บทความ - 00247 : "ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสึนามิที่เรายังไม่ทราบกันและควรรับทราบไว้"

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

"ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสึนามิที่เรายังไม่ทราบกันและควรรับทราบไว้"

บังเอิญผมมีโอกาสดูรายการทีวี "เมียวอัน" (แปลเป็นภาษาไทยว่า "ความคิดที่เข้าท่า, ความคิดที่ยอดเยี่ยม) ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นเฮชเคของญี่ปุ่นที่เอามาแพร่ภาพออกอากาศอีกครั้งในเวลาเกือบ ๒ นาฬิกาของวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ (คืนวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์) รายการนำเสนอเกี่ยวกับอันตรายจากสึนามิ เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจต่อทุกคน ผมเลยหยิบยกขึ้นมาเป็นกระทู้ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่านทั้งหลายบ้างตามสมควร

รูปแบบของรายการนี้จะนำเสนอว่า เกิดปัญหาขึ้นมา เช่น ผู้คนมักง่ายทิ้งขยะเกลื่อนกลาด, คนไม่เคารพกฎเกณฑ์เที่ยวจอดรถจักรยานในที่ห้ามจอดตามสถานีรถไฟ กีดขวางทางเดิน, รายได้ของย่านการค้าในอดีตลดลงภายหลังจากมีห้างใหญ่มาเปิด ร้านค้าปิดตัวลงเรื่อยๆ ฯลฯ รายการระดมความคิดของผู้เข้าร่วมรายการที่เป็นชาวบ้านในละแวกที่เกิดปัญหาขึ้นและชาวบ้านย่านอื่นที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหานั้นมาแล้วมาร่วมกันคิดว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร ผู้คนที่มาร่วมรายการเขาไม่ได้มาเพื่อทะเลาะกันหรือด่าทอคนที่สร้างปัญหาแต่มาร่วมรายการเพื่อช่วยกันคิด หาทางแก้ปัญหาร่วมกัน

สำหรับรายการเมียวอันที่แพร่ภาพออกอากาศใหม่ในคืนวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ เขาเริ่มรายการด้วยการยกย่องว่า มาตราฐานในการเตือนภัยจากสึนามิของญี่ปุ่นจัดว่ามีมาตรฐานที่สูงที่สุด แต่มีช่องโหว่อยู่ตรงที่ แม้ว่าจะมีการเตือนภัยอย่างไร ชาวบ้านอีกจำนวนมากไม่คิดจะหนีภัยแม้จะรับรู้ว่าจะเกิดสึนามิขึ้น จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านตื่นตัวและหนีภัยไปหลบสึนามิอย่างปลอดภัย

มีข้อเท็จจริงอีกหลายอย่างที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสึนามิ ที่ทางรายการนำมาเปิดเผย

๑. ไม่จำเป็นเสมอไปที่ว่าก่อนเกิดสึนามิแล้วต้องเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดระดับลงอย่างรวดเร็ว

ปรากฏการณ์เปลือกโลกยุบตัวลงที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวแล้วตามมาด้วยสึนามินั้น แนวเปลือกโลกมีอยู่สองแนว แนวที่เปลือกโลกยุบตัวลงกับแนวเปลือกโลกที่ไม่ได้ยุบตัวลง รายการนำเสนอภาพกราฟฟิกอธิบายเหตุการณ์สึนามิในทะเลอันดามันว่า ที่แนวชายฝั่งในเขตไทยเกิดมีปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วก่อนมีสึนามินั้นเป็นเพราะฝั่งไทยนั้นเปลือกโลกยุบตัวลง ในขณะที่ฝั่งศรีลังกาเปลือกโลกไม่ได้ยุบตัวลง แต่รอยต่อของเปลือกโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนตัวนั้น ตามมาด้วยการเกิดคลื่นขนาดใหญ่ทั้งสองฝั่งของเปลือกโลก ดังนั้นในฝั่งศรีลังกาจึงไม่เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วอย่างในไทยก่อนเกิดสึนามิ อยู่ๆก็มีคลื่นยักษ์เกิดขึ้นในศรีลังกาทันที

ดังนั้นการใช้หลักการสังเกตง่ายๆว่าน้ำทะเลที่ลดลงอย่างรวดเร็วเป็นเครื่องหมายของการเกิดสึนามิตามมาอย่างเดียวอาจจะไม่ถูกต้องนัก จริงอยู่ระดับน้ำทะเลที่ลดลงอย่างรวดเร็วเป็นเครื่องหมายเตือนภัยว่าอาจจะเกิดสึนามิ
แต่กรณีสึนามิที่เกิดขึ้นในศรีลังกาอธิบายได้ว่าบางครั้งระดับน้ำทะเลที่ไม่ได้ลดลงอย่างรวดเร็วก็เกิดสึนามิได้เช่นกัน

๒. ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวไม่ได้เป็นเครื่องหมายว่าระดับความแรงของสึนามิต้องรุนแรงตามระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว

ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหววัดตามมาตราริกเตอร์ เริ่มจากระดับ ๑-๑๐

ระดับความรุนแรงขนาด ๑-๒ ตามมาตราริกเตอร์นั้น ทำให้ข้าวของภายในบ้านสั่นโยกไปมา สายไฟฟ้าโยกตามแรงสั่นสะเทือนของเปลือกโลกที่เคลื่อนไหว (เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้บ่อยมากในญี่ปุ่น เป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกปี ผมอยู่ในญี่ปุ่นเจอเหตุการณ์สั่นไหวระดับนี้ทุกปี เฉลี่ยปีละ ๒-๓ ครั้ง---ขณะที่พิมพ์ข้อความอยู่ตอนนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นพอดีครับ นี่เป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในย่านที่ผมอาศัยอยู่เป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ครับ :) ระดับความแรงน่าจะอยู่ระดับนี้ ---, ในไทยเองเวลาเกิดแผ่นดินไหวซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในเขตประเทศเมียนมาร์ที่ผ่านๆมาก็เกิดการสั่นสะเทือนในระดับความแรงขนาดนี้ )

ระดับความแรงขนาด ๓-๔ ความแรงมากขึ้น ของในบ้านอาจจะร่วงลงมาได้ ถ้าระดับความแรงขนาดนี้คงต้องรีบไปหลบใต้โต๊ะดีกว่าเพราะของอาจจะร่วงลงมาอาจจะกระแทกศีรษะได้ ดังนั้นจึงควรหาที่ปลอดภัย คลานหลบเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะถือว่าปลอดภัยกว่า ที่ปลอดภัยที่สุดในบ้านอาจจะเป็นห้องน้ำภายในบ้านเพราะไม่มีของหนักแขวนอยู่ที่อาจจะร่วงลงมาใส่ศีรษะได้

ระดับ ๕-๖ ความแรงระดับนี้สามารถทำให้เสาไฟฟ้า ต้นไม้โค่นลงมาได้ รวมถึงทำให้บ้านเรือนพังทลาย อาคารถล่มลงมาได้ กระจกจะแตกลงมา คนที่ตื่นตระหนกมากๆรีบวิ่งออกมาจากอาคารตอนเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหว อาจจะได้รับบาดเจ็บจากเศษวัสดุที่ร่วงลงมาหรือเศษกระจกที่แตกร่วงลงมาตัดแขนขาได้ ระดับความแรงที่ใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆทั่วโลก รวมทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ในจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวจะมีระดับความแรงมากกว่าพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลออกมา ตัวอย่างการเกิดแผ่นดินไหวในเขตจังหวัดนีอิกาตะ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโตเกียวเมื่อปีที่แล้วในระดับ ๕-๖ เนื่องจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ในเขตชนบท ไม่มีตึกสูง ผู้คนอยู่กระจัดกระจาย ความเสียหายจึงน้อยกว่าการเกิดแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ มีอาคารสูงมากๆ ผู้คนอยู่แออัด ตอนเกิดแผ่นดินไหวที่นีอิกาตะเมื่อปีที่แล้วระดับความแรงที่เกิดขึ้นในโตเกียวที่อยู่ห่างออกมาจากนีอิกาตะร่วม ๒๐๐ กว่ากิโลเมตรจึงอยู่ที่ระดับ ๓-๔ ตามมาตราริกเตอร์ ในขณะที่ผู้คนในเขตคันไซ (โอซาก้า, เกียวโต, วากายาม่า, นารา) ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ของโตเกียวราวๆ ๖๐๐ กิโลเมตรไม่ได้รับรู้ถึงการสั่นสะเทือนตอนที่เกิดแผ่นดินไหวที่นีอีกาตะ

ระดับ ๗ ขึ้นไป ถือว่ารุนแรงมาก ตัวอย่างแผ่นดินไหวในโกเบเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น มีอาคารสูง ดังนั้นความเสียหายจึงรุนแรงมาก เหตุการณ์สึนามิในทะเลอันดามันระดับความรุนแรงที่ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวก็อยู่ที่ระดับ ๙

จากสถิติของการเกิดสึนามิในญี่ปุ่นที่รายการเมียวอันนำมาเสนอ บางครั้งเกิดแผ่นดินไหวศูนย์กลางอยู่ในชิลี ประเทศในอเมริกาใต้ ระดับความแรงเพียง ๕ แต่เกิดสึนามิในญี่ปุ่นคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก หรือระดับความแรงเพียง ๓ ก็เกิดคลื่นยักษ์เข้ามาคร่าชีวิตผู้คนในอดีตเหมือนกัน ดังนั้นระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวไม่ได้เป็นเครื่องหมายว่าระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวน้อยแล้วความรุนแรงของสึนามิต้องน้อยตามไปด้วย

๓. ระดับความสูงของคลื่นสึนามิขนาด ๕๐ เซ็นติเมตร ควรจะหนีไหม?

หลายๆคนชอบคิดแบบเทียบบัญญัติไตรยางศ์ โดยเอาความสูงของคลื่นทั่วๆไปในทะเลขนาดความสูงของคลื่น ๕๐ เซ็นติเมตรเป็นมาตรฐานว่าคงไม่มีอันตรายอะไร ไม่จำเป็นต้องหนี

แต่ข้อเท็จจริง ความยาวของคลื่นสึนามิยาวถึง ๑ กิโลเมตร ในขณะที่คลื่นทั่วๆไปมีความยาวอยู่ระหว่าง ๑-๒ เมตร ดังนั้นแม้ว่าระดับความสูงของคลื่นธรรมดากับคลื่นยักษ์สึนามิจะสูงเท่ากันที่ระดับ ๕๐ เซ็นติเมตร ระดับความรุนแรงจึงต่างกันมาก รายการได้ทำการทดลองวัดระดับความรุนแรงของคลื่นสึนามิขนาด ๕๐ เซ็นติเมตรในห้องทดลองมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าระดับความรุนแรงมากกว่าคลื่นธรรมดาที่สูงในระดับ ๕๐ เซ็นติเมตรหลายเท่า

นี่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสึนามิที่รายการเมียวอัน นำเสนอให้แก่คนดูรายการ

หลายคนอาจจะมีคำถามตามมาว่า ทำไมทั้งๆที่รู้ว่าจะเกิดอันตรายจากสึนามิแต่ทำไมคนญี่ปุ่นจำนวนมากไม่ยอมหนีแม้จะรับทราบจากข่าวเตือนภัยจากทีวี (ปีที่แล้วมีข่าวเตือนภัยแจ้งทางทีวีทุกช่องว่าจะเกิดสึนามิในเขตวากายาม่า ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวขึ้นในเขตทะเลจังหวัดวากายาม่า แต่ผลการวิจัยพบว่า คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ตื่นตัวที่จะหนีภัยแม้จะรับฟังข่าวเตือนภัยแล้ว)

หลายคนคิดว่าหนีไม่ทันเพราะแก่แล้ว ร่างกายไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายไปไหน หรือ ฟังเรื่องเตือนภัยก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อคนอื่นไม่ตื่นตระหนกหนีกันตัวเองก็ไม่หนี รายการเมียวอันพยายามชี้ให้ผู้ที่ร่วมรายการเห็นความสำคัญของการเตือนภัยและหนีภัยจากสึนามิมากกว่าใช้ข้ออ้างต่างๆนานามาเป็นเหตุผลในการเมินเฉยต่อภัยที่จะเกิดขึ้น และรายการพยายามเสนอแนวทางในการกระตุ้นให้คนตื่นตัวที่จะหนีภัยจากสึนามิ คนเรามักจะไม่ตื่นตัวถ้าไม่ได้รับการเตือนจากคนอื่น การมีคนคอยไปเคาะประตูตามบ้านเรียกให้หนีภัยช่วยทำให้คนตื่นตัวมากกว่านั่งฟังประกาศเตือนภัยจากทีวีเฉยๆ

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสึนามิอีกอย่างก็คือ จริงอยู่แผ่นดินไหวไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้ ภายหลังจากเกิดขึ้นแล้วภายใน ๒-๓ นาทีจึงทราบว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นที่ไหน ระดับความแรงเท่าไหร่? แต่ทุกครั้งกรมอุตุนิยมวิทยาสามารถพยากรณ์ได้ล่วงหน้าเสมอว่าระดับความแรงขนาดนี้จะตามมาด้วยการเกิดสึนามิหรือไม่ ทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องในญี่ปุ่นจะมีตัวอักษรวิ่งหรือข่าวด่วนเรื่องแผ่นดินไหวทันที โดยจะแจ้งให้ทราบว่าศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ไหน บริเวณใดบ้างที่เกิดแผ่นดินไหว ระดับความแรงเท่าไหร่ และตามมาด้วยจะมีสึนามิหรือไม่

ความผิดพลาดที่เกิดสึนามิขึ้นในไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว จนเกิดความเสียหายตามมามากมายขนาดนี้ เป็นผลมาจากการขาดการประสานงานกันของทุกหน่วยงาน ไม่มีการให้ความรู้ที่ดีพอกับประชาชนเกี่ยวกับภัยธรรมชาติรวมถึงแนวทางหนีภัยธรรมชาติ ระบบเตือนภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพ และความประมาทของผู้คนที่ไม่เชื่อว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นจริงไม่คิดเตรียมหาทางป้องกันถ้าเกิดภัยธรรมชาติขึ้น แต่ปล่อยให้ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นแล้วหาทางแก้ไขความสูญเสีย

ผมคิดว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังอาจจะไม่มีหน่วยงานใดในไทยคิดถึงวิธีซ้อมหนีภัยธรรมชาติ ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าเกิดภัยธรรมชาติขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนรู้ไหมว่าจะวิ่งไปหลบภัยธรรมชาติกันที่ไหน? มีจุด มีเส้นทางหนีภัยที่ทุกคนทราบเหมือนกันบ้างไหม ว่าถ้าเกิดภัยธรรมชาติต้องใช้เส้นทางนี้ในการลำเลียงอพยพผู้คนออกไปจากพื้นที่ ไปรวมตัวกันอยู่ที่ไหนจึงจะปลอดภัย?
หลายหน่วยงานคิดแต่จะฟื้นฟูหารายได้จากการท่องเที่ยว แต่มีกี่หน่วยงานที่คิดล่วงหน้าว่าถ้าเกิดภัยธรรมชาติขึ้นมาจะอพยพผู้คนไปอยู่ที่ไหนจึงจะปลอดภัยที่สุด ให้คนตื่นตระหนกน้อยที่สุด ลดความสูญเสียน้อยที่สุด เคยมีหน่วยงานไหนบ้างที่คิดจะจัดการซ้อมอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ประสบภัยเพื่อดูข้อผิดพลาดว่าถ้าลำเลียงผู้คนโดยใช้เส้นทางนี้มีจุดบกพร่องตรงไหน ข้อจำกัดอยู่ตรงไหนบ้าง?

บางครั้งมนุษย์อีกหลายคนก็เห็นเรื่องอันตรายเป็นเรื่องไม่น่ากลัวและเลือกที่จะเสี่ยงเผชิญกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ผลลัพธ์ของความประมาทตามมาด้วยการสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้


โดยคุณ : ชาคโร เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2548, 2:59 น.

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43