บทความ - 00174 : ความฝันของคุณ...อาจจะจุดประกายฝันให้คนอื่นต่อไปได้อีก

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ความฝันของคุณ...อาจจะจุดประกายฝันให้คนอื่นต่อไปได้อีก

วันเสาร์-อาทิตย์(๒๑-๒๒ส.ค.)ที่ผ่านมา สถานีนิปปอนทีวี จัดรายการการกุศลเพื่อคืนกำไรสู่สังคม ที่ชื่อว่า "ทีวี ๒๔ ชั่วโมง" เป็นปีที่ ๒๗

รายการนี้ออกอากาศตั้งแต่คืนวันเสาร์เวลาราวๆ ๒ ทุ่มไปจนถึงคืนวันอาทิตย์เวลาประมาณ ๓ ทุ่มครึ่ง เนื้อหาของรายการนี้ที่ออกอากาศ ๒๕ ชั่วโมงครึ่งจะเน้นไปที่การเปิดโอกาสให้คนพิการ และคนปกติที่อยากทำอะไรท้าทายยากๆที่ไม่คิดว่าจะทำได้ มาแสดงความสามารถทำอะไรท้าทาย โดยสถานีจะแพร่ภาพออกอากาศไปทั่วประเทศ ภาพของการต่อสู้ของผู้คนที่ไม่ยอมแพ้แม้ว่าธรรมชาติจะกลั่นแกล้งให้เกิดมาพิการ เป็นภาพที่มีพลังมากและสะท้อนให้เห็นความงดงามของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาเพื่อที่จะต่อสู้กับชีวิตต่อไป ภาพที่แพร่ภาพออกอากาศไปเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทางบ้านพยายามต่อไป ไม่ท้อแท้ ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต

รายการเปิดรับบริจาคเงินจากคนญี่ปุ่นทั่วประเทศตามห้างใหญ่ๆ บัญชีธนาคาร หรืออาจจะมาบริจาคโดยตรงที่จุดรับบริจาคใหญ่ๆอย่างศูนย์บริการนิสสันที่ย่านกินซ่า หรือบุโด้คังสถานที่จัดงานและแพร่ภาพออกอากาศ เงินที่ได้รับบริจาคจะถูกนำไปใช้จัดซื้อรถเข็นสำหรับคนพิการ รถยนต์ที่ใช้เคลื่อนย้ายคนพิการที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้ รวมทั้งบริจาคไปช่วยเหลือผู้ไร้โอกาสในต่างประเทศด้วย ปีนี้มียอดรับบริจาคจนถึงเวลาก่อนการสิ้นสุดการออกอากาศ ๒๔๗ ล้านเยน (ตกราวๆเกือบ ๑๐๐ ล้านบาท)

รายการมักตั้งชื่อธีมของงานแต่ละปี สำหรับปีนี้เขาตั้งชื้อธีมของงานว่า "อานะตะ โนะ ยูเม วะ มิ้นน่า โนะ ยูเม" ผมพยายามแปลเป็นภาษาไทยโดยให้ความหมายที่สามารถสื่อได้ตรงกับความหมายที่เขาต้องการสื่อกับคนดูว่า

"ความฝันของคุณ...อาจจะจุดประกายฝันให้คนอื่นต่อไปได้อีก"

เด็กชายโมโตะกิ เกิดมาพร้อมกับความพิการ เขาเป็นโปลิโอตั้งแต่เด็ก จะไปไหนมาไหนต้องใช้ไม้เท้า ฮีโร่ของเขาคือนักเบสบอลที่ชื่อ ฮิเดกิ มัตซุ่ย ที่ตอนนี้ไปเล่นเบสบอลในอเมริกาให้ทีมนิวยอรค์แยงกี้

โมโตกิอยากจะเดินอย่างเด็กคนอื่นแต่เขาไม่สามารถเดินได้ไกลกว่า ๓๘ ก้าว เขาขอรายการ "ทีวี ๒๔ ชั่วโมง" พบกับมัตซุ่ยเพื่อให้เขาพิสูจน์ว่าเขาสามารถเอาชนะอุปสรรคทางร่างกายเขา เขาขอลองเดินโดยไม่ใช้ไม้เท้าจากเบสหนึ่งไปถึงอีกเบสหนึ่งดู ตอนที่เขาฝึกเดิน เขาอายผู้คนที่มองว่าเขาพิการ แม่เขาต่อว่าเขาว่า "ทำไมต้องอายกับสายตาผู้คนด้วย เธอกำลังพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเธอเดินได้ด้วยตนเองเช่นกัน" ในระหว่างที่ฝึก,โมโตกิล้มแล้วล้มอีกจนขาถลอกเป็นแผล แต่เขาก็ยังฝึกซ้อมต่อไป

เดือนที่แล้ว โมโตกิได้ไปเจอมัตซุ่ยในนิวยอร์ค แล้วเขาขอพิสูจน์ว่าเขาเดินได้ไกลที่สุดด้วยตนเองโดยไม่ใช้ไม้เท้าค้ำ รอบแรกเขาล้มก่อนถึงอีกเบสหนึ่ง แต่เขาขอลองใหม่ (คำขอลองใหม่นี้ แม้แต่แม่เขาก็ตกใจ เพราะปกติ ถ้าล้มแล้วโดยมากโมโตกิจะยอมแพ้ ไม่ลองใหม่ แต่วันนี้โมโตกิ กล้าที่จะลองใหม่ ท้าทายตัวเองอีกครั้ง) เขาเดินอย่างช้าๆจนไปถึงอีกเบสสำเร็จ ภาพของความพยายามของเด็กชายโมโตกิจนบรรลุเป้าหมายเรียกน้ำตาจากดาราหลายคนที่มาร่วมรายการนี้พราะทุกคนลุ้นให้เขาเดินจนถึงอีกเบสสำเร็จ

เด็กชายฝาแฝดสองคนที่อยากทำฝันให้เป็นจริง ด้วยการพายเรือแคนูระยะทาง ๔๐ กิโลเมตรในแม่น้ำ อดีตนักซูโม่อย่าง ทาโร่ อาเคโบโน่ ช่วยเติมฝันให้เด็กสองคนเป็นจริงด้วยการร่วมพายด้วยกันกับเด็กสองคน ระยะเวลาร่วม ๑๑ ชั่วโมงที่เด็กวัย ๑๒ สองคนและอดีตซูโม่ร่วมกันพายผ่านแดดที่ร้อนจัด และฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดระยะทาง แพแคนูยางมาถึงเส้นชัยตอนเย็นของวันอาทิตย์

เคตะ มูราคามิ ชายหนุ่มวัย ๑๙ ปีที่ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์เมื่อปีที่แล้ว ขาเขาใช้งานไม่ได้ เขาไม่กล้าไปพบหน้าเพื่อน เขาอายที่เป็นคนพิการ เขากังวลว่าจากนี้ไปเขาจะทำอะไร ดำรงชีวิตอย่างไรต่อไป แล้วเขาก็ตัดสินใจขอท้าทายตนเอง เอาชนะอุปสรรคทางร่างกาย ด้วยการลองแข่งไตรกรีฑาดู เขาไม่เคยเล่นกีฬานี้มาก่อน แต่ถ้าเขาสามารถอดทนฝ่าฟันจนไปถึงเส้นชัยได้ ชัยชนะของการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เขาเข้มแข็งและกล้าที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่อไปได้ ไตรกรีฑาคือการที่ผู้เข้าแข่งขัน ต้องว่ายน้ำ ๑.๕ กม. ขี่จักรยาน ๔๐ กม. และวิ่งอีก ๑๐ กม.

แม้แต่คนธรรมดา ระยะทาง ๕๑.๕ กม.ก็ถือว่าโหดมากแล้ว แต่นี่สำหรับคนพิการ มันโหดกว่ามาก เขาค่อยๆว่ายน้ำจนครบ ๑.๕ กม. ตามด้วยจักรยานสำหรับคนพิการ ถีบโดยใช้มือสองข้างปั่น เขามาถึงระยะ ๔๐ กม.ด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่เขาก็ยังพยายามต่อไปด้วยรถสามล้อวีลแชร์สำหรับคนพิการอีก ๑๐ กม. ตอนรถวีลแชร์ขึ้นสะพาน กล้องจับภาพของการต่อสู้อย่างมากของเขาที่พยายามเอาชนะสภาพของสะพายที่ชันมากๆ แม้แต่สตาฟที่ตามเขาไปด้วยยังต้องลงจากจักรยานเพราะขี่ขึ้นสะพานลำบากมาก แต่สำหรับเคตะ เขาไม่ยอมแพ้ เพราะเขารู้ว่าทุกคนเอาใจช่วยเขาอยู่ พ่อแม่กำลังรอเขาอยู่ที่เส้นชัย และถ้าเขาไม่สามารถจะไปถึงเส้นชัยได้ เขาจะไม่มีความกล้าที่จะเอาชนะอุปสรรคในชีวิตจากนี้ไป เขาพยายามอย่างมากจนถึงเส้นชัย เขาทำความฝันสำเร็จแล้ว

ไฮไลท์ของรายการทีวี ๒๔ ชั่วโมงอยู่ที่ก่อนจะสิ้นสุดการออกอากาศ ทุกคนคอยลุ้นว่าดาราหญิงจะวิ่งมาราธอน ๑๐๐ กม. ถึงเส้นชัยไหม?

ทุกปีจะมีดาราหญิงที่อาสาขอท้าทายตนเองด้วยการวิ่งมาราธอน ๑๐๐ กม. เมื่อ ๒ ปีก่อนดาราที่นามสกุล นิชิมูระ ไม่มีลูก อยากทำอะไรท้าทายในชีวิต และเธอเชื่อว่าหลังจากที่เธอทำอะไรที่ท้าทายที่สุดในชีวิตเธอสำเร็จลงไปแล้ว ชีวิตของเธอจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากที่เธอสามารถวิ่งจนครบ ๑๐๐ กม.สำเร็จ ความฝันที่เธอคอยรอมานานก็เป็นจริง เธอตั้งครรภ์ในเวลาต่อมาและให้กำเนิดลูกสาวเมื่อเดือนเมษาปีที่แล้ว (ผมไม่ได้สรุปให้ท่านทั้งหลายที่อยากจะมีลูก แต่ไม่สามารถมีลูกได้ ต้องไปวิ่งมาราธอนอย่างนิชิมูระ เพียงแต่ผมเชื่อว่าถ้าท่านสุขภาพแข็งแรงพอ และเคยผ่านประสบการณ์วิ่งมาราธอนมาบ้าง ท่านคงจะเห็นด้วยว่าถ้าท่านสามารถวิ่งจนครบระยะมาราธอนแล้ว โดยเฉพาะระยะฟูลมาราธอน--๔๒.๑๙๕ กม.--ท่านจะเข้าใจว่าชีวิตของท่านเหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และสำคัญ อย่าพึ่งเชื่อผมจนกว่าจะพิสูจน์ด้วยตนเองครับ เฉพาะท่านที่มีสุขภาพดีนะครับ แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี ไม่แนะนำให้ไปวิ่งมาราธอนครับเพราะมีคนตายเพราะมาราธอนมามากแล้วครับ)

ปีที่แล้วดาวตลกหญิง ฮานาโกะ ยามาดะลองวิ่งที่ระยะ ๑๑๐ กม.ดูเหมือนเธอฝืนกำลังตัวเองเกินไป สุดท้ายเธอมาถึงเส้นชัยจริงแต่ไม่ทันก่อนเวลาสิ้นสุดรายการออกอากาศ

ปีนี้ คาโอรุ สุกิตะ ขอท้าทายตนเองที่ระยะ ๑๐๐ กม. (อ่านเรื่องชีวิตนักสู้ของคาโอรุ ที่ผมเคยเขียนก่อนหน้านี้ตามแอดเดรสข้างล่างนี้ครับ

http://www.budpage.com/ba123.shtml
หรือ
http://www.budpage.com/budboard/show_content.pl?b=1&t=3332

เหตุผลของการท้าทายด้วยการวิ่งระยะโหดๆ ๑๐๐ กม.ของสุกิตะคือ เดือนพฤศจิกายนนี้เธอจะย่างเข้าสู่วัย ๔๐ แล้ว ดังนั้นก่อนที่จะอำลาวัย ๓๐ ปีนี้ เธออยากทำอะไรท้าทายในหน้าร้อนสุดท้ายในวัย ๓๐ และจากนี้ไปเธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในวัย ๔๐
เมื่อวานนี้สุกิตะสามารถเข้าถึงเส้นชัยและทันเวลาออกอากาศ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าก่อนถึงเส้นชัย กลับกลายเป็นรอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อเธอเข้าถึงเส้นชัย สำหรับเธอ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานตลอดการวิ่งมาราธอน ๑๐๐ กม.เหมือนกับเธอได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยที่เธออายุ ๑๕ และโด่งดังจากการแสดงละครทีวี

ตอนดึกผมมีโอกาสดูการถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิก ที่เอเธนส์ ประเภทการแข่งขันมาราธอนหญิง ผมรู้สึกเสียใจกับ พอลล่า เลดคลิฟ เจ้าของสถิติโลกมาราธอนหญิงชาวอังกฤษที่ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขัน เมื่อเธอวิ่งมาถึงระยะ ๓๖ กม. เห็นกล้องจับภาพเธอร้องไห้ เข้าใจความรู้สึกว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ไม่สามารถวิ่งถึงเส้นชัย ขณะเดียวกันรู้สึกร่วมดีใจกับ มิสุกิ โนะกูจิ ที่เธอสามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ

รูปนักวิ่งหญิงที่ผมเอามาใส่ไว้ในกระทู้นี้ ชื่อ นาโอโกะ ทากาฮาชิ เธอได้เหรียญทองจากการแข่งขันมาราธอนหญิงโอลิมปิก ที่ซิดนีย์ ภาพที่ท่านทั้งหลายเห็นคือความดีใจของคนที่เข้าถึงเส้นชัย และภาพนี้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอีกจำนวนมากไล่ล่าคว้าฝันเพื่อให้บรรลุความฝันที่ตนเองตั้งใจไว้

โนะกูจิ ไม่เคยลงแข่งรายการฟูลมาราธอนมาก่อน แต่ภาพที่ ทากาฮาชิ บรรลุความฝัน เข้าถึงเส้นชัยได้เหรียญทองมาราธอนหญิงเหรียญแรกให้ญี่ปุ่นที่ซิดนีย์ กลายเป็นภาพประทับใจและเติมฝันให้ โนะกูจิ อยากจะไปโอลิมปิกและคว้าเหรียญทองบ้าง สี่ปีของการฝึกซ้อม เธอก้าวขี้นมาอยู่แนวหน้าจากโนเนมในรายการมาราธอน จนถึงวันนี้เธอบรรลุความฝันของเธอแล้ว

เรื่องที่ผมเล่าให้ท่านทั้งหลายฟัง จะเป็นเรื่องการต่อสู้ของคนพิการ หรือคนปกติในกระทู้นี้ เหตุผลก็เพียงแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า

" ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร จะเกิดมาเป็นอย่างไร
คนทุกคนต่างมีความฝัน
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณ
อย่าทิ้งความฝันไป
เพราะว่าความฝันของคุณ
อาจจะช่วยจุดประกายความฝันให้กับคนอื่นต่อไปได้อีก"


ต่อย [ 2004-08-28 01:09:10 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43