บทความ - 00214 : เที่ยวป่าหน้าหนาว ระวังไรอ่อนกัดอาจเสียชีวิตได้

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

เที่ยวป่าหน้าหนาว ระวังไรอ่อนกัดอาจเสียชีวิตได้

เตือนหลังเที่ยวป่าหากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง เยื่อบุตาแดง ต่อมน้ำเหลืองโต ไอ มีแผลเหมือนบุหรี่จี้หลัง ถูกไรอ่อนกัดให้รีบพบแพทย์บอกประวัติการเที่ยวป่า ประกอบการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคสครับไทฟัสหรือไม่ โรคนี้อันตรายถึงชีวิต ช่วง 10 เดือนของปีนี้ 8 จังหวัดภาคเหนือ พบผู้ป่วยแล้วกว่า 600 คน แนะเที่ยวป่าหน้าหนาว กางเต็นท์ในที่โล่งเตียน

นพ.ณัฐสกล ภวนวิเชียร ที่ปรึกษา ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ช่วงหน้าอากาศเย็น ฟ้าโปร่ง มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมไปเที่ยวป่าและดูดาวในหน้าหนาว โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาในภาคเหนือ ขอให้ระมัดระวังตนเองอย่าให้ไรอ่อนกัด เพราะเป็นพาหะนำโรคสครับไทฟัส โรคนี้มีอันตรายทำให้เสียชีวิต

ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. กล่าวว่า บริเวณที่ไรอ่อนพาหะของโรคสครับไทฟัสมักอาศัยอยู่ตามบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้าที่เป็นพุ่มไม้เตี้ย ๆ หรือเป็นป่าละเมาะ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นป่าทึบ โดยไรอ่อนมีเชื้อริกเกทเซีย (Rickettsia) เชื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของไรหลายชนิด เมื่อไรแก่ไข่ไว้บนดิน เมื่อไข่ฟักเป็นตัวไรอ่อนอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ จะกินน้ำเหลืองของสัตว์เลือดอุ่น เช่น นก หนู สัตว์เลื้อยคลาน และคนที่เดินผ่านบริเวณที่ไรอ่อนอยู่จะกัดคน มีแผลไหม้ (Eschar) คล้ายกับถูกบุหรี่จี้ ภายหลังรับเชื้อจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 6-21 วัน โดยเฉลี่ยประมาณ 10-12 วัน จะแสดงอาการ ดังนั้น หากกลับจากเดินป่า เที่ยวป่า กางเต็นท์นอนป่า เมื่อมีไข้สูง ปวดศีรษะมาก ปวดเมื่อยตามตัว ตาแดง ตรวจพบแผลคล้ายโดนบุหรี่จี้ ตรงกลางเป็นสะเก็ดสีดำรอบ ๆ จะแดง บางราย ต่อมน้ำเหลืองโต บางรายมีตับม้ามโต อาจมีอาการทางปอด และสมอง แต่ผู้ป่วยมีอาการน้อย มีไข้ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามตัวบ้าง อาจพบผื่น ตาแดงเล็กน้อย ตรวจไม่พบ Eschar อาจมีตับโตบ้าง ผู้ป่วยบางคนมีอาการอย่างอ่อนมากหรือแทบไม่มีเลย อาจมีไข้เล็กน้อย มีปวดศีรษะและมึนศีรษะบ้าง ซึ่งอาการไม่แน่นอน ดังนั้น ผู้ป่วยต้องแจ้งประวัติการไปเที่ยวป่าให้แพทย์ทราบด้วย โดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคสครับไทฟัส

นพ.ณัฐสกล แนะผู้ที่ไปเดินป่า กางเต็นท์นอนในป่า ว่าควรป้องกันไม่ให้ไรอ่อนกัด โดยการป้องกันส่วนบุคคล ได้แก่ ใช้ยาทากันแมลงกัด การเลือกที่ตั้งค่ายพักในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักโล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบริเวณพุ่มไม้ ป่าละเมาะ หรือหญ้าขึ้นรก เมื่อถูกไรอ่อนกัดควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ด้าน นพ.ทรงวุฒิ หุตามัย ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน แพร่ และน่าน มีผู้ป่วยโรคสครับไทฟัสตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2547 รวม 632 ราย พบมากที่สุดที่จังหวัดเชียงราย 174 คน รองลงมาคือ เชียงใหม่ 142 คน พะเยา 100 คน ส่วนจังหวัดที่เหลือไม่มีจังหวัดใดมีผู้ป่วยถึงร้อยคน

นพ.ทรงวุฒิ กล่าวว่า โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือ สมองอักเสบ ปอดบวม ซึ่งหากรักษาไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนบริเวณที่ไรชอบกัดคือ บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ขาหนีบ เอว ลำตัว รักแร้ และคอ อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยพบการรายงานโรคสครับไทฟัสค่อนข้างน้อย เนื่องจากแพทย์จะอาศัยรอยแผลไหม้เหมือนบุหรี่จี้ในการวินิจฉัย ผู้ป่วยที่ไม่มีรอยไหม้นี้ จึงมักได้รับการวินิจฉัยโรคว่า เป็นไข้ไม่ทราบสาเหตุและอีกจำนวนไม่น้อยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทัยฟอยด์หรือไข้เอ็นเทอริค.

ข้อมูลข่าว : สำนักข่าวไทย


เมื่อ 11 มกราคม 2547 เวลา 14:53:13 น.


ต่อย [ 2004-11-11 19:23:05 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43