เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน - หมอพีร์ชีวิตของการเป็นหมอดูมักจะมีลูกค้าแปลกใหม่มาอยู่เรื่อย ๆ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่สังเกตมาตลอดระหว่างที่ดูหมอคือ คนที่เป็นลูกค้ามักจะเป็นกลุ่ม ๆ มีกรรมเหมือนกัน หรือมีความคล้ายกัน ตัวอย่างเช่น อาทิตย์นี้เจอลูกค้าที่เกิดพ.ศ. ๒๕๒๐ ก็จะเจอทั้งอาทิตย์ บางช่วงก็จะเจอเด็ก บางช่วงก็เจอแต่วิศวะ หรือบางช่วงก็จะเจอกลุ่มที่มีกรรมเรื่องความรัก
การที่เจอลูกค้าเป็นกลุ่ม ๆ มีข้อดีอย่างหนึ่งคือ ทำให้เห็นกระบวนการทำงานของกรรมวิบาก พอได้เห็นบ่อย ๆ ก็รู้สึกสยองเหมือนกันสำหรับลูกค้าบางราย และพอต้องมาเจอลูกค้าคนอื่น ๆ ที่เขาไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบาก เห็นกรรมไม่มีจริง เห็นกรรมเป็นเรื่องน่างมงาย ก็รู้สึกสงสาร ก็จะพยายามสรรหาเรื่องในชีวิตเขามาโยงเข้ากับกรรมเพื่อให้เขาเกิดสะกิดใจเชื่อเรื่องกรรมบ้าง บางครั้งก็ทิ้งเป็นข้อคิดให้
การที่ดูหมอตามหลักกรรมของมนุษย์ และเห็นผลของกรรมจากลูกค้าเล่าให้ฟัง มันยิ่งทำให้ฉันยิ่งเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอย่างสนิทใจ เวลาที่ฉันต้องเจอปัญหาอะไรในชีวิต จะไม่โทษคนอื่นเลยว่าทำไมเขามาทำเรา จะย้อนกลับเข้ามามองตัวเองทันทีว่าสิ่งที่เรากำลังโดนกระทำอยู่คือกรรมของเรา ทำให้ใจให้อภัยเขาได้ง่าย
จากการที่เห็นกระบวนการการให้ผลของกรรม มีบางจุดที่ทำให้เห็นว่ากรรมที่เรามีอยู่มันสามารถปรุงแต่งความคิดจิตใจของเราอย่างพิสดาร เพื่อให้เราต้องใช้กรรม ไม่สามารถชนะกรรมได้ วันนี้ก็มีตัวอย่างลูกค้าหลายราย ที่โดนความคิดจิตใจของตัวเอง กันไม่ให้ออกจากกรรมวิบาก
จากที่ดูดวงลูกค้าไปส่วนใหญ่ลูกค้าจะรู้อยู่แล้วว่า ตัวเองเป็นคนยังไง มีข้อบกพร่องตรงไหน มีกรรมอะไรอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ต้องให้คนอื่นเขามาทักมาทาย และเวลาที่ทักออกไปแล้วมันตรง ทุกคนจะรู้สึกว่าเป็นอย่างที่บอกมาจริง ๆ แต่แก้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่การดูดวงก็คือการอ่านนิสัยที่มีอยู่ของตัวเรา ต้องให้คนอื่นที่ไม่รู้จักเป็นคนมาบอกมาทักถึงจะทำได้
ความเป็นจริงในชีวิตของเรา แค่เปลี่ยนการกระทำหรือความคิดบางจุด ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยน ดวงเปลี่ยน เส้นทางการให้ผลของกรรมเปลี่ยนไปได้จริง แค่เราเริ่มเอาชนะแรงต้านในความคิดของเราที่ไม่ชอบทำเรื่องดี คนส่วนใหญ่โดนกิเลสของตัวเองหลอก เช่น ความกลัว ความอยาก ความเกียจคร้าน ความไม่อดทน ความไม่ขยัน การไม่ให้อภัย ความอาย ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ควรจะเปลี่ยน ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ผิดศีล ไม่เป็นบาป เป็นแต่เรื่องที่ทำไปแล้วมีแต่ผลดี แค่ลงมือทำก็มีแต่จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ หัวใจสำคัญต้องอึด ต้องอดทน ไม่ท้อแท้นี่แหละ
จากหลายเดือนที่ผ่านมา มีตัวอย่างให้เห็นมากเลยเหมือนกัน เช่น มีหลานของตัวเองคนหนึ่งมีดวงค้าขายดี แต่จะไม่ชอบขายของเป็นชีวิตจิตใจ มีป้าจะลงทุนให้ บอกว่าไม่ต้องทำงานบริษัทหรอกเพราะเป็นคนตรง มักจะมีเรื่องกับคน ให้ออกมาขายของ ทำเองขายเองดีกว่า มีทำเลให้ด้วย หลานคนนี้ก็จะบอกแต่ว่า อายไม่กล้าขายของ อายคนที่มาซื้อ ให้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวแต่อาย แต่พอเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเรื่องใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อกับหลานคนนี้คือ เธอนอกใจสามีไปมีชู้ พาชู้เข้าบ้าน พอได้ยินข่าวต้องถอนหายใจ เฮ้อ... เรื่องดีกลับอายคน แต่เรื่องผิดศีลธรรมกลับไม่อายคน ทั้งที่การพาชู้เข้าบ้านนี่มันน่าอัปยศอดสูมาก แต่ก็ยังเห็นเขายิ้มหน้าระรื่นอยู่เลย
และอีกช่วงหนึ่งก็เจอลูกค้าที่มีกรรมเรื่องคน เรื่องสังคม ทางที่จะเปลี่ยนให้ชีวิตดีขึ้นเรื่องสังคมคือ หมั่นทำบุญกับสังคม มูลนิธิ คนยากไร้ แต่เจ้าของดวงชะตาที่มีกรรมเรื่องคนส่วนใหญ่ มักจะมีความคิดที่ว่าทำบุญกับคนไม่ขึ้นไม่อยากจะทำ หรือมักจะได้เจอแต่ข่าวที่มีการหลอกลวงอยู่เรื่อย ๆ หรือบางคนก็จะไม่ชอบเพราะมีความคิดว่า มีมือมีเท้าครบทำไมไม่เห็นทำงาน ทั้งที่เขาเป็นคนด้อยโอกาสจริง ๆ คนที่มีกรรมเรื่องคน มักจะมีความคิดขวางตัวเองเพื่อที่จะขัดขวางการทำบุญกับคน
ลูกค้าที่ผิดศีลข้อสี่คือโกหก กระแนะกระแหน กระทบกระทั่ง นินทา ตะคอกคนอื่นและใช้อำนาจกับคนอื่น ทำให้เป็นคนที่เสียงจะไม่เพราะเสียงแหบแห้ง ทุกคนก็จะรู้หมดว่าปากไม่ดี แต่ละคนจะบอกว่าอดทนไม่ได้ ที่จะไม่ตอบโต้เพราะคิดว่าเขามาทำเราตลอด ทนไม่ได้ที่จะไม่ด่ากลับ ความจริงถ้าเราเริ่มหักห้ามใจเราได้แค่หนึ่งครั้งไม่ตามใจความอยากจะพูดได้หนึ่งครั้ง เราก็จะเริ่มเอาชนะได้และทางแก้เรื่องเสียงให้ดีขึ้นคือ ต้องพูดจาดีมากขึ้น และลองสวดมนต์ออกเสียงดู แต่ทุกคนบอกว่าสวดนะคะแต่สวดในใจไม่ได้ออกเสียง
ส่วนคนที่มีกรรมทางศาสนา เช่นปรามาสพระธรรมคำสอน หรือใช้คำพูดขวางทางคนให้เข้าหาสิ่งดี ๆ ก็มักจะมีอุปสรรคในการทำบุญให้เกิดการท้อใจในการที่จะทำบุญ เช่น หลายคนจะบอกว่าเวลาไปทำบุญทุกครั้ง หลังจากกลับจากการทำบุญมามักจะเจอแต่เรื่องร้าย มีแต่ดวงซวย ๆ แรงของกรรมไม่อยากให้ทำดีบั่นทอนกำลังใจในการสร้างกุศล ทั้งที่ไม่ทำความดีคงจะหนักกว่านี้ ถ้าจะต้องตายเพราะทำบุญหรือทำความดี ยอมตายดีกว่าค่ะ เพราะหนทางหลังความตายย่อมสว่างแน่นอน ดีกว่าที่ทั้งชาติไม่ทำบุญเพราะความเข้าใจผิดว่า การทำบุญทำให้ตัวเองโชคร้ายเลยไม่ทำ
อีกอาทิตย์ต่อมา เจอกลุ่มลูกค้าที่มีจิตใจเฉื่อย ๆ เนือย ๆ หนืด ๆ จิตใจไม่แข็งแรงอ่อนแอ วันวันก็มีแต่คิดมาก อมทุกข์ไม่สดใสเลย ซึ่งจิตใจแบบนี้ จะทำให้เกิดความขี้เกียจตามมาแน่นอน ทางที่จะทำให้จิตใจกระปรี้กระเปร่าขึ้น ก็คือการออกกำลังกาย ถามทุกคนที่มีจิตแบบนี้ว่าออกกำลังกายบ้างไหม คำตอบคือทุกคนจะไม่ชอบออกกำลังกายเลยเพราะขี้เกียจ ซึ่งถ้าหันมาออกกำลังกายจิตจะเปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้ขยัน สดใส แข็งแรงเป็นโรคยาก
ลูกค้าอีกกลุ่มก็จะทำกรรมกับพ่อกับแม่ คือใช้คำพูดที่ไม่ดี ทำให้พ่อแม่เสียใจไว้มาก ทุกคนรู้สึกสำนึกผิดกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครกล้าไปขอขมากราบเท้าพ่อแม่เลย เพราะเอาชนะความอายไม่ได้ ซึ่งฉันเองเมื่อก่อนก็เป็นสมาชิกของกลุ่มอับอายที่จะทำความดีเหมือนกัน แต่ครั้นบอกกับตัวเองว่า ปล่อยไม่ได้แล้ว ต้องทำให้ได้ คิดล่วงหน้าก่อนกลับบ้านเป็นเดือน กว่าจะทำได้แทบตาย พอทำแล้ว ทำให้ช่องว่างที่มีปัญหากับแม่ก็น้อยลงเยอะมาก
เรามาลองสังเกตชีวิตของเรากันเถอะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่มันเป็นเรื่องดี ๆ ที่ควรจะแก้ไขและควรจะทำ แต่เรามักจะปฏิเสธที่จะทำมาตลอด หรือมีความยากลำบากใจในการลงมือทำ ลองมองอย่างช้า ๆ และพิจารณาด้านที่เรากำลังจะลงมือทำว่า ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ถ้าหากเรามองไม่ออกลองให้เพื่อน ให้ พ่อแม่พี่น้องของเราชี้ให้เราเห็นว่ามีจุดด้อยตรงไหน และลองเริ่มเอาชนะใจเอาชนะกิเลสของตัวเรา ซึ่งอาจจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปในด้านตรงข้ามที่ดีขึ้น ทำให้เรามีชีวิตใหม่ที่เปลี่ยนไปในเวลาอันสั้นก็ได้ เมื่อเราเจอกิเลสเจอจุดด้อยในใจเรา
เพื่อนที่สนิทกันเป็นคนที่ขี้เกียจมาก เฉื่อยมาก ๆ ชวนไปออกกำลังกายหรือต้องทำอะไรที่ออกแรง จะเป็นคนที่หนีมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่เรียนมัธยม หรือประถมก็จะหนีการออกกำลังกาย กินแรงเพื่อนมาตลอดทำให้เป็นคนที่อ่อนแอ เฉื่อย ๆ ไม่สดใส แม้กระทั่งตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ชอบออกกำลังกาย แต่พอเดือนที่ผ่านมา ไปสมัครฟิตเนสด้วยจิตใจที่หนักแน่น ว่าต้องไปเล่นให้ได้ทุกวัน จากที่เป็นคนที่ขี้เกียจก็ขยันขึ้น แถมยังไม่นอนตื่นสายแล้ว ทำให้เขาเห็นความแตกต่างได้เร็วมาก
ดังนั้นถ้าเห็นข้อบกพร่องในตัวของเราแล้ว แม้ว่าเราจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เราก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรที่จะรีบแก้ไข สิ่งที่สำคัญสุดที่จะทำให้เราผ่านข้อบกพร่องไปได้ คือ จิตใจที่มีความหนักแน่นว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้มีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ควรจะจำไว้อย่างหนึ่งคือ ทุกคนเกิดมาไม่มีใครที่จะสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก ไม่มีใครดีที่สุดในโลก ทุกคนเกิดมาล้วนมีข้อบกพร่องที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่จะทำให้คนสมบูรณ์ขึ้นมาได้ คือการรู้ข้อบกพร่องและแก้ไขข้อบกพร่องในชีวิตของตัวเอง
กำลังใจที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนตัวเรา คือคนใกล้ตัวเรานี่แหละ แค่เราแสดงเจตนา หรือบอกเขาว่าตอนนี้เรากำลังมีความคิดที่จะแก้นิสัยเสีย ๆ ของเรา ให้ดีขึ้น ทุกคนที่อยู่รอบข้างมีแต่จะดีใจกันและเห็นดีเห็นงามร่วมกับเราไปด้วย ส่วนหมอดูก็คล้ายกับคุณหมอจิตวิทยาเหมือนกัน ที่เป็นแค่ผู้ชี้นำทางแก้ไขให้ แต่ไม่สามารถเป็นผู้เปลี่ยนกรรมให้ใครได้ คนที่จะเปลี่ยนได้คือตัวท่านเอง
ไดอารี่หมอดู หน้าที่ ๙
หมอพีร์
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐
ต่อย [ 2007-03-02 11:46:25 ]
|