บทความ - 00149 : รถติด แต่จิตไม่ตก

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

รถติด แต่จิตไม่ตก

คนกรุงเทพฯ เวลานี้มิได้ปรารถนาอะไรมากไปกว่าขอให้ได้นั่งเมื่อขึ้นรถเมล์ หรือขอให้ไปหนมาไหนได้โดยรถไม่ติด เพียงเท่านี้ชีวิตก็มีความสุข และสามารถเล่าเรื่องนี้ให้ใครต่อใครฟังได้เป็นวันๆ (นับว่าผิดกับคนนิวยอร์คอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ กล่าวกันว่าที่นั้นมักจะคุยแข่งกันว่า ใครเคยถูกปล้นทรัพย์หรือถูกทำร้ายหนักกว่ากัน)

มองในแง่นี้ คนกรุงเทพฯ ก็นับว่าสมถะอย่างยิ่งที่มิได้เรียกร้องอะไรจากชีวิตมากไปกว่านี้ ทั้งๆ ที่คนเมืองอื่นปรารถนาสิ่งต่างๆ มากมายโดยถือว่าการได้นั่งรถเมล์หรือการสัญจรบนถนนที่ปลอดรถราเป็นเรื่องพื้นๆ เสียเหลือเกิน แต่สำหรับคนกรุงเทพฯ แม้มักน้อยถึงเพียงนี้แล้ว ก็ยังไม่ค่อยได้สมปรารถนาเท่าใดนัก

รถติดคือความจริงของชีวิตที่คนกรุงเทพฯ ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว มันกลายเป็นสัจธรรมในระดับที่รองลงมาจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราถูกสอนมาให้รู้จักทำใจเผชิญกับสิ่งนั้นๆ ด้วยความสงบ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำอะไรเลย หากเจ็บป่วยเราก็ต้องรู้จักรักษา





ความจริงท่านสอนให้รู้จักป้องกันก่อนที่โรคภัยไข้เจ็บจะเกิดด้วยซ้ำ โดยต้องรู้ก่อนว่าเหตุปัจจัยของโรคนั้นมาจากอะไร จะได้ป้องกันหรือแก้ไขได้ ความตายก็เช่นกัน คนเราไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็จะตาย หากแต่ต้องมีสาเหตุ พระท่านสอนให้เราพยายามรักษาชีวิตเพื่อทำกิจที่เป็นประโยชน์ให้ได้นานที่สุด แต่เมื่อถึงคราวที่เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องทำใจพร้อมรับความตาย โดยไม่คิดหน่วงเหนี่ยวชีวิตหรืออาลัยทรัพย์สินเงินททอง ตลอดจนญาติมิตรที่จะต้องจากกันชั่วกัลปาวสาน
ความจริงการนั่งรถในกรุงเทพฯ เป็นคนละเรื่องกับความตาย (เว้นเสียแต่ว่ามีความประมาทเป็นเจ้าเรือน พูดภาษาสมัยใหม่คือสวมวิญญาณนักซิ่ง) แต่ในแง่หนึ่งก็สัมพันธ์กันอย่างยิ่ง นอกจากเหตุการณ์ทั้งสองจะกลายเป็นสัจธรรมที่คนกรุงเทพฯ หลีกเลี่ยงไม่ได้ดังกล่าวแล้ว ความเกี่ยวเนื่องอีกอย่างก็คือ ทั้งสองเหตุการณ์ต้องอาศัยศิลปะอย่างเดียวกันในการเอาชนะ หากทำใจไม่ได้กับปัญหารถติด ก็ยากที่จะทำใจได้เมื่อเผชิญความตาย ส่วนใครที่เชื่อว่าตนเตรียมใจไว้แล้วกับความตายก็ควรทดสอบด้วยการนั่งรถผ่านสี่แยกอสมท. ช่วงเย็นวันศุกร์ขณะที่ฝนตกหนัก และกำลังมีนัดตอน ๑ ทุ่ม

เมื่อเราเจอสภาพจราจรแน่นขนัด ทำไมเราจึงต้องหงุดหงิดและทุกข์ร้อนเสียเหลือเกิน ? คำตอบก็คือ เพราะมันทำให้เราผิดนัด เสียงานเสียการและจะต้องไปเจอกับเจ้านายหน้ายักษ์ที่คอยแต่จะหักเงินเดือนเรา ฯลฯ คำตอบมีมากมาย แต่คำถามข้อต่อมาก็คือ หงุดหงิดแล้วช่วยอะไรได้หรือไม่ ถ้าเราหงุดหงิดมากแล้วจะทำให้รถแล่นไปได้เร็วขึ้นกว่าเวลาไม่หงุดหงิดหระนั้นหรือ ในสภาพเช่นนี้อย่างเดียวที่เราสมควรทำคือ หาหนทางไปให้เร็วขึ้น เช่น เปลี่ยนเส้นทาง หรือทิ้งรถแล้วควบมอเตอร์ไซด์ หรือไม่ก็ลงเดินเลย แต่ถ้าเงื่อนไขไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ สิ่งที่ควรทำก็คือ ทำใจให้สงบและเป็นสุข เพราะหงุดหงิดมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นทุกข์แก่ตัวเอง ไม่ใช่แค่ทุกข์ใจเท่านั้น หากยังทุกข์กายด้วย โรคกระเพราะ โรคหัวใจ โรคความดัน เป็นกันมากก็เพราะความเครียดความหงุดหงิดอย่างไร้ประโยชน์แบบนี้แล

แต่การอยู่เฉยๆ บนรถโดยไม่ให้เครียดหรือหงุดหงิด เป็นเรื่องทำได้ยาก เพราะใจนั้นคอยแต่จะติดกังวลต่างๆ นานา เปิดช่องให้โทสะเข้ามาครอบงำ ดังนั้นการหาทางดิงจิดให้ไปจดจ่อกับเรื่องอื่นจังเป็นวิธีที่จะช่วยคลายเครียดได้มาก บางคนอาจเลือกฟังเพลงหรือฟังข่าวทางวิทยุ หรือเปิดเทปธรรมะกล่อมใจ แต่สำหรับบางคนการฟังเทปบรรยายธรรมอาจทำให้จิตฟุ้งซ่านยิ่งขึ้นอีก เพราะใจไม่มีนิสัยไปทางนั้น จิตจิงอยากแส่ส่ายไปคิดเรื่องอื่นมากกว่า ซึ่งในที่สุดก็หวนมาคิดถึงเรื่องรถติด หรือกังวลกับสิ่งที่จะตามมากับปัญหารถติด แต่สำหรับผู้ที่ฝึกมาดีแล้ว เพียงแค่ตามลมหายใจเข้าออกอย่างต่อเนื่องก็สามารถทำจิตให้สงลได้แม้ผู้คนรายรอบจะรุ่มร้อนรำคาฯใจที่รถไม่เคลื่อนเลยก็ตาม

ทางเลือกมีมากมาย ข้อสำคัญคือ ควรหาอะไรทำเพื่อดึงจิตให้เป็นสมาธิกับสิ่งอื่นจะได้ไม่จดจ่อกับสภาพรถติด พร้อมกันนั้นควรฝึกจิตให้รู้จักปล่อยวางกับปัญหานี้ โดยเตือนใจไว้เสมอว่าหงุดหงิดเพียงใดก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ในยามนี้ สิ่งที่ควรทำอีกอย่างคือแผ่เมตตาแก่ตนเองให้มาก พยายามตั้งจิตปรารถนาดีต่อตนเอง ถ้ารักตนอย่างแท้จริงแล้ว จออย่าได้นำความทุกข์ ความหงุดหงิดมาทำร้ายจิตใจและร่างกายของตนเลย

การฝึกจิตให้ปล่อยวางกับปัญหาในยามที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้นหรือดีกว่านั้น ถึงที่สุดแล้วก็คือการฝึกตนให้พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาชีวิตนานาประการที่ร้ายแรงและยิ่งใหญ่กว่าปัญหารถติด เป็นการเผชิญด้วยจิตใจที่สงบ มีสติและพร้อมที่จะใช้ปัญญาเข้าไปแก้ไข และหากถึงคราวที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็สามารถยิ้มรับได้อย่างเป็นสุข แม้ภัยที่ย่างเข้ามานั้นจะเป็นความตายก็ตาม



รถติด แต่จิตไม่ตก จากหนังสือสุขใจในนาคร (ศิลปะการอยู่เมืองอย่างมีความสุข)


ต่อย [ 2004-05-05 02:18:47 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43