บทความ - 00207 : ลั่นทม Plumeria "การละแล้วซึ่งความโศกเศร้า" (ลีลาวดี, Frangipani)

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ลั่นทม Plumeria "การละแล้วซึ่งความโศกเศร้า" (ลีลาวดี, Frangipani)

ลีลาวดี ถ้าแปลตามความหมายตามอักษรแล้ว ก็คือต้นดอกไม้ที่มีท่วงท่าสวยงามอ่อนช้อย ไม้นี้เดิมเรียก ลั่นทม เป็นไม้ยืนต้นในเขตร้อน ที่เห็นทั่วๆไปมีดอกสีขาว แดง ชมพู ชื่อเดิมของพันธ์ไม้นี้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำนี้มาจากคำว่า ระทมซึ่งหมายถึงความเศร้าโศกจึงไม่เป็นที่โปรดปรานปลูกในบริเวณบ้านหรือที่อยู่อาศัย แต่แท้ที่จริงแล้วมีผู้มีความรู้ด้านภาษาไทยกล่าวถึงคำว่า ลั่นทม ที่เรียกกันแต่โบราณหมายถึง การละแล้วซึ่งความโศกเศร้าแล้วมีความสุข ดั้งนั้นคำว่า ลั่นทมแท้ที่จริงนั้นเป็นคำผสมจาก ลั่น+ทม โดยคำแรกหมายถึง แตกหัก ละทิ้ง และคำหลังหมายถึงความทุกข์โศก ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนชื่อมาเป็นลีลาวดีเนื่องจากความเข้าใจในภาษาคลาดเคลื่อน แต่ชื่อใหม่นั้นก็ความไพเราะสมกับท่วงท่าของลำต้น มีตำนานเล่าขานถึงที่มาของลีลาวดีในลักษณะต่างๆกันอย่างไรก็ตามพันธ์ไม้นี้ตามหลักสากล ได้ถูกเรียกชื่อว่า ฟรังกีปานี (frangipani) และเรียกกันทั่วๆไปว่า พลูมมีเรีย (plumeria)

พลูมมีเรีย หรือ พลัมมีเรีย ถูกเรียกตามชื่อของนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ ชาร์ล พลัมเมอร์ (ค.ศ. ๑๖๔๖-๑๗๐๖) บุคคลผู้นี้ได้ริเริ่มจัดระบบเป็นหมวดหมู่ให้กับต้นใม้และดอกไม้ในเขตร้อน เรื่องมีอยู่ว่าในศตวรรษที่ ๑๗ นาย ชาร์ล พลัมเมอร์ ถูกมอบหมายจากกษัตรั ฝรั่งเศส ให้ไปแสวงหาพันธ์ต้นไม้แปลกๆในเขตร้อน ชาร์ลได้เดินทางไปยังหมู่เกาะ แคริเบียน ถึง ๓ ครั้ง จึงได้พบต้นไม้ที่มีดอกสวยงามและรูปทรงแปลกๆ จึงได้นำกลับมาที่ประเทศ ฝรั่งเศส หลายปีผ่านไปนักพฤกษ์ศาสตร์ชาวฝรั่งเศสอีกท่านหนึ่งชื่อนาย ทัวนีฟอร์ท ได้ตั้งชื่อต้นไม้นี้ว่า พลัมเมอร์เรีย (plumieria) เพื่อเป็นเกียรติแก่นาย ชาร์ล พลัมเมอร์ แต่ภายหลังชื่อถูกเรียกเพี้ยนไปเป็น พลูมมีเรีย (plumeria)

อย่างไรก็ดีศัพท์ทางวิชาการของการเรียกชื่อต้นไม้ชนิดนี้ได้ระบุว่า ฟรังกีปานี (frangipani) ชื่อ ฟรังกีปานี ได้ถูกสมมุติฐานว่ามาจากคำในภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า ฟรังกีปาเนีย (frangipanier) ซึ่งมาจากรากศัพท์ว่ากลิ่นหอม (fragrance) อีกสมมุติฐานของชื่อนี้คำว่า ฟรังกีปานี มีความหมายถึงยางสีขาวเหนียวเหนอะซึ่งออกมาจากต้นไม้ที่ถูกตัด ชาวฝรั่งเศสผู้ได้ไปตั้งรกรากในหมู่เกาะแคริเบียนได้สังเกตุเห็นลักษณะเช่นนั้นจึงเรียกว่า ฟรังกีปานีเออร์ (frangipanier) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า นมข้น สรุปแล้วชื่อสากลของพันธ์ไม้นี้มีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากภาษาฝรั่งเศส

ต้นลีลาวดีได้แพร่หลายในอเมริกา สมัยบุกเบิก ซึ่ง ต่อมามีการผสมข้ามพันธ์ มีสีสันมากมายและหลากลักษณะ นักพฤกษ์ศาสตร์ชาวอเมริกันชื่อ วูดสัน (woodson) ได้บ่งลักษณะของชนิด เป็น ๗ ลักษณะ ตามแหล่งดั้งเดิมของที่มา แล้วตั้งชื่อ ดังต่อไปนี้

๑. พลูมมีเรีย อินโนโดรา แหล่งเดิมมาจากประเทศ โคลัมเบีย และ บิตริสกีนา
๒. พลูมมีเรีย พูดิกา ประเทศ โคลัมเบีย เวเนซูเอลา และ มาตินิค
๓. พลูมมีเรีย รูบรา ประเทศ ใน อเมริกากลาง
๔. พลูมมีเรีย ซับเซสซิลิส ประเทศ ฮิสปานิโอลา
๕. พลูมมีเรีย ออบทูซ่า หมู่เกาะบาฮามัส ประเทศ คิวบา จาไมกา ฮิสปานิโอลา ปอร์โตริโก บริติสฮอนดูรัส
๖. พลูมมีเรีย ฟิลิโฟเลีย ประเทศ คิวบา
๗. พลูมมีเรีย อัลบา ประเทค ปอร์โตริโก เวอร์จินไอแลนด์ส และ เลสเซอร์ เอนทิเลส

ยังมีการแบ่งชนิดของลีลาวดีตามลักษณะใบ ช่อดอก และ สี และ การตั้ง ชื่อ เรียก อย่างกว้างขวางในแต่ละที่ ส่วน ประเทศที่ให้ความสำคัญ ของลีลาวดี ถึงมีการตั้งสมาคม ก็คือ สหรัฐอเมริกา โดยมีการจดทะเบียนชื่อตามลักษณะต่างๆดังที่กล่าวถึงกว่า ๓๐๐ ชื่อ จากจำนวนของลีลาวดีที่มีอยู่เดิม (generic) และที่มีการผสมพันธ์ (hybrid) กว่า ๑,๐๐๐ ชนิดทั่วโลก

http://www.lilavadee.com/lilavadeeinfo.html




ลีลาวดี (Frangipani)

เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ใบมีสีเขียว โตและหนา มียางมาก ดอกมีสีขาว-เหลือง ขาว-แดง
ส่วนที่ใช้ ทั้งต้น เปลือกต้น ดอก เนื้อไม้ ยางจากต้น และเปลือกราก
สรรพคุณ
ทั้งต้น ใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคลำไส้พิการของม้า
ใบ เอาใบแห้งมาชงน้ำร้อนใช้รักษาโรคหอบหืด หรือนำใบสดมาลนไฟให้ร้อนแก้ปวดบวม
เปลือกราก ใช้เป็นยารักษาโรคหนองใน เป็นยาถ่าย แก้โรคไขข้ออักเสบ ขับลม
เปลือกต้น นำมาต้มเป็นยาถ่าย ขับฤดู แก้ไข้ แก้โรคโกโนเรีย หรือให้ผสมกับน้ำมันมะพร้าว ข้าวและมันเนย ซึ่งจะเป็นยาแก้ท้องเดิน ยาถ่าย ขับปัสสาวะ
ดอก ใช้ทำธูป แต่ถ้าใช้ผสมกับพลูเป็นยาแก้ไข้ แก้ไข้มาลาเรีย
เนื้อไม้ เป็นยาแก้ไอ ในประเทศเขมร ใช้เป็นยาถ่าย ขับพยาธิ
ยางจากต้น เป็นยาถ่าย รักษาโรคไขข้ออักเสบ ทำให้เกิดผื่นแดง ถ้าใช้ผสมกับไม้จันทร์และการบูรเป็นยาแก้คัน แก้ปวดฟัน

http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=2000000019343




ลั่นทม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Plumeria obtusa L.
ลักษณะทั่วไป : ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 3 - 7 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้าง ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว รูปใบหอก แกมรูปขอบขนาน ขนาด 5-8 x 20 - 30 ซม. ออกเวียนสลับ ปลายใบมน ใบหนา สีเขียวเป็นมัน ใต้ใบมีขน ออกดอกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงขนาดใหญ่ที่ซอกใบปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก โคนกลีบดอกติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ กลมมน ซ้อนเหลื่อมกันสีขาว กลางดอกสีเหลือง กลิ่นหอมมาก ผลเป็นฝักยาวรี ขนาด 1.5 x 15 ซม. ติดกันเป็นคู่ กางออกและงอโค้ง เมื่อแก่แตกตามยาวเมล็ดแบนจำนวนมาก มีปีก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอน หรือปักชำกิ่ง

http://www.tungsong.com/Modify-Lifetsgcity/Tour_Nakorn/Garden/pic_11.html

ต่อย [ 2004-11-06 08:41:29 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43