บทความ - 00237 : ในความมืด - ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ในความมืด - ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ

"หนุ่มเมืองจันท์" boycitychan@matichon.co.th


ผมเคยอ่านเรื่องกลวิธีวิ่งออกกำลังกายแบบไม่ให้เหนื่อย

เขาบอกว่าให้พยายามกำหนดจิตอยู่ที่ลมหายใจ สายตาอย่ามองไกล ให้มองใกล้ๆ แบบเกินหน้าเกินตาไม่กี่ช่วงก้าว

พอไม่ให้สะดุดสิ่งกีดขวางหกล้ม

ฟังดูคล้ายการวิ่ง "จงกรม" ยังไงไม่รู้

ผมพยายามทำตามแบบที่เขาบอก แต่ทำเท่าไรสมาธิก็กระเจิงทุกที

แม้สายตาจะสั้น แต่จิตไม่สั้นตาม เวลาวิ่งผมอดจะมองลอดแว่นเกินรัศมีที่ตำรากำหนดทุกครั้งไป

ยิ่งมองไกล จิตยิ่งกังวล

ยิ่งมองไกล กำลังใจยิ่งหมด

โหย วิ่งมาตั้งนานเพิ่งได้แค่ครึ่งรอบเอง

ตั้งใจวิ่งสัก 3 รอบ แต่ได้ยินเสียงโวยวายของร่างกายตลอดระยะทาง

เริ่มต้นก็ "เพิ่งครึ่งรอบเอง"

สักพัก "ตั้งนาน แค่รอบเดียวเอง"

จากนั้น "3 รอบจะไหวเหรอ"

ยิ่งวิ่งนานเท่าไร ขวัญและกำลังใจที่มีอยู่น้อยก็ยิ่งหดหายไปตามกาลเวลา

พอถึงรอบที่ 2 ช่วงก้าวของเท้าก็คล้ายกับระยะก้าวของ "กิ้งกือ"

วิ่งผ่านเพื่อนคนหนึ่ง ขณะที่พยักหน้าทักทายกัน เพื่อนก็เสียมารยาทถามคำถามที่ไม่ควรถาม

"เฮ้ย...เอ็งวิ่งหรือเดินวะ"

ผมก้มมองจังหวะก้าวของตนเองแล้วตอบแบบ "ไอน์สไตน์"

"เปล่า" ผมหอบให้จังหวะ 1 ครั้ง

"ข้ากำลังเคลื่อนตัวตามการหมุนของโลก"

ฉวยจังหวะที่เพื่อนกำลังงง ผมก็รีบเคลื่อนตัวแบบโลกหมุนเร็วผ่านไปทันที

ผมวิ่งแบบหมุนตามโลกมานาน จนวันหนึ่งในช่วงลมหนาวมาเยือน ผมออกวิ่งตอนเย็นตามปกติ แต่โลกหมุนเร็วทำให้ 6 โมงเย็นที่เคยสว่างไสวกลับสลัวลง

สายตาที่เคยกระเจิดกระเจิง มองแต่เป้าหมายระยะไกลพอเจอความสลัวของยามเย็นก็ทำให้ต้องมองใกล้โดยปริยาย

พยายามมองไกลแค่ไหนก็เห็นชัดแค่เกินปลายเท้าไป 4-5 เมตร

"ความมืด" ทำให้เราต้องมองใกล้

เมื่อมองใกล้ "เป้าหมาย" อันยาวไกลก็ไม่สามารถบั่นทอนกำลังใจของเราได้

"ใจ" อยู่กับ "ปัจจุบัน" และ "อนาคต" ไม่กี่ก้าวข้างหน้า

ผมเริ่มมี "สมาธิ" กับการวิ่ง ใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจและจังหวะก้าวของตัวเอง

เผลอแป๊ปเดียว ผมวิ่งครบ 3 รอบแบบสบายๆ

ไม่เหนื่อย แต่สงสัยเล็กน้อย

เอ๊ะ วันนี้ทำไมโลกหมุนช้าจัง



ช่วงปีใหม่ ผมกลับไปเมืองจันท์ด้วยจิตใจที่หดหู่จากเหตุการณ์ "คลื่นยักษ์สีนามิ"

"ตัน ภาสกรนที" หรือ "ตัน โออิชิ" โทรศัพท์มาสวัสดีปีใหม่

ผมถามคุณตันว่าไปเที่ยวที่ไหน

"ไม่ได้ไปไหนเลย ผมอยู่ที่สภากาชาดไทย เพิ่งเอาโออิชิ กรีนทีกับข้าวปั้นญี่ปุ่นมาให้คนทำงาน เดี๋ยวว่าจะไปที่ศูนย์ธรรมศาสตร์ รังสิต"

ก่อนหน้านี้ผมเห็นข่าวทางโทรทัศน์เรื่องคุณตันส่งตู้คอนเทนเนอร์แช่แข็งไปช่วย พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนนันท์ เป็นคนแรก เพื่อไม่ให้ศพเน่าเหม็น

"ตอนนี้มีคนส่งไปเพียบเลย ได้ 23 ตู้แล้วคุณหมอเพิ่งโทรมาบอกว่ายังขาดอีก 7 ตู้ เดี๋ยวผมจะช่วยหาให้"

ผมแสดงความชื่นชมใน "น้ำใจ" ของ "ตัน"

"เงินแค่นี้สำหรับเรามันไม่เท่าไรหรอก แต่คนที่ลงแรงไปช่วยกู้ศพในพื้นที่ต่างหากที่เสียสละอย่างแท้จริง"

บอกตรงๆ ครับว่านี่ไม่ใช่ "ตัน โออิชิ" ในมุมที่ผมเคยรู้จัก

ตอนที่เขียนประวัติ "ตัน" ผมพบแต่แง่มุมทางธุรกิจที่เฉียบคม อาจมีบ้างที่เป็นมุมของ "ผู้ให้" แต่เป็นเรื่องที่ "ให้" กับลูกน้อง ไม่ใช่การให้ต่อ "สังคม"

ช่วงหลังๆ ก็รับทราบมาบ้างว่า "ตัน" ให้ความช่วยเหลือกับคนที่มีปัญหาแบบเงียบๆ หลายคน

ไม่รู้ว่าเพราะความสุขใจเช่นนี้หรือเปล่าที่ทำให้เขาลงแรงค่อนข้างมากเมื่อเกิดวิกฤตการณ์คลื่นยักษ์ "สึนามิ"

ถ้าไม่มีวิกฤติ บางทีเราก็ไม่ได้เห็นคนอีกมุมหนึ่งชัดเจนขึ้นเหมือนกัน

จากนั้น ผมเริ่มโทรศัพท์ไปเช็คข่าว "พี่" และ "เพื่อน" ที่ภูเก็ตและพังงา

จะโทร.ไปตั้งแต่เกิดเหตุการณ์แล้วแต่ไม่กล้าโทรเพราะช่วงนั้นระบบสื่อสารมีปัญหา ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่มากก็ควรจะสงวนช่องความถี่ไว้ให้คนที่จำเป็นกว่า

เริ่มต้นจาก "อร" เพื่อนที่เป็นสะใภ้เจ้าของโรงแรมเมอร์ลิน

"อร" เล่าว่าโรงแรม 3 แห่ง คือ ที่หาดป่าตอง 2 แห่งและที่เขาหลัก พังงา โดนหนักพอสมควร ต้องพาแขกจากโรงแรมดังกล่าวมาพักที่โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลินในตัวเมือง

แขกประมาณพันกว่าคนต้องแบ่งห้องกันนอน ทั้งห้องพักที่ว่างอยู่และห้องประชุมสัมมนา พยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่

"อร" บอกว่ามีฝรั่งบางคนโวยวายไม่ยอมพักร่วมห้องกับคนอื่น บอกว่าจะพักคนเดียว แพงเท่าไรก็พร้อมจ่าย

"แล้วอรทำอย่างไร" ผมถาม

"ไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะฝรั่งคนอื่นรุมชี้หน้าด่า บอกว่ารอดตายก็ดีเท่าไรแล้ว ยังมาเห็นแก่ตัวอีก บางครั้งเงินก็ซื้อไม่ได้ทุกอย่าง"

"อร" บอกว่าที่มีข่าวว่าชาวต่างชาติประทับใจคนไทยมากเป็นเรื่องจริง นักท่องเที่ยวแต่ละคนล้วนชื่นชมในน้ำใจของคนไทย

เรื่อง "น้ำใจ" ที่มีต่อคนต่างชาติ และคนไทยด้วยกันเองที่เดือดร้อน

ถือเป็น "แง่งาม" ที่ปรากฏชัดจากเหตุการณ์ครั้งนี้

วางสายจาก "อร" ผมกริ๊งไปหา "กฤษ ศรีฟ้า" นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.พังงา ซึ่งตอนนี้ลงสมัครส.ส.ในนามพรรคไทยรักไทย

ผมรู้จักกับ "กฤษ" ตอนไปจัดงาน HAPPY BOOK DAY ที่ภูเก็ต

"มติชน" บริจาครายได้จาก "บุ้คเฟ่ต์" ให้กับโรงเรียนที่เกาะพระทอง ที่พังงา

"กฤษ" เป็นตัวตั้งตัวตีคอยช่วยเหลือ

ผมรู้ว่า "กฤษ" เป็นเจ้าของ "กระท่อมมอร์แกน" รีสอร์ตที่เกาะพระทองซึ่งถูกคลื่นยักษ์ถล่ม คำถามแรกที่ถามจึงเป็นเรื่องกระท่อม มอร์แกน

"บ้านพักพังหมดเลยครับ" เสียงของเขายังเข้มแข็ง

"เสียใจด้วย" ผมบอก

"ไม่เป็นหรอกครับ คนอื่นเสียมากกว่าผมอีก เสียทั้งชีวิตลูกเมีย ญาติพี่น้อง ของผมแค่ธุรกิจเสียหายเล็กน้อย เสียหายที่สุดก็คือเสียลูกน้องไป 1 คน"

ท้ายประโยคนี้ เสียงของเขาเครือลง

คนที่ผ่านวิกฤติที่เห็นความสูญเสียอยู่ตรงหน้าจะเข้าใจในสัจธรรมที่แท้จริง

ทรัพย์สินใดก็ไม่มีค่าเท่ากับชีวิตและลมหายใจ



เย็นวันนี้ผมวิ่งรอบสวนสาธารณะในหมู่บ้านอีกครั้ง

6 โมงเย็นวันนี้ยังเหมือนวันวาน

ความมืดสลัวทำให้ผมมองเห็นชัดในระยะใกล้ๆ

"ความมืด" บางครั้งก็น่ากลัว แต่บางครั้งก็ให้ "คุณค่า" บางอย่างกับชีวิต

คุณค่าแห่งความมืด ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันและอนาคตที่ไม่ยาวไกลนัก

ทำให้เรามองเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น

และวันใดที่เราสามารถผ่านห้วงเวลาที่มืดมิดไปได้ เราจะค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่งว่าเมื่อความมืดมาเยือน

อีกพักหนึ่ง...

...แสงสว่างก็จะตามมา


ต่อย [ 2005-01-09 19:57:09 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43