจต่อไป
สวัสดี

ต่อย [ 2003-03-24 22:25:00 ]

EOF

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43