บทความ - 00316 : "เจ้าชายวังชุก" พระราชอาคันตุกะ ผู้ทำให้ "ภูฏาน" เด่นชัดบนแผนที่โลก

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : ข่าวสาร : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

"เจ้าชายวังชุก" พระราชอาคันตุกะ ผู้ทำให้ "ภูฏาน" เด่นชัดบนแผนที่โลก

ภาพความยิ่งใหญ่ของประมุขจากนานาประเทศ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ตราตรึงเข้าไปอยู่ในหัวใจปวงชนชาวไทยแล้ว ประชาชนชาวไทยต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ พระจริยวัตรอันงดงามแห่งสายเลือดสีน้ำเงิน ของแต่ละพระองค์อย่างหมดใจ

โดยเฉพาะ มกุฎราชกุมาร จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน คือเจ้าชายที่โดดเด่นที่สุด ณ เวลานี้! ด้วยพระพักตร์ขาวสะอาด พระวรกายผึ่งผายในชุดฉลองพระองค์ประจำชาติแบบแปลกตา ที่สะดุดใจยิ่งนักคือพระจริยวัตรอันนอบน้อม...ท่ามกลางท่าทีอันเรียบง่ายไม่ถือพระองค์ ไม่ว่าจะเสด็จฯ ยังที่ใด ภาพที่ประชาชนคนไทยเห็น คือทรงยกพระหัตถ์พนมไหว้แบบชาวพุทธอย่างงดงาม กอปรกับที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 26 พรรษาเท่านั้น! ยิ่งทำให้เจ้าชายหนุ่มจากโลกตะวันออกพระองค์นี้ โดดเด่นสะดุดชาวไทยที่เฝ้าอยู่หน้าจอทีวียิ่งขึ้นไปอีก!! "เจ้าชายวังชุก" แห่งภูฏาน กลายเป็นเจ้าชายในฝัน (สาวไทย) ไปในพริบตา

หลายคนบอกว่าหล่อสไตล์เอเชียแบบพระเอกเกาหลี แล้วถ้าเข้าไปดูในเวบไซด์เวลานี้ ก็จะเห็นทั้งพระฉายาลักษณ์ และพระราชประวัติของพระองค์ที่ถูกเหล่านักท่องโลกไซเบอร์นำมาโพสต์เอาไว้ทุกอิริยาบถ!! "ได้เห็นองค์จริงแล้วบอกได้เลยว่าทรงพระสิริโฉมมาก ถ้าพูดอย่างภาษาสามัญก็ต้องบอกว่าเป็น ''หนุ่มหล่อ'' เลยทีเดียว แต่สิ่งที่เหนืออื่นใด คือบุคลิกสง่างาม และพระราชอัธยาศัย วิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นอิทธิพลของพุทธศาสนาที่มีต่อพระองค์ท่านอย่างมาก"

จักรภพ เพ็ญแข รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หนึ่งในคณะทำงานฉลองครองราชย์ครบ 60 ปี ซึ่งมีหน้าที่ทำงานถวายงานรับพระราชอาคันตุกะครั้งนี้ กล่าวถึงข้อมูลที่หลายคนกำลังกระหายใคร่รู้เกี่ยวกับมกุฎราชกุมารพระองค์นี้ว่า "ความนอบน้อมถ่อมตนของพระองค์ เป็นไปอย่างไม่เสียพระกิริยา ทรงงามอย่างพระราชา และทรงเป็นต้นแบบสุดยอดความสง่าโดยแท้จริง ใครอยากมีบุคลิกสมาร์ทโดยไม่เป็นการเย่อหยิ่งให้ดูมกุฎราชกุมารภูฏานเป็นแบบอย่าง" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าว

จักรภพ อธิบายเพิ่มว่า เจ้าชายพระองค์นี้คือว่าที่พระมหากษัตริย์คนต่อไปของราชอาณาจักรภูฏาน เพราะพระราชบิดา คือ สมเด็จพระราชาธิบจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงมอบราชสมบัติให้แล้ว โดยในอีก 2 ปีข้างหน้าจะเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระเจ้าแผ่นดินภูฏาน ด้วยพระชนมายุเพียง 28 พรรษาเท่านั้น

จากการที่ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับคนรอบข้าง จักรภพ บอกว่า จึงได้รู้ว่าทรงสนพระทัยเรื่องศิลปวัฒนธรรม รวมถึงเรื่องการท่องเที่ยวว่าบริหารจัดการอย่างไร ที่จะไม่ทำลายทรัพยากรของประเทศ ภูฏานเป็นประเทศเล็กมาก มีพื้นที่เพียง 47,000 ตร.กม. จึงทรงมีพระราชประสงค์ส่งเสริมให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญพระองค์ทรงมีพระราชดำริตามรอยพระราชบิดา ซึ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงภูฏานให้เป็นสังคมสมัยใหม่ แต่แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยทรงใช้หลักความสุขมวลรวมของชาติ แทนการวัดการพัฒนาเป็นค่าทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของภูฏานเป็นสังคมเกษตรกรรมที่เรียบง่าย ดำรงตามวิถีทางพุทธศาสนานิกายมหายาน และยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีมาช้านาน

ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งนั้นมาจากพระราโชบายของสมเด็จพระราชาธิบดีวังชุก ซึ่งต้องการให้อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของภูฏานไว้ นอกจากนี้ นโยบายการคัดเลือกและจำกัดนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศ โดยคิดค่าเข้าประเทศ 250 ดอลลาร์สหรัฐ! ทำให้มีแต่นักท่องเที่ยวคุณภาพดีเท่านั้น!! และภูฏานยังมีนโยบายจำกัดสื่อ จึงเพิ่งเริ่มที่จะมีโทรทัศน์ เมื่อปี 2542 และมีเพียงสถานีแห่งชาติสถานีเดียวเท่านั้น

"ฉลองพระองค์" คืออีกเรื่องที่น่าติดตราต้องใจอย่างมาก จักรภพเล่าถึงเรื่องนี้ให้ฟังอย่างละเอียด "เป็นชุดประจำชาติ เรียกว่า ''โกะ'' ภูฏานเป็นรัฐบนภูเขาอากาศจึงหนาวเย็น ชุดนี้มีความพิเศษตรงผืนผ้าที่คลุมพระอังสาปลดลงมาคลุมพระวรกายได้ แล้วถึงจะเป็นชุดที่ดูคล้ายนักรบ เพราะทรงสวมรองเท้าแบบบู๊ท แต่ก็ใส่ได้ทุกโอากส ผ้าคลุมพระอังสาสีเหลืองที่ทรงออกราชพิธีดูคล้ายเหมือนจีวรพระ คล้ายผ้าไหม แต่ไม่ได้มีสีนี้สีเดียวนะครับ สีเขียวก็มี ซึ่งเข้าใจว่าการทรงสีเหลืองเพื่อเฉลิมฉลองแด่องค์ในหลวง เหมือนที่คนไทยสวมเสื้อเหลืองกันเวลานี้"

ชื่อประเทศภูฏานอ่านว่า พู-ตาน หรือ พู-ต๋าน ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะเรียกว่า พู-ถาน ก็ไม่ผิด จักรภพแจกแจง แล้วความรู้จากห้องเรียน ประเทศภูฏานเป็นประเทศยากจนที่สุดในโลก โดยมีรายได้ประชากรต่อหัวน้อยที่สุด เรื่องนี้ จักรภพ แสดงความคิดเห็นว่า "เงินไม่ใช่ปัจจัยวัดความสุขของคนเสมอไป ประเทศลาวคนมีเงินในกระเป๋าน้อยมาก แต่คนมีหน้าตาอิ่มเอิบ สุขใจ แต่งตัวมีเครื่องเงินเครื่องทองประดับงดงาม ''ความรวย'' จึงไม่ได้วัดกันที่เงินเท่านั้น วัดที่ความสุขก็ได้ วัดที่ความมีวัฒนธรรมประเพณีที่รุ่มรวย อย่างภูฏาน เป็นต้น" ฟังอย่างนี้นักท่องเที่ยวไทยคงอยากแบ็กแพ็คเกอร์ไปท่องเที่ยวประเทศนี้กันใหญ่แล้ว!

"คงต้องบอกว่า ''เจ้าชายวังชุก'' ทรงทำหน้าที่สัญลักษณ์ของประเทศได้ดีที่สุด ฐานะกษัตริย์จากภูฏาน เพราะประมุขต้องทรงเป็นตัวอย่างที่ดีของประเทศนั้น เพราะฉะนั้นการเสด็จฯ มาไทย แล้วเรามีความรู้สึกประทับใจในพระองค์ท่าน จนรักประเทศนั้น อยากไปประเทศนั้น ก็ถือว่าทรงทำหน้าที่พระมหากษัตริย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ"

จักรภพ ว่า พร้อมอธิบายประเด็น "กษัตริย์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ" เพิ่มเติมว่าถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด ด้วยทรงเป็นประมุขที่ต้องไปเยี่ยมเยือนผู้นำประเทศต่างๆ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรี หากแต่กษัตริย์มีความสำคัญกว่านั้นอีกมาก เช่น ทรงเป็นองค์ผู้นำในการรักษาไว้ซึ่งจารีตประเพณี สิ่งที่ทรงแสดงออกจึงต้องเป็น "สิ่งดีที่สุด" ของประเทศนั้นๆ อีกด้วย

นอกจากเจ้าชายองค์นี้ จักรภพ ยังพูดถึง พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี แห่งกัมพูชา ทรงเป็นสัญลักษณ์ประเทศเฉกเช่นเดียวกัน ทรงมีภูมิหลังเป็นเอกลักษณ์ โดยทรงมีความชำนาญเฉพาะทาง 2 ด้านด้วยกัน คือ การเป็นนักนาฏศิลป์ คล้ายกับพระราชบิดา คือ สมเด็จสีหนุ ทั้งศิลปะการแสดง ภาพยนตร์ การร่ายรำ ทรงเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับ และอีกด้าน คือ การทำงานระหว่างประเทศ โดยทรงเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเนสโกมาก่อน ความรู้ของพระองค์จึงรอบด้าน เพราะยูเนสโกทำงานทั้งทางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และศิลปะ ซึ่งปัจจัยทั้งสามนี้จะขับเคลื่อนให้สังคมพัฒนาได้มากที่สุด โดยจักรภพเชื่อมั่นว่า "พระบรมนาถสีหมุนี" จะกลายเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความสำคัญมากของกัมพูชา เนื่องจากประเทศได้ผ่านพ้นยุคสงครามแล้ว ต่อไปคือยุคกัมพูชาใหม่ที่พระองค์จะเป็นผู้นำในการฟื้นฟูชาติ และฟื้นฟูรากเหง้าเดิมของกัมพูชา สถาบันกษัตริย์จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเอเชียโดยแท้

เป็นความอิ่มตาอิ่มใจของชาวไทยที่ได้ชื่นชมพระบารมี "เจ้าชายวังชุก" ที่ทรงประทับอยู่เมืองไทยถึงวันที่ 15 มิถุนายน

นอกจากนี้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า "ทรงมีราชประสงค์อยากนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ดีในอนาคต โดยทรงสนพระทัยโครงการหลวง และโครงการพระราชดำริต่างๆ มาก ด้วยทรงมีพระราชปณิธานต้องการเป็น ''กษัตริย์ของประชาชน'' เฉกเช่นเดียวกับองค์ภูมิพล" จึงเป็นคำบอกเล่าที่ทำให้เรารักเจ้าชายจากภูฏานพระองค์นี้ยิ่งขึ้นไปอีก


ความรู้เกี่ยวกับ ราชอาณาจักรภูฏาน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย มีอาณาเขตทิศเหนือติดกับทิเบต 470 กิโลเมตร และอาณาเขตด้านอื่นๆ ติดกับอินเดีย 605 กิโลเมตร ไม่มีทางออกทะเล พื้นที่ 47,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง กรุงทิมพู เมืองสำคัญต่างๆ เมืองพาโร เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ เมืองพูนาคา เป็นเมืองที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ เป็นที่ตั้งของพระราชวังฤดูหนาว และเป็นที่ราบสำหรับทำการเกษตร ประชากร คน 752,693 คน

ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่ Sharchops (ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยภาคตะวันออก) Ngalops (ชนเชื้อสายทิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก) และ Lhotshams (ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้) ศาสนา พุทธมหายาน นิกาย Kagyupa (มีลามะเช่นเดียวกับทิเบต) ภาษา ซองข่า (Dzongkha) เป็นภาษาราชการภาษาอังกฤษใช้เป็นสื่อกลางในสถาบันการศึกษาและในการติดต่อ ธุรกิจภาษาทิเบตและภาษาเนปาลมีใช้บางส่วนในทางภาคใต้ของประเทศ ประมุข องค์ปัจจุบัน คือ สมเด็จพระราชาธิบจิกมี ซิงเย วังชุก ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2515 เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์วังชุก


ต่อย [ 2006-06-16 16:50:46 ]

EE43 lกระทู้ lรวมรูป lเนื้อหา lข่าว lmp3 player lบทบรรณาธิการ lรายชื่อ lcheck mail ee43 |ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com