บทความ - 00306 : ออกกำลังกาย

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ออกกำลังกาย

"ออกกำลังกาย"
ในจำนวนพี่น้อง 6 คนของผม 4 คนทำงานอยู่ใน กทม.

3 คนอยู่หมู่บ้านเดียวกัน

แต่พอถึงวันเช็งเม้งที่ถือว่าเป็น "วันรวมญาติ" ประจำปีของครอบครัว พี่น้อง 4 คนที่อยู่ในเมืองกรุงจะนั่งถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแบบเป็นเรื่องเป็นราว

จน "ป๋า" สงสัยทุกปีว่าอยู่กรุงเทพฯ เหมือนกัน และ 3 คนอยู่หมู่บ้านเดียวกันทำไมถึงไม่เจอหน้ากันเลย

นั่นสิครับ...

ต้องเป็นเพราะสังคมเมืองกรุงแน่เลยที่ทำให้ "หนุ่มเมืองจันท์" 4 คนเสียนิสัย

เจอกันทางโทรศัพท์มากกว่าเจอหน้ากัน

"เหียโต้ง" พี่ชายคนโตทำงานอยู่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งมีโครงการรณรงค์เกี่ยวกับสุขภาพมากมาย

ทุกครั้งที่เจอกัน เขาจะทำหน้าที่ "ทูต" ด้านสุขภาพ

แจกเสื้อ แจกเข็มกลัด แจกหนังสือเพื่อรณรงค์โครงการต่างๆ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ขณะที่ผมนำหนังสือเล่มใหม่ "เหยียบโลกไว้ ไม่ต้องเครียด" มาแจกพี่น้อง "เหียโต้ง" ก็แจกหนังสือเล่มหนึ่งสวนกลับทันที

"ออกกำลังกายเป็นยาวิเศษ"

ตามปกติหนังสือแบบนี้ผมจะพลิกผ่านๆ ไม่ค่อยสนใจอ่านนัก แต่เล่มนี้พอพลิกอ่านแล้วกลับผ่านไม่ได้

เพราะนอกจากได้ความรู้แล้วยังสนุกด้วย

แค่บทพระราชนิพนธ์เรื่อง "กีฬาเป็นยาวิเศษ" ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็คุ้มแล้ว

ได้ทั้งความรู้และรอยยิ้ม

"มีวิธีออกกำลังอีกอย่างหนึ่งคือ ไปเดินป่าตามหมู่บ้านที่จะไปพัฒนาหรืออุทยานแห่งชาติ ตอนแรกก็เดินเฉยๆ สลับกับตะกายขึ้นเขา แต่มีผู้หวังดีว่าใช้เวลาว่างไม่มีประโยชน์พอ จึงกรุณาให้นักพฤกษศาสตร์มาบรรยายต้นไม่ในป่านั้น ข้าพเจ้าจึงติดนิสัยดูและจดชื่อต้นไม้ที่น่าสนใจที่เดินผ่านเพื่อไปค้นคว้าต ่อเกี่ยวกับสังคมพืชในถิ่นต่างๆ สัมพันธ์กับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ เรื่องสัตว์ไม่มีทางได้ศึกษา เพราะไปไหนมักมีคนตามไปเป็นจำนวนมากทำให้สัตว์วิ่งหนีไปหมด ต้นไม้คงอยากวิ่งหนี แต่ไม่มีเท้า มีแต่รากยึดพื้นดินไว้ จึงอยู่ในเราศึกษา"

หรือตอนที่เล่าถึงการขี่จักรยานเสือภูเขา

"เคยขี่จักรยานเสือภูเขาก็ไม่ค่อยจะได้ผล เพราะเวลาขึ้นเขาไม่มีแรงพอ ต้องเดินจูง ขาลงชันหวาดเสียว ปล่อยเกียร์ว่างพลางสวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองและไหลลงมา"

อ่านแล้วเห็นภาพเลยครับ

ชอบจริงๆ



นอกจากพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพฯ แล้ว ยังมีบทความเกี่ยวกับประสบการณ์การออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ของนักเขียนนักวิชาการอีกหลายคน

ส่วนใหญ่เป็นคุณหมอทั้งนั้น

มีทั้งประสบการณ์จริงของ หมออุดมศิลป์ ศรีแสงงาม ที่เคยเป็นโรคหัวใจระดับหมดสติในห้องน้ำ

หมออุดมศิลป์ไปอ่านบทความชิ้นหนึ่งเรื่อง "Run for your life" ที่วิศวกรชาวออสเตรเลียคนหนึ่งหลอดเลือดหัวใจอุดตีบตัน และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัส สามารถต่อสู้เอาชนะได้ด้วยการวิ่ง

คนเป็นโรคหัวใจแค่เดินเร็วๆ ก็ลำบากมากแล้ว แต่หมออุดมศิลป์ใช้ความพยายามและแรงใจทั้งหมดเริ่มจากการเดินช้าๆ ค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้น

จนในที่สุดก็วิ่งออกกำลังกายได้

สามารถวิ่งมาราธอนระยะ 42 กิโลเมตรได้

และในที่สุดคุณหมออุดมศิลป์ก็เอาชนะโรคหัวใจสำเร็จ

ประสบการณ์ของ คุณวัฒนา วิเศษชาญเวทย์ ก็น่าสนใจ เพราะเขาเป็นอัมพฤกษ์ ก้าวเดินก็ลำบาก

"แค่ใส่ถุงเท้าก็ยังเหนื่อย"

ก่อนป่วยเขาเคยเล่นตะกร้อมาก่อน เพื่อนๆ ก็สนับสนุนให้กลับมาเล่นอีกครั้ง แม้ "วัฒนา" จะยกเท้าแทบไม่ไหว

พลังใจของเพื่อนที่ไม่เคยแสดงท่าทีเบื่อหน่ายเมื่อ "วัฒนา" เตะตะกร้อไม่ถูกทำให้พัฒนาการการเล่นตะกร้อวงของ "วัฒนา" ดีขึ้นเรื่อยๆ

ครับ สำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ ย่อมไม่แพ้

ในที่สุด "วัฒนา" ก็หายจากอาการอัมพฤกษ์ และสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้แล้ว

เพราะ "ตะกร้อวง"

ในหนังสือเล่มนี้มีหลายคนเขียนถึงการวิ่งออกกำลัง และคงรู้ว่า "การเริ่มต้น" นั้นยากที่สุด

ผู้มีประสบการณ์ทั้งหลายจึงให้รายละเอียดในเชิงจิตวิทยาด้วย

เช่น ครั้งแรกที่ออกวิ่ง ควรจะใส่ชุดที่ไม่ดึงดูดสายตาคนนัก เช่น กางเกงขายาวแบบกางเกงวอร์มสีเข้มๆ เสื้อสีขาวธรรมดา

"อย่าไปใส่กางเกงสำหรับนักวิ่ง รองเท้าสีสันแวววาว ใส่หมวกพะรุงพะรัง จะทำให้เป็นที่สังเกต และคนจะชี้ชวนกันดูทำให้คุณเขินมากยิ่งขึ้นไปอีกเปล่าๆ"

ครับ คนที่เริ่มต้นวิ่งออกกำลังกายนั้น ส่วนใหญ่สภาพจะไม่สู้ดีนัก มีอาการป้อแป้ให้เห็นในระยะเวลาอันสั้น

ถ้าขืนใส่เสื้อผ้าแบบ "มืออาชีพ" แต่มีเรี่ยวแรงระดับ "อนุบาล"

รับรองได้ว่ามี "ขำ" แน่ๆ

เสียความเชื่อมั่นเปล่าๆ

ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าจะป้อแป้ก็ไม่ควรทำตัวให้เป็น "จุดเด่น" เกินไป ยอมไม่หล่อ-ไม่สวย สัก 4-5 ครั้งแรก จนแรงอยู่ตัวเมื่อไรค่อยให้น้ำหนักกับความเท่ของชุด

นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำเรื่องเจอหมา ควรจะทำอย่างไร

มีข้อสังเกตด้วยว่าหมาแสดงท่าทีแบบไหนไม่กัด แบบไหนกัด

แต่ที่น่ากลัวที่สุด คือ "หมาหมู่"

เจอเมื่อไร ให้ถอยหลังหนี และใช้พลังจิตผ่านทางดวงตาทันที



ท ี่น่ารักอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง "ใครๆ ก็วิ่งแข่งได้" ของ ศ.ดร.ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ที่แนะนำเรื่องการวิ่งแข่งขันสำหรับคนที่อยากทดสอบตัวเอง

มีคำแนะนำอย่างละเอียดทั้งการเตรียมตัว อาหาร น้ำดื่ม รองเท้า จนถึงการติดเบอร์

แต่ที่ผมชอบที่สุด คือ คำแนะนำเรื่องความกลัว

กลัวว่าจะวิ่งไม่ถึง หรือกลัวว่าจะวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้าย

อาจารย์ธงชัย นอกจากแนะนำเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตนเองแล้ว ยังบอกด้วยว่าในการแข่งขันวิ่ง ไม่มีการห้ามเดิน ดังนั้น เราสามารถเดินได้ถ้าเหนื่อยมาก

แต่เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม เราควรเดินในจุดรับน้ำ

"เพราะคนดูรอบข้างอาจนึกได้ว่าคุณกลัวน้ำกระฉอก คุณจึงสามารถเดินไปกินน้ำไปได้อย่างโก้"

ที่สำคัญ อย่าเดินตอนเข้าเส้นชัยเป็นอันขาด

"ถ้าหมดแรงจริงๆ ควรจะหยุดเดินก่อนถึงเส้นชัยเล็กน้อย แต่พอใกล้จะถึงเส้นชัยให้วิ่งครับ วิ่งเข้าเส้นชัยแล้ววิ่งยิ้มหราเข้าไปเลย...ยิ้มให้โลกรู้ว่าฉันวิ่งถึงแล้ว นะ"

ครับ การวิ่งก็เหมือนชีวิตล่ะครับ

เริ่มต้นว่าสำคัญแล้ว

การเข้าเส้นชัยก็สำคัญไม่แพ้กัน

...ต้องไม่เสียฟอร์ม



มติชนสุดสัปดาห์ หน้า 24

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ "หนุ่มเมืองจันท์"

วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1339


ต่อย [ 2006-04-15 16:45:44 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43