บทความ - 00198 : ทำไมต้องรอให้

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ทำไมต้องรอให้

ทุกวันนี้มีคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่เริ่มมีปัญหาเรื่องข้อเสื่อมตั้งแต่วัยทำงาน

...จำได้ว่าตอนฉันเล็กๆ มักเห็นป้านั่งพับเพียบอ่านหนังสือเป็นเวลานานแสนนานด้วยติดใจในลีลาการเขียนหรือถูกบทบาทพระเอกรูปหล่อก็ไม่แน่ชัด งานนี้คุณป้าฉันประกาศขอสู้ตายประมาณว่าอ่านไม่จบไม่เลิก ไอ้เราหรือก็เป็นแค่หลาน ยากที่ทัดทานเลยปล่อยเลยตามเลย คิดเสียว่าความสุขของผู้ใหญ่

แค่ครั้นหลังแกปิดหนังสือลงได้ไม่นาน เห็นตั้งท่าจะลุกขึ้นเท่านั้นแหล่ะ แกก็ร้องโอ๊ยเสียจนฉันสะดุ้งโหยง ถามไปถามมาแกบอกว่าปวดช่วงข้อเข่าจัง เราก็พลางนึกในใจ นี่แหล่ะนะ สูงวัยแล้วก็ต้องมีกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรมากมาย เดี๋ยวเอาถุงน้ำร้อนมาประคบซ้ายทีขวาทีคงทุเลาลง

เวลาล่วงเลยมานานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่บัดนี้ฉันเรียนจบเรียบร้อยแล้ว ป้ายังคงนั่งอ่านนิยายในวันว่างเช่นเดิม แต่หลังๆนี้แกไม่นั่งพับเพียบอิงหมอนสามเหลี่ยมเหมือนแต่เคย แต่เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้โยกแทน แถมในบางวันที่แกเลิกอ่านหนังสือ ยังแอบเห็นแกลุกขึ้นมาออกกำลังกายชุดย่อมๆด้วย

การออกกำลังกายชุดย่อมที่ว่าก็คือ การนั่งเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาบนเก้าอี้เตี้ยๆ แล้วเหยียดเข่าตรง เกร็งค้างไว้ทั้งสองข้าง สักประมาณ 5 วินาที หรือไม่ก็สลับนั่ง - ยืน บนเก้าอี้ธรรมดา แล้วลุกขึ้นยืนตรง สลับกับนั่งลงช้าๆ เลยแกล้งแซวไปว่าเดี๋ยวนี้ลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพเป็นพิเศษมีอะไรหรือเปล่าเอ่ย

...เอ๊ะ หรือว่าเห็นโฆษณาลูกเกดชวนออกกำลังกายแล้วเกิดแรงบันดาลใจนะ

แกเลยรีบตอบมาทันควันว่า หมอสั่ง!!!
อ้าวป้าเราเป็นอะไรไปนี่ สอบถามไปมาเลยได้ความว่า หลังๆแกเจ็บเข่ามาก จะลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนก็ไม่สะดวก จึงไปหาหมอเลยทำให้แกได้รู้ว่าได้เป็นโรคข้อเสื่อมเข้าให้แล้ว ทั้งยังพาลกลัวว่า อีกหน่อยจะเดินไม่สะดวก จึงต้องรีบดูแลตัวเองเป็นการด่วน

ฉันเองก็เป็นหลานกตัญญูเสียด้วย เลยวิ่งแจ้นไปหาคุณหมอบ้าง ซึ่งก็ได้คุณหมอใจดีอย่าง น.พ.สุริยพงษ์ เสาวพฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์การกีฬาและการผ่าตัดส่องกล้อง ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ ร.พ.เลิดสิน เป็นผู้ไขข้อคล่องใจทั้งหมดทั้งมวล

ครั้นรู้แล้วจะเก็บเอาไว้เองแต่เพียงผู้เดียวก็กะไรอยู่ งานนี้จึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อจะได้ช่วยกันระแวดระวังภัยใกล้ตัวกัน...

คุณบอกว่าโรคข้อเสื่อม เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในบรรดาโรคข้อทั้งหลาย โดยสามารถเกิดขึ้นได้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ ข้อกระดูกคอ ข้อกระดูกสันหลัง หรือแม้กระทั่งข้อนิ้วมือก็ตาม โรคนี้ พบมากในผู้สูงอายุ เป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดทรมานมากอีกโรคหนึ่ง เลยทีเดียว

โรคข้อเสื่อมเป็นอย่างไร : ข้อต่อคือส่วนเชื่อมต่อของกระดูกสองท่อน ทำให้กระดูกนั้นเคลื่อนไหวได้ ผิวของข้อจะเรียบปกคลุมด้วยกระดูกอ่อนผิวข้อ และมีเนื้อเยื่อไขข้อสร้างน้ำไขข้อเพื่อหล่อลื่นข้อ ข้อเสื่อม ถือ เป็นภาวะข้ออักเสบอย่างนึง พบได้มากที่สุด มีการสึกหรอของกระดูกอ่อนผิวข้อ มีสารที่ทำให้เกิดการอักเสบออกมา ทำให้ข้อนั้นมีการอักเสบ ปวด บวม เคลื่อนไหวข้อไม่สะดวก

สถานการณ์ของคนไทยกับโรคข้อเสื่อมในปัจจุบัน : ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนสูงอายุ เนื่องจากปัจจุบันคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น ทำให้พบโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในเมืองไทยเองจะพบว่ามีอุบัติการณ์ของข้อเข่าเสื่อมมากกว่าทางตะวันตก เนื่องจากเราจะใช้ข้อเข่าในชีวิตประจำวันมากกว่า เช่น นั่งพับเพียบ หรือ คุกเข่าไหว้พระ

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง : แบ่งเป็น ข้อเสื่อมที่เกิดขึ้นเอง และ ข้อเสื่อมที่เป็นภาวะต่อเนื่องมาจากโรคอื่น ข้อเสื่อมที่เกิดขึ้นเอง ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่มักพบในคนที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แต่อาจจะไม่มีอาการ ส่วนข้อเสื่อมที่เป็นภาวะต่อเนื่องมาจากโรคอื่น เช่น เคยมีกระดูกหักที่บริเวณข้อ ทำให้ ข้อนั้นเมื่อหายแล้วไม่เรียบ เมื่อมีการเคลื่อนไหว ก็จะมีการสึกหรอ หรือ โรคข้ออักเสบบางชนิด เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะมีการทำลายกระดูกใต้ข้อ และผิวข้อ ทำให้ข้อเสื่อม

เพศและวัยใดบ้าง ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเสื่อม : วัยสูงอายุตั้งแต่ 40 ปี แต่จะไม่แปรผันโดยตรงตามอายุ และส่วนใหญ่พบในเพศหญิงมากกว่า เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงที่จะกล่าวถึงต่อไปมากกว่า

โรคข้อเสื่อมจะเกิดกับส่วนใดของร่างกายได้บ้าง จุดไหนเป็นมากที่สุด : กระดูกสองชิ้นประกอบกันเป็นข้อต่อ ดังนั้น เกิดได้เกือบทุกแห่ง ที่เราพบได้บ่อยๆ คือ ข้อเข่า ข้อกระดูกสันหลัง ข้อสะโพก ข้อนิ้วมือ ข้อเท้า ส่วนข้ออื่นๆพบได้น้อย

ปัจจัยอื่น ๆ นอกจากอายุ ที่เพิ่มความเสี่ยงให้กับการเป็นโรคนี้ อย่างเรื่องน้ำหนักตัว การได้รับอุบัติเหตุ หรือการใช้ยาหรือสารเคมีบางอย่าง ส่งผลกระทบบ้างหรือไม่ : เรื่องอุบัติเหตุได้กล่าวไปบ้างแล้ว ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวจะมีผลต่อข้อที่เป็นข้อที่ใช้รับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อเท้า น้ำหนักที่มากจะกดลงบนผิวข้อ ทำให้ข้อนั้นๆเสื่อมเร็วขึ้น ยาหรือสารเคมีบางอย่าง อาจจะทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ทำให้ความแข้งแรงของกระโกนั้นๆ ลดลง เป็นปัจจัยเสริมต่อการเกิดข้อเสื่อม เช่น ยาลูกกลอน บางอย่าง การดื่มแอลกอฮอล์มากๆจะมีผลต่อเส้นเลือดในข้อสะโพก ทำให้ข้อสะโพกขาดเลือด และเกิดการยุบตัวของข้อสะโพกทำให้เกิดข้อเสื่อมตามมาได้ อาการของโรค ในแต่ละขั้น ขั้นไหนถือว่าเป็นขั้นรุนแรงน่าเป็นห่วง

อาการจะค่อยๆเริ่มเป็นทีละน้อย มีอาการปวดเมื่อย เวลาใช้งานข้อ บางครั้งมีเสียงกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว อาจจะมีอาการข้อตึงหรือติดเวลาพักใช้ข้อนานๆ เมื่อเป็นมากขึ้น กระดูกผิวข้อสึกหรอมากขึ้น จะทำให้ปวดมากเวลาใช้งานข้อ อาจจะพบว่ามีการผิดรูปของข้อนั้นๆ มีการบวมอักเสบ มีน้าไขข้อมาก และไม่สามารถใช้งานข้อนั้นๆได้ ซึ่งถ้าตรวจด้วยการฉายเอ๊กซ์เรย์จะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน

โรคนี้รักษาหายขาดได้หรือไม่ : เนื่องจากเป็นภาวะจากความเสื่อมของกระดูกผิวข้อ เมื่อเป็นแล้ว เมื่อผู้ป่วยอายุมากขึ้น ก็จะมีโอกาสเป็นซ้ำได้ ส่วนวิธีการรักษา ขึ้นกับอายุ และความรุนแรงของโรค การรักษาด้วยยา ต้านการอักเสบ ยาเสริมกระดูกอ่อน การฉีดน้ำไขข้อเทียม การทำกายภาพบำบัด การรักษาด้วยการผ่าตัด การส่องกล้องล้างผิวข้อ การผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกอ่อน การผ่าตัดแก้ไขแนวรับน้ำหนักข้อ การผ่าตัดใส่ข้อเทียม

การบริหารร่างกายและการปฏิบัติตัวหลังเข้ารับการรักษา ท่าทาง อาหารการกินและยาที่ต้องระวัง : ลดปัจจัยเสี่ยง เช่น ลดน้ำหนักตัว ลดการใช้งานข้อที่มากเกินไป เลี่ยงการยกของหนัก เลี่ยงการคุกเข่า ขัดสมาธิ ขึ้นบันไดสูงๆ การงอข้อในมุมที่มากเกินไป มีอุปกรณ์ประคองข้อ เช่น สนับข้อเข่า ข้อเท้า หรือ เสื้อที่ช่วยรัดประคองบริเวณเอว ออกกำลังกายกล้ามเนื้อพยุงข้อ เช่น กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อ ต้นคอ กล้ามเนื้อข้อเข่า อาหารไม่ควรทานที่มีแคลอรี่มากเกินไปทำให้สะสมเป็นไขมัน การทานแคลเซี่ยมเสริมจะช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงขึ้น ส่วนยาที่ทานควรปรึกษากับคุณหมอที่จ่ายยาเสมอๆ ไม่ควรหาซื้อยามาทานเอง อาจจะมีปัญหากับระบบทางเดินอาหารได้

โรคข้อเสื่อมป้องกันได้หรือไม่ อย่างไร :เนื่องจากเป็นแล้วจะไม่หายขาด เรามีจุดมุ่งหมายจะชะลอภาวะเสื่อม และทำให้สามารถใช้งานข้อนั้นได้พอสมควร ควรระวังอย่าให้เกิดอุบัติเหตุ ออกกำลังกายเช่น การขี่จักรยาน หรือ ว่ายน้ำจะทำให้กระดูกและข้อแข็งแรงขึ้น

สำหรับวิธีการบริหารร่างกายเพื่อป้องกันโรคนี้ จะเน้นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อพยุงข้อจะทำให้ข้อนั้นๆแข็งแรงขึ้น ซึ่งมีตัวอย่างง่ายๆดังนี้

ท่านอน เหยียดเข่า ทำได้โดยการ ใช้หมอนหนุนใต้เข่า ออกแรงให้เข่ากดหมอนต่ำลง แล้ว เหยียดเท้าออกไป ทำสลับไปมา

ท่านอน ยกขา เหยียดเข่า นอนหงายชันเข่าข้างหนึ่งทำมุม 45 องศากับพื้น ยกขาอีกข้างเหยียดตรงส้น เท้าสูงจากพื้นประมาณ 1 ฟุต เกร็งไว้ 5 - 10 วินาที พัก ทำสลับกันข้างละ 10 ครั้ง

ท่านั่งเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา นั่งเก้าอี้เตี้ยๆ แล้วเหยียดเข่าตรง เกร็งค้างไว้ทั้งสองข้าง 5 วินาที ทำซ้ำจน รู้สึกเมื่อย 12 - 24 ครั้ง บริหารวันละ 2 - 4 ชุด เช้า - เย็น

ท่านั่งสลับยืนบนเก้าอี้ ให้นั่งเก้าอี้ธรรมดา แล้วลุกขึ้นยืนตรง สลับกับนั่งลงช้าๆ ทำทุกวัน เช้า - เย็น รอบละ 50 - 100 ครั้ง


ต่อย [ 2004-10-16 21:23:18 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43