กระทู้ - 00759 : เทคนิคกรุงเทพ ฮือไล่อธิการ เลิกวิทยาเขตหวั่นลดศักดิ์ศรี

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

เทคนิคกรุงเทพ ฮือไล่อธิการ เลิกวิทยาเขตหวั่นลดศักดิ์ศรี

แกนนำนักศึกษา มรม.กรุงเทพ บุกเข้าพบปลัด ศธ. วอนสั่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยปรับโครงสร้างรวมวิทยาเขต 3 แห่งเป็น มรม.กรุงเทพ ยกเลิกวิทยาเขต หวั่นลดศักดิ์ศรีความเป็น "เทคนิคกรุงเทพ" พร้อมเรียกร้องให้ "ผศ.ดร.นำยุทธ" คายอำนาจควบรักษาการอธิการบดี มรม.ทั้ง 9 แห่ง ให้อิสระแต่ละแห่งตั้งรักษาการอธิการบดีเอง เพื่อความคล่องตัว

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (มรม.) วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพกว่า 500 คน ได้รวมตัวกันภายในวิทยาเขตเพื่อคัดค้านการยุบรวมวิทยาลัยเทคโนโลยีเทคนิคกรุงเทพ เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยได้เดินขบวนคัดค้านรอบวิทยาเขต และหยุดที่หน้าสำนักอำนวยการ เพื่อให้ผู้บริหารออกมาชี้แจง

เนื่องจาก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 มกราคม ระบุไว้ในมาตรา 5 ว่า ให้วิทยาเขตต่างๆ ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล รวมตัวกันเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจำนวน 9 แห่ง และให้มีการยกร่างกฎกระทรวงกำหนดโครงการ มรม.ทั้ง 9 แห่ง ให้เสร็จภายใน 180 วัน โดยในส่วนของ มรม.กรุงเทพ ผู้บริหารได้ประกาศโครงสร้างให้มรม.กรุงเทพ จะประกอบด้วย มหาวิทยาลัยแม่ตั้งอยู่ในวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพเดิม และให้วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ และวิทยาเขตพระนครใต้ มีฐานะเป็นวิทยาเขตต่อไป

ซึ่งนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงสร้างดังกล่าว เพราะไม่ใช่รูปแบบที่เหมาะสม แทนที่ทุกคณะจะขึ้นตรงกับสำนักอธิการบดีโดยตรง แต่เมื่อมีวิทยาเขตแล้ว การบริหารงานของคณะที่อยู่ภายใต้วิทยาเขตต้องผ่านสำนักงานวิทยาเขตนั้นๆ ทำให้ขั้นตอนการบริหารซ้ำซ้อน มีขั้นตอนมากขึ้น ทั้งที่ทั้ง 3 วิทยาเขตมีบริเวณใกล้กันแค่ถนนกั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะมีวิทยาเขตอีกต่อไป

นอกจากนั้นตาม พ.ร.บ.ราชมงคล กำหนดให้วิทยาเขตแต่ละแห่งจะต้องมีคณะอย่างน้อย 2 คณะขึ้นไป ในขณะที่วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ เปิดสอนเพียง 1 คณะคือ คณะบริหาร และวิทยาเขตพระนครใต้ เปิดสอนคณะคหกรรมศาสตร์ ทางมหาวิทยาลัยจึงวางแผนที่จะโอนคณะบริหารธุรกิจของวิทยาเขตกรุงเทพไปรวมกับคณะบริหารของวิทยาเขตบพิตรพิมุข และยกคณะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการโรงแรมให้ไปด้วย รวมทั้งยกคณะศิลปกรรมให้ไปอยู่กับวิทยาเขตพระนครใต้ การกระทำดังกล่าวทำให้นักศึกษาที่สมัครเข้าเรียนที่วิทยาเขตกรุงเทพเสียความรู้สึก

นักศึกษาชาย คณะบริหารธุรกิจ รายหนึ่งกล่าวว่า การเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยจะช่วยให้เรื่องคุณภาพมาตรฐานการศึกษาดีขึ้น แต่อยากให้อยู่ภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยเดียวกัน ไม่ต้องแบ่งแยกเป็นวิทยาเขต ผู้บริหารต้องเข้าใจว่าชื่อเสียงของเทคนิคกรุงเทพในตลาดงานเป็นที่ต้องการมากกว่าบพิตรพิมุข

ดังนั้นนักศึกษาที่เทคนิคกรุงเทพเดิมในคณะบริหารธุรกิจและคณะศิลปศาสตร์ที่ต้องย้ายไปบพิตรพิมุขก็จะเสียโอกาสในการสมัครงานส่วนหนึ่ง นอกจากนี้นักศึกษายังมองว่าการวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพและวิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ ห่างกันแค่ข้ามถนน แต่จะมีหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนกัน โดยเฉพาะในสายบริหาร ซึ่งน่าจะยุบให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน เพื่อการสั่งงานตรง การตัดสินใจที่รวดเร็วตามนโยบายของรัฐ

หลังจากที่นักศึกษาได้เดินคัดค้านไปรอบๆ วิทยาเขตแล้ว เวลาประมาณ 14.00 น.นายไพรัตน์ รุ้งรุจิเมฆ รักษาการรองอธิการบดี ได้ออกมารับเอกสารเปิดผนึกจากนักศึกษา และรับปากจะเร่งสรุปข้อมูลและชี้แจงให้นักศึกษาทราบภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งนักศึกษาได้ยอมสลายตัวไปเมื่อเวลา 16.00 น.เพื่อรอฟังคำตอบ

ทั้งนี้การคัดค้านดังกล่าวนักศึกษาได้ส่งแกนนำจำนวน 4 คนไปเข้าพบคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการด้วย โดยเข้าพบเวลา 13.00 น.ในวันเดียวกัน โดยได้ขอให้ปลัด ศธ.สั่งการให้ผู้บริหาร มรม.กรุงเทพ ทบทวนการจัดแบ่งโครงสร้างของมหาวิทยาลัยใหม่

แกนนำรายหนึ่ง เปิดเผยภายหลังเข้ายื่นหนังสือว่า สิ่งที่นักศึกษาต้องการก็คือให้ มรม.กรุงเทพ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ วิทยาเขตบพิตรพิมุข มหาเมฆ และวิทยาเขตพระนครใต้ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลเดิมนั้น รวมตัวมาอยู่ภายใต้การบริหารเดียวกัน ไม่มีวิทยาเขตอีกต่อไป

"นักศึกษาที่สมัครเข้าเรียนที่วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพเพราะชื่อเสียงที่ดังและมีประวัติยาวนานของวิทยาเขตแห่งนี้ แต่เมื่อต้องถูกโอนย้ายไปเรียนในวิทยาเขตอื่นที่ตัวเองไม่ได้เลือกก็ต้องไม่พอใจ โดยเฉพาะเป็นวิทยาเขตที่ดังน้อยกว่า ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยยังให้คำตอบไม่ได้ว่าในใบปริญญาบัตรจะมีคำว่าวิทยาเขตพ่วงท้ายอยู่ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากมีวิทยาเขตพ่วงท้ายด้วยจะยิ่งทำให้นักศึกษาเสียความรู้สึกยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงอยากให้วิทยาเขตทั้ง 3 แห่ง รวมกันเป็นมหาวิทยาลัยเดียว ใบปริญญาบัตรจะได้มีแค่ชื่อของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำให้เด็กที่จบออกไปทุกคนรู้สึกมีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน ทั้งนี้คุณหญิงกษมาได้รับปากว่าจะส่งเรื่องนี้ให้กับนายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ รักษาการอธิการบดี มรม.ทั้ง 9 แห่ง พิจารณา" นักศึกษารายเดิม กล่าว

ส่วนกรณีที่ตั้ง ผศ.ดร.นำยุทธ รักษาการอธิการบดี มรม.ทั้ง 9 แห่งนั้น น่าจะให้สภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งตั้งรักษาการอธิการบดีขึ้นมาดูแลเองมากกว่าที่จะตั้ง ผศ.ดร.นำยุทธ ขึ้นมารักษาการ เพราะจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานมากว่าที่จะต้องมารอให้คนคนเดียวตัดสิน ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดความล่าช้าได้

คุณหญิงกษมา วรวรรณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มรม.) กล่าวว่า จะเสนอต่ออธิการบดี มรม.ให้พิจารณา อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ใจว่าจะต้องนำเข้าสภา มรม.ด้วยหรือไม่

ที่มา : นสพ. คมชัดลึก 3 ก.พ. 2548

WiT.b/pm [ 2005-02-03 08:02:23 ]


ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าทำให้ การพัฒนาส่วนลึกของจิตใจด้วยก็ดี

nEVERdIE [ 2005-02-03 08:57:52 ]
neverdie@ee.in.th


ความคิดเห็นที่ 2

น่าจะรวมทุกๆ มหาลัยของรัฐบาลเป็นชื่อเดียวกันไปเลย จะได้ไม่ต้องแบ่งแยกแบ่งสี เวลาสมัครงานจะได้ไม่หวั่นเท่าไหร่ว่าจะถูกเลือกสี......

EOF

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43