บทความ - 00257 : วรรณกรรม www.wanakam.com สะพานเชื่อม โลกการอ่าน ของคนไทย

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

วรรณกรรม www.wanakam.com สะพานเชื่อม โลกการอ่าน ของคนไทย

โดย ผู้จัดการรายวัน 9 สิงหาคม 2547 09:33 น.

มาร์แซล บารังส์


เว็บไซต์ในเมืองไทยนั้นมีนับหมื่นนับแสน แต่จำนวนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมนั้นมีอยู่ในสัดส่วนไม่มากนัก เมื่อเทียบกับเว็บไซต์แนวบันเทิงต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเว็บไซต์วรรณกรรมต่างประเทศที่แปลเป็นภาษาไทยยิ่งมีน้อยแทบจะนับนิ้วได้

แต่หากลองคลิกเข้าไปที่ www.wanakam.com จะพบว่ายังมีเว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งหนังสือให้อ่าน (ฟรี) และเป็นสนามดีๆ ให้นัก (อยาก) แปลประลองฝีมือ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเปิดประตูสู่โลกกว้างด้วยการอ่าน เพียงแค่กดปุ่มที่ปลายนิ้ว...

“คือเราเห็นว่าจุดอ่อนจุดหนึ่งของวรรณกรรมไทยคือไม่ค่อยรู้จักวรรณกรรมโลก มันมาจากที่ภาษาอังกฤษมันเป็นกำแพง เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเสนอผลงานชิ้นเล็กๆ ของวรรณกรรมโลกให้คนไทยอ่าน โดยหวังว่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับนักเขียน นอกจากนี้ จุดที่สองเราทำแบบนี้เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ผู้แปลมีตลาดบ้างทีแรกเราตัดสินใจว่าจะแปลวรรณกรรมโลกเป็นภาษาไทย ส่วนหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ อีกส่วนหนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส สิ่งที่เป็นความหวังแต่ยังทำไม่ได้ถึงขนาดนั้นก็คือ ต้องการสะสมงานวรรณกรรมโลกเป็นภาษาไทย หมายถึงเอานวนิยายโบราณที่ได้แปลมาตั้งนานแล้วมาเสนออีกรอบหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต เหมือนจะเป็นหอสมุดแห่งชาติของวรรณกรรมโลกภาษาไทย” มาร์แชล บารังส์ หนึ่งในบรรณาธิการ wanakam.com กล่าว

เอ่ยชื่อ มาร์แชล บารังส์ นักอ่านวรรณกรรมแปลหลายคนคงรู้จักกันดี เขาผันตัวเองจากครูสอนวรรณกรรม มาสู่อาชีพผู้สื่อข่าวในเมืองไทยอยู่เกือบ 23 ปี จนกระทั่งเกิดจุดหักเหทำให้เขาค้นพบความชอบในวรรณกรรมไทย และคัดเลือกวรรณกรรมไทยที่ดีประมาณ 20 เรื่องนำไปแปลเป็นภาษาอังกฤษในโครงการ “Thai Modern Classic” (TMC)

“ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ค้นพบตัวเอง ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องเป็นนักแปล ไม่ใช่เป็นครูสอน หรือเป็นนักข่าว...” แต่ต่อมาช่วงประมาณปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ โครงการดังกล่าวจึงล้มไป ระหว่างนั้นมาร์แชลก็ทำอาชีพผู้สื่อข่าวต่างประเทศควบคู่ไปกับการทำงานแปลมาด้วย จนกระทั่งเขามีโอกาสเสนอแนวคิดเรื่องวรรณกรรมแปลนี้กับสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้บริหารเครือแมเนเจอร์มีเดียกรุ๊ป เมื่อสนธิสนใจโครงการดังกล่าว แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำเป็นเว็บไซต์เท่านั้น มาร์แชลจึงรีบคว้าโอกาสไว้ พร้อมชักชวน มนตรี ภู่มี เข้ามาร่วมกันเป็นบรรณาธิการดูแลเว็บไซต์ wanakam.com

“บ้านเรายังขาดวรรณกรรมแปลดีๆ ยังมีอีกเยอะ ของเว็บไซต์ฝรั่งเขาจะมีเยอะมากที่เอาวรรณกรรมดีๆ ขึ้นเว็บแบบฟรี ก็จะมี gutenberg และ blackmask จะมีวรรณกรรมทุกประเภท นวนิยาย เรื่องสั้น นอน-ฟิกชัน (ข้อเขียนที่ไม่ใช่เรื่องแต่ง) เป็นการให้เปล่าแบบฟรี คือใครก็คลิกเข้าไปอ่าน เข้าไปพรินต์ได้ เราก็เลยเกิดความคิดว่าน่าจะทำในฝั่งของไทยด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องถือว่าโครงการนี้เกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าคุณสนธิ ลิ้มทองกุลไม่ให้การสนับสนุน คือเป็นโครงการที่ค่อนข้างเสี่ยง มีการลงทุนสูงโดยไม่มีผลตอบแทน เพราะเป็นการขึ้นเว็บ ต้องมีความเข้าใจหรือความรักวรรณกรรมสูง



มนตรี ภู่มี


“จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อต้องการเผยแพร่วรรณกรรม จะมี 2 อย่างส่วนใหญ่ที่เราเจอวรรณกรรมที่แปลๆ ในบ้านเรากันนี่จะมีข้ออ่อนหรือข้อด้อยคือ จุดใหญ่ก็คือว่าปัจจุบันวรรณกรรมแปลจะเบนเข็มไปทางด้านเบสท์เซลเลอร์เสียมาก ซึ่งเราก็เข้าใจเพราะมันเป็นเรื่องของการขาย การอยู่รอด สอง คือเรื่องลิขสิทธิ์เข้ามามีบทบาทสูง สมัยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน คนรุ่นนั้นเขาจะอ่านหนังสือกันหลากหลายมาก เพราะมีการแปลออกมาเยอะ ข้อจำกัดนี้ทำให้สำนักพิมพ์เขาไม่ค่อยพิมพ์หนังสือคลาสสิกดีๆ ทำให้บ้านเรายังไม่มี หรือมียังไม่ครบ ในมุมกลับกันถ้าจะทำอย่างนั้นมันจะต้องมีการทำเป็นหนังสือ มันจะต้องมีการลงทุนสูง เราก็เลยตัดสินใจทำเป็นเว็บไซต์ก่อน” มนตรีเล่าถึงที่มาของ www.wanakam.com

เนื้อหาในเว็บไซต์จะนำเสนอนวนิยายขนาดสั้น กับเรื่องสั้นต่างๆ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ “เราไม่มีงบประมาณมากๆ ที่จะสร้างผลงานแปลชิ้นใหญ่ๆ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะติดต่อกับผู้แปลคนเก่า แล้วเอาผลงานเก่ามา เราก็ไม่ต้องเสียสตางค์มาก เพราะว่าเคยตีพิมพ์มาแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะหายไปจากตลาดหนังสือแล้ว เราก็สามารถที่จะนำเสนอตลาดใหม่คือบนอินเทอร์เน็ตไปเลย โดยไม่ต้องเสียสตางค์มาก ถ้ากรณีแบบนี้อาจจะเป็นเรื่องยาวไปเลย” มาร์แชลว่า แต่แม้ว่าจะเป็นวรรณกรรมบนอินเทอร์เน็ตก็ยังต้องระวังปัญหาในเรื่องลิขสิทธิ์

“เราอาจจะให้ค่าเซ้ง ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ เป็นระยะยาวเพื่อที่จะขึ้นอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว เรื่องลิขสิทธิ์นั้นไม่น่าจะเป็นห่วงเลย เพราะว่ายังไงๆ เราก็ไม่ได้กำไรอยู่ เราควักกระเป๋าต่างหาก เราไม่ได้คิดเอาไปขายที่อื่น เราก็เลยไม่ต้องเสียลิขสิทธิ์ 99% ของเรื่องที่เราเลือกแล้วมีอายุอยู่ในช่วง 50 – 300 ปีก็มี เพียงแต่ว่าเรื่องเก่าแก่นั้นมันมีปัญหาว่าเป็นภาษาโบราณ มันจะแปลยากพอสมควร มีแนวโน้มว่าจะเลือกเรื่องที่มีภาษาแปลง่ายกว่า ซึ่งหมายถึงผลงานของคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 มากกว่าผลงานในยุคก่อนหน้านั้น”

มนตรีอธิบายเพิ่มว่า ถ้าผู้เขียนเสียชีวิตแล้วเกิน 50-70 ปี ผลงานนั้นจะเป็นของสาธารณะ ใครจะเอาไปทำอะไรก็ได้ ดังนั้นส่วนใหญ่เรื่องคลาสสิกที่เขาเลือกมา จึงไม่มีลิขสิทธิ์ ส่วนอันที่สองคือมีเว็บใหญ่ๆ อย่าง gutenberg หรือว่า blackmask ได้เอาเรื่องพวกนี้ขึ้นเว็บแล้ว อย่างน้อยๆ ถ้าจะมีการฟ้องร้องกัน คิดว่าทางผู้จัดทำสองเว็บเขาได้ศึกษามาแล้ว

“ เหนือกว่าสิ่งอื่นใดการขึ้นเว็บมันเป็นเรื่องไม่ใช่ทางการค้าแน่นอน เพราะไม่มีผลประโยชน์ทางการค้าเข้ามาเลย แถมเรายังแปลด้วยซ้ำไป เราไม่ได้เอาของเขามาทั้งดุ้น สรุปแล้วก็คือว่าส่วนใหญ่แล้วไม่มีลิขสิทธิ์”

มนตรีบอกว่าหน้าที่ของเขาคือเป็นบรรณาธิการและนักแปลประจำเว็บไซต์ ตัวบก.หลักคือมาร์แชล “โครงการเราเน้นที่คุณภาพ หมายถึงว่าในเมื่อเรามีฝรั่ง มีคุณมาร์แชลเป็น บก. แล้ว ก็กันพลาดไปแล้วชั้นหนึ่ง คือมี บก. ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย ก็ป้องกันไปชั้นหนึ่ง ส่วนตัวผมเองก็เป็นทั้ง บก. นักแปล เวลาทำงานออกมาก็จะเทียบทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยแบบคำต่อคำ คือเน้นเรื่องคุณภาพมาก แต่ในมุมกลับกันเราก็ถูกข้อจำกัดเล็กน้อยเรื่องเวลา เพราะว่าแต่ละฉบับเราต้องมีปริมาณเรื่องที่มากพอ ถ้าน้อยเกินไปมันก็จะดูไม่ดี เป้าหมายหลักก็คืออยากให้บ้านเรามี ก็เลยเริ่มจากตรงนี้ก่อน คาดว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า เรื่องที่นำขึ้นเว็บแล้วจะถูกนำไปตีพิมพ์เป็นหนังสือขายควบคู่กัน”



มาร์แชลให้ความสำคัญมากต่อการเคารพวรรณกรรมต้นฉบับในการทำงานแปล ต้องแปลให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด ด้วยนักเขียนแต่ละคนจะมีฝีมือส่วนตัว จึงต้องยึดความถูกต้องของบทประพันธ์ดั้งเดิมไม่ให้ผิดเพี้ยน มิฉะนั้นจะกลายเป็นวรรณกรรมที่มีลีลาภาษาเป็นของผู้แปล ไม่ใช่ของผู้เขียน ซึ่งเขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี รวมทั้งต้องพยายามไม่ให้มี “กลิ่นนมเนย” ติดมาในการแปลด้วย แม้จะเป็นเรื่องยากเพราะได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศในการแปล

“งานบรรณาธิการวรรณกรรมที่เป็นหนังสือกับเว็บไซต์ไม่มีข้อแตกต่างกันเลย เราก็ต้องเสนออย่างประณีตไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือว่าจะเป็นวรรณกรรมบนเว็บไซต์ ผมก็พยายามจะหาอะไรที่ดีเด่นในทัศนะของผมคือ มันมีความหมายอะไรแฝงเร้นอยู่ส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องผิวเผินอ่านแล้วสนุกดี ก็แค่นี้แหละแล้วก็ไปคิดเรื่องอื่น เขาน่าจะมีอะไรที่ต้องให้เราครุ่นคิด หรือเสพเป็นพิเศษ อย่างเช่นเป็นเรื่องของภาษา แต่เรื่องของภาษาก็ต้องระวังเพราะว่ามันก็แล้วแต่ฝีมือของผู้แปลนั้น ซึ่งผู้แปลของเราใช่ว่าทุกคนวิเศษนะครับ คนส่วนหนึ่งฝีมือดีน่าพอใจ ฝีมือโปรจริงๆ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องมี บก. อยู่เป็นหลัก” มาร์แชลกล่าว

ซึ่งมนตรีเองก็เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องคุณภาพในการทำงานนี้อย่างยิ่ง

“ภาษาต้นฉบับ เราใช้แค่อังกฤษกับฝรั่งเศส เพราะว่าคุณมาร์แชลเป็นคนฝรั่งเศส คือต้องเน้นว่า บก. จะต้องอ่านแตกภาษาที่เราแปลด้วย เราไม่ค่อยเห็นด้วยกับ บก. สมัยนี้ที่ทำงานบรรณาธิการโดยไม่เข้าใจเรื่องภาษาที่แปลมา เพราะฉะนั้นถ้าไม่เข้าใจภาษาจะสามารถตรวจแก้ได้ยังไง” มนตรีกล่าว แต่หากภาษาต้นฉบับนั้นๆ ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็อาจจะนำมาแปลเป็นภาษาไทยเสนอในเว็บไซต์แห่งนี้ได้

ส่วนวรรณกรรมสมัยใหม่ (Modern Fiction) นั้น มนตรีกล่าวว่าจริงๆ แล้วก็ไม่ถึงกับปฏิเสธวรรณกรรมร่วมสมัยเหล่านี้ แต่มีปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ ซึ่งจะไปเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้น และอย่างที่เขาบอกในตอนแรกว่าจุดมุ่งหมายคือต้องการจะทำวรรณกรรมคลาสสิกให้ครบก่อน เพราะหากมีไม่ครบก็เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับผู้อ่าน

ไม่ถึง 6 เดือนในการก่อตั้ง มนตรีบอกว่าผลตอบรับยังไม่แน่นอน เพราะเพิ่งจะจัดทำระบบนับผู้เข้าชมและใช้บริการเว็บไซต์เมื่อไม่นานมานี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการประกวดการแปลวรรณกรรมคนจะค่อนข้างสนใจ ในเวลา 3 วัน มี 567 คน แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้แสดงว่ามีคนอ่านเท่าไร คนอาจจะคลิกซ้ำ แต่ก็ถือว่าไม่เลว



“คนที่เข้ามาชมส่วนใหญ่มักเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่เรื่องที่เราเลือกมาแปลส่วนใหญ่เป็นเรื่องคลาสสิค มันมีช่องว่างอยู่ มันยากเกินสำหรับคนรุ่นใหม่ หรือเขาอาจจะไม่ชอบเลยก็ได้”

นอกจากจะแปลวรรณกรรมต่างประเทศแล้ว www.wanakam.com ยังมีการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านส่งผลงานการแปลเข้ามาร่วมประกวดด้วย

“เราอยากจะเปิดโอกาสให้นักแปลมือใหม่ลองดูว่ามีฝีมือของแต่ละคนดีแค่ไหน แล้วก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ตลาดทันที เพราะว่านักแปลแต่ละคนนอกจากจะได้รางวัลเป็นเงินสดแม้จะไม่เท่าไร แต่ก็ได้ทำงานเป็นนักแปลต่อไป เพราะถ้าเราเป็นนักแปลมือใหม่อายุ 20-25 ปี ไม่รู้จะไปติดต่อกับใคร เมื่อส่งผลงานประกวดชนะแล้วก็มาทำงานกับ wanakam.com ก็ได้มีชื่อเป็นของตัวเอง แล้วอีกไม่กี่ปีต่อไปข้างหน้าก็อาจจะเป็นนักแปลโด่งดังก็ได้” มาร์แชลกล่าว

ในฐานะนักแปลและบรรณาธิการ มนตรีคิดว่าเว็บไซต์วรรณกรรมนี้มีความสำคัญต่อสังคมการอ่านไทย

“มันเป็นการให้เปล่าแบบมีคุณภาพ ได้แต่หวังให้คนที่เข้ามาในเว็บไซต์ได้อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือเนื้องานวรรณกรรม อย่างที่สองคือเรื่องของภาษา นักแปลที่ส่งเรื่องมาประกวดก็บอกว่าเวลาเขามีความหมายขึ้น นักอ่านทั่วไปก็บอกว่าเรื่องที่อ่านมันทำให้จิตใจเขารู้สึกชุ่มชื่นขึ้น ต้องยอมรับว่าเว็บไซต์ส่วนใหญ่ตอนนี้จะหนักไปในทางบันเทิงเริงรมย์ wanakam.com น่าจะให้คำตอบ เป็นทางเลือกใหม่ คนที่เล่นอินเทอร์เน็ตก็จะมีเริ่มอ่านวรรณกรรมจากตรงนี้ก่อน เพราะอย่างน้อยก็เป็นการให้เปล่า ถ้าสร้างนิสัยการรักการอ่านจากตรงนี้แล้วก็อาจจะไปเริ่มซื้อหนังสืออ่านต่อไป”

เช่นเดียวกับมาร์แชลที่ถือว่าปฏิกิริยาของผู้อ่านเป็นสิ่งสำคัญ อุปสรรคที่อาจมีบ้างก็คือความพยายามในการรักษาเวลา เพื่อนำเสนอข้อมูลเนื้อหาวรรณกรรมใหม่ๆ เป็นระยะ และการนำเสนออะไรให้คนอ่านบนจอนั้น ลำบาก เพราะคนโดยทั่วไปก็ไม่ได้อ่านบนจอ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือดาวน์โหลดพิมพ์ออกมาเพื่อนำมาอ่านบนกระดาษ แต่มาร์แชลไม่เชื่อว่าเว็บไซต์วรรณกรรมจะมีปัญหาที่เกิดจากสาเหตุที่คนไทยอ่านหนังสือน้อย

“ที่ว่าคนไทยไม่ชอบอ่านก็ไม่จริงหรอก ผมไม่เชื่อ แม้กระทั่งบนถนนอย่างการที่คนขับสามล้ออ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แล้วมันต่างอะไรกับการอ่านวรรณกรรมเล่า? มันก็แล้วแต่ว่าจะอ่านอะไรบ้างเท่านั้นเอง เราก็พยายามจะหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้เขาอ่าน”


ต่อย [ 2005-04-07 00:38:07 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43