บทความ - 00283 : ชีวิตอาสาของ "แวนด้า" แห่ง "กบนอกกะลา" - อย่าเป็นนักฝันให้เป็นนักปฏิบัติ

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ชีวิตอาสาของ "แวนด้า" แห่ง "กบนอกกะลา" - อย่าเป็นนักฝันให้เป็นนักปฏิบัติ

ในวันนี้คงไม่มีใครปฏิเสธถึงฝีมือของสาวหน้าใส คนสวย พิธีกรรรายการกบนอกกะลา ทุกวันศุกร์ สามทุ่มที่ช่องเก้า แต่นอกจากความสามารถด้านการสืบเสาะและนำเสนอคำตอบของความสงสัยในเรื่องสิ่งต่างๆรอบตัวแล้ว ใครจะรู้บ้างว่าจริงๆแล้วคุณ "ดวงธิดา นครสันติภาพ" หรือ แวนด้าของแฟนๆ ยังมีงานโปรดอีกอย่างหนึ่ง คือการเป็นอาสาสมัครให้กับกิจกรรมทางสังคมหลายต่อหลายงาน บ่ายแก่ๆวันหนึ่ง อากาศดี แถวอาคาร SCB Park Plaza ทีมงาน Budpage.com สบโอกาสดีมาชวนพี่แวนด้า จับเข่านั่งคุยกัน ตามประสาคนอาสา


ชีวิตวัยเด็ก - จุดเริ่มต้นคนอาสา

หลายคนเมื่อนึกถึงภาพของตัวเองในอดีตสมัยที่เราเป็นเด็ก เรามักจะมีความทรงจำที่สนุกและใช้ชีวิตเพื่อความสุขให้มากที่สุดในหนึ่งวัน ซึ่งพี่แวนด้าก็เป็นคนหนึ่ง เธอเล่าว่า "ตอนเด็ก เกิดและใช้ชีวิตที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่บ้านคุณพ่อเป็นข้าราชการ คุณแม่ และเราเป็นหนึ่งในลูกสาวสามใบเถาของบ้าน ประมาณมัธยมต้นก็ย้ายเข้ากรุงเทพมาเรียนที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย

เนื่องจากไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบทำกิจกรรมมากๆ ประกอบกับเพื่อนสนิทของเรา ชื่ออ๊อฟ ชวนเข้าชุมนุมหนังสือพิมพ์ ก็ทำตั้งแต่เขียนจนถึงขายและอีกหลายกิจกรรม ทำมาตลอดจนเรียนจบ ทำให้พลาดการสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยปิด เลยลงเรียนที่มหาวิทยาลัยเปิดแทน

ชีวิตมหาวิทยาลัยเป็นชีวิตที่ค่อนข้างเสรี เลยมีเวลาเข้าไปทำกิจกรรมมากขึ้น ค่ายแรกที่ไปคือ ค่ายอาสา รามลานนา ที่อยากไปเพราะ อยากไปเที่ยวลำปาง และไม่คิดว่าสามารถหาที่ไหนได้อีก คือไป 25 วันเสียเงินแค่ 99 บาท พอไปจริงๆได้เป็นครูสอนเด็กๆ รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำอะไรให้คนอื่นบ้าง

พอกลับบ้าน ก็เริ่มสนใจอ่านวรรณกรรมเอียงซ้าย เช่น แมกซิม กอร์กี้ และพัฒนาขึ้นมาเป็นความสนใจงานด้านสาธารณะ เช่น เข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านหน้าสถานทูตจีนที่ปราบปรามประชาชนที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ฯลฯ


ประสบการณ์ จิตสาธารณะ - ความทรงจำที่น่าประทับใจ

หลังจากไปร่วมแสดงพลังเพื่อสังคมกับเพื่อนๆเรื่อยมา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ได้ไปทำการสำรวจพื้นที่ทำค่ายที่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าลัว จังหวัดน่าน แต่เนื่องจากความไม่สะดวกนานัปประการทำให้พื้นที่นี้ไม่ได้รับเลือกให้เข้าไปทำค่าย แต่ด้วยความความรู้สึกตอนนั้น คือ อยากไปสอนหนังสือมากๆ เลยรวมตัวกับเพื่อนรวม 7 คนไปด้วยกัน เก็บสตางค์กันคนละหนึ่งพันบาทเป็นค่าใช้จ่ายและได้รับการสนับสนุนอาหารกระป๋องและของใช้ที่จำเป็นจากเพื่อนที่ไปบวชเป็นพระ หนทางยากลำบากเดินตั้งแต่เช้ายันมืด หนาวมาก ไปนอนที่โรงเรียน ได้เป็นคุณครูประจำชั้นประถมปีที่ 4 สอนวิชาภาษาไทยกับเลข อยู่ที่นั่นประมาณสองเดือน การได้อยู่กับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่หมดจด ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ชีวิตมีความสุข เวลาผ่านไปรู้สึกศรัทธาตัวเองที่สามารถทำสิ่งที่ยากและต้องผ่าฟัน ปัจจุบันยังกลับไปเป็นคุณครูสอนอยู่ที่นั่นบ้าง อีกอย่างที่ได้รับคือ ฉายา ที่มักมีคบแอบแซวเสมอว่า "พี่ด้านางงาม และพี่ด้ารักเด็ก"


ก้าวถัดมา..ความเชื่อและชีวิตจริง

กลับมาจากการสอนหนังสือบนดอยได้พบกับพี่จ้อม(กลุ่มละครมะขามป้อม) แนะนำงานที่กองบรรณาธิการที่นิตยสารเด็กไดโนสารให้ เมื่อเริ่มทำงานเยอะขึ้น รู้สึกเกรงใจที่ต้องลางานไปสอบและตอนนี้ได้งานที่อยากทำมานานทำให้เลิกเรียนไป และด้วยความเชื่อที่ว่าเส้นทางของชีวิตขึ้นอยู่กับความพยายามของตนเอง

อยากทำอะไรก็ควรจะไปตามความฝันนั้นมา

หลังจากหนังสือปิดตัวลงก็รับจ้างเป็นนักเขียนสมมติให้กับดาราหลายๆคน (Ghost writer) ซึ่งในสายตาบางคนอาจจะรู้สึกค้านกับภาพการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมนอกจากนี้ยังรับจ้างทำสื่อการสอนให้กับพิพิธภัณฑ์เด็ก แต่ด้วยความตั้งใจที่มี และความเชื่อที่ว่า "ฝันเราต้องใช้เงิน" เลยพลิกเอาเงินจากการรับจ้างเหล่านั้นกลับมาเพื่อใช้กับการเดินทางของความฝัน

เนื่องจากเป็นคนที่รักความเป็นส่วนตัวสูง ทำให้ปฏิเสธการเข้ามาอยู่เบื้องหน้าวงการมายามาตลอด และเลือกที่จะอยู่เบื้องหลังมากกว่า แล้ววันหนึ่งก็ไปพบกับจุดหักเหที่ผันตัวเองจากคนหลังกล้องมาอยู่หน้ากล้อง ด้วยบทสนทนาของตัวละครรองที่พูดกับนางเอกของเรื่อง The Princess Diary ว่า

"ชั้นพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมมาตั้งนานแล้วมีคนฟัง 17 คน แต่คุณมีอำนาจที่จะเขย่าโลกทั้งโลกทำไมคุณไม่ทำ"

เดี๋ยวนี้ไปไหนมาไหนเริ่มมีคนจำได้และเข้ามาทักทาย หลายคนจะรู้จักจากรายการกบนอกกะลา ของทีวีบูรพา บางครั้งก็รู้สึกเสียความส่วนตัวไปบ้างเวลาที่ถูกจ้องมองเอามากๆ แต่คิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องแลกในฐานะคนของสาธารณะ

นอกจากนี้ พี่แวนด้ายังสะท้อนแง่คิดเกี่ยวกับชื่อเสียงเงินทองที่ได้รับในปัจจุบันได้อย่างน่าฟังว่า "คิดว่าเกิดมาจากความดีที่สะสมไว้ เพราะ หากเราทำดีโดยไม่หวังผลตอบแทนแล้ว บางครั้งสิ่งที่ได้รับกลับมามันมากกว่าที่เราคาดคิดนัก"


ชีวิตอาสาของ แวนด้า แห่ง กบนอกกะลา

ความฝันที่แท้จริง.. ชีวิตหลังจากนี้

"ตอนนี้คิดว่าตัวเองเริ่มมีอายุแล้ว(หัวเราะ) กะว่าอีกไม่นานคงเกษียณตัวเองออกมา เลยเริ่มสะสมทรัพย์ ออมเงินเอาไว้ไปเป็นคุณครู อยากเปิดโรงเรียนสอนเด็กฟรี แล้วก็สร้างห้องสมุด เพราะรู้สึกว่าเด็กๆให้พลังกับเรา ตอนนี้ก็ตอบแทนพระคุณคุณแม่ ด้วยการให้เวลาและทำสิ่งต่างๆให้แม่มีความสุข"

ก่อนจากฝากคำแนะนำ สำหรับผู้ที่อยากเป็นอาสา
" อย่าเป็นนักฝัน ให้เป็นนักปฏิบัติ" หากคิดที่จะทำอะไรดีๆ อย่ามัวรีรอ อาจเริ่มต้นด้วยการทำอะไรก็ได้ที่คิดว่าไม่ยากจนเกินไปหรือต้องฝืนใจที่จะทำ เช่น ช่วยทำงานบ้าน หรือ แบ่งปันความสุข เมื่อก่อนนี้ช่วงใกล้ปีใหม่เคยเดินเข้าตู้โทรศัพท์สาธารณะกับเพื่อน หยอดเหรียญกดเบอร์มั่วๆ แล้วพอมีคนรับสายก็อวยพรปีใหม่ให้กับคนรับ เป็นต้น

"ไว้ใจโลกและเชี่อในการทำดี" ด้วยโลกปัจจุบันที่ค่อนข้างโหดร้ายมากกว่าที่เคยเป็น ทำให้หลายคนกลัวที่จะทำความดี แต่สิ่งที่เคยทำบ่อยๆ และคิดว่าทำได้ไม่ยาก คือ การเอาขนมติดกระเป๋าไว้เวลาเจอขอทานเด็กๆก็จะหยิบขนมให้

ทุกครั้งที่ได้ทำจะได้สัมผัสถึงช่วงเวลาแห่งการให้และรับที่มีความสุขและอบอุ่น และทำให้เรารู้ว่าการกล้า

ทำดีของเรา แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ จะทำให้เราเห็นว่าโลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีก


สัมภาษณ์และเรียบเรียง โดย พลับพลึง (อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ)
ถ่ายภาพโดย โมก (อาสาหนุ่มสาวชาวพุทธ)
ขอบคุณ budpage เอื้อเฟื้อ บทสัมภาษณ์ ดีๆ :)


ต่อย [ 2005-11-12 14:18:53 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43