บัวอธิษฐาน : เมรินสายลมอ่อนๆ พัดกลิ่นดอกกระดังงาหอมกรุ่นมาจากซุ้มไม้เล็กๆ อันรกครึ้มด้วยกิ่งก้านใบสีเขียวสดทอดต้นเป็นเถาเลี้อยพันรอบแขนงไม้ก่อนจะทิ้งตัวห้อยลงมาเป็นพวงระย้า ถัดไปคือสระน้ำใหญ่ ดารดาษไปด้วยดอกบัวนานาพันธุ์ นิลอุบลสีฟ้าลอยชูดอกเรี่ยน้ำ สัตตบงกชสีชมพูอมขาวคลี่กลีบดอกที่ซ้อนเป็นชั้นเบ่งบานรับแสงอาทิตย์อันสาดส่องเป็นลำสว่างทอดยาวจากท้องฟ้าในยามรุ่งอรุณ
กอไผ่สีสุกเอนต้นพลิ้วไหวตามสายลม นกกางเขนตัวน้อยโผบินลงมาจับกิ่งไผ่ ขับขานเสียงร้องสูงๆ ต่ำๆ ไพเราะเหมือนท่วงทำนองดนตรี กลิ่นหอมรวยรินจากหมู่แมกไม้ขจรขจายไปทั่วบริเวณ
เด็กหญิงสูดลมหายใจด้วยจิตอันแช่มชื่น พร้อมกับชะเง้อมองไปที่ปลายทุ่งอย่างจดจ่อรอคอย
สุดสายตานั้น ภาพของผ้ากาสาวพัสตร์โบกสะบัดเป็นทิวแถวยาว แลเห็นแต่ไกลเป็นจุดสีเหลืองจุดเล็กๆ ตัดกับท้องทุ่ง ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ อย่างช้าๆ
"ยายๆ พระมาแล้ว..."
วิ่งพลาง ส่งเสียงพลาง จนมาถึงกระต๊อบหลังคามุงจากหลังน้อย
หญิงชราในชุดเสื้อคอกระเช้านุ่งผ้าโจงกระเบนสีเข้ม ยกหม้อข้าวลงจากเตา ที่ยังมีดุ้นฟืนติดไฟวอมแวมมืออันเหี่ยวย่นค่อยๆ คดข้าวสวยร้อนๆ ที่เพิ่งดงเสร็จใส่ขัน พร้อมกับนำแกงสายบัวถ้วยเล็ก บรรจงใส่ถาด โดยไม่ลืมหยิบดอกบัวดอกงาม ยื่นให้หลานสาวตัวน้อย
เธอรับไว้ในอุ้งมือเล็กๆ ด้วยความชำนาญ รีบเดินออกไปหน้าบ้าน โดยมีแม่ไก่แจ้ พร้อมกับลูกเจี๊ยบเล็กๆ ๓ ตัววิ่งตามไปข้างหลัง ปิดท้ายด้วยเจ้าด่างส่งเสียงเห่าทักทายตามไปด้วย
...
โอย... เจ็บเหลือเกิน ฉันรู้สึกตัวฟื้นขึ้น พยายามเอื้อมมือไปลูบขา กลิ่นกระดังงาหอมกรุ่นจางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจากควันของท่อไอเสียรถยนต์ สระน้ำใหญ่กลายเป็นถนน บัวงามหลากสีแปรเปลี่ยนเป็นรถยนต์หลากหลายยี่ห้อกำลังวิ่งขวักไขว่ไปมา กางเขนน้อยหยุดร้องเพลง เสียงดนตรีหวานกลายเป็นเสียงสบถก่นด่า สลับกับเสียงแตรรถดังชวนปวดหูอยู่รอบกาย
ฉันถูกรถชนกำลังนอนอยู่กลางถนน!
ความกลัวแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ หันมองรอบด้านอย่างหวาดผวา แลเห็นเกาะสวนหย่อมคั่นฟากถนนอยู่รำไรรวบรวมแรงกายที่ใกล้หมดลงทุกที ขยับร่างให้กระเถิบเข้าชิดขอบเกาะกลางมากที่สุดเพื่อโอกาสที่จะมีชีวิตรอด ภาวนาให้รถทุกคันเห็นฉันแต่ไกลจะได้ไม่แล่นทับ หลายคันชะลอหยุดดูแล้วขับผ่านไป แต่ไม่มีคันใดสละเวลาจอดลงมาช่วย
สายตาของฉันเริ่มพร่ามัว และเหมือนบรรยากาศรอบด้านมืดลงทุกที ร่างกายเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยผลึกน้ำแข็งขนาดมหึมา หนาวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ทั้งที่เป็นเวลาเที่ยงวัน
ฉัน กำลังจะตาย!
วูบหนึ่งเมื่อตระหนักรู้ จิตของฉันคร่ำครวญหวนระลึกด้วยความอาลัย บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ตัวเลขสะสมของเงินในบัญชีธนาคารที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ด้วยชื่อเสียงอันโด่งดังในฐานะนางงาม และชายหนุ่มรูปหล่อที่เพิ่งคบหาดูใจกันในฐานะคนรัก ทั้งหมดกำลังจะหลุดลอยจากฉันไป ความตายคือการจบสิ้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดที่ฉันสามารถนำติดตัวไปด้วยได้
ภาพของเหตุการณ์ต่างๆ หลากหลายผุดขึ้นมาสลับผลัดเปลี่ยนกัน เหมือนหนังที่ถูกกรอกลับอย่างรวดเร็วจนดูไม่ทัน แล้วหยุดลงที่ภาพของแมวดำตัวใหญ่แอบมาขโมยปลาที่ตากไว้บนเพิงหน้ากระต๊อบเหมือนเช่นทุกวัน เด็กหญิงตัวเล็กถือไม้แอบย่องเข้ามาด้านหลัง ตั้งใจจะตีสั่งสอนให้เข็ดหลาบ หลังจากที่ไม่เคยจับได้ไล่ทันสักที
แต่มันหันมาเห็น ตกใจกระโดดลงมาขาหลังถูกเข้ากับปลายไม้ที่หวดลงมาพอดี มันร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด แล้วหายเข้าไปนอนหมอบในพงหญ้าข้างทาง ด้วยความโกรธเด็กหญิงปล่อยมันทิ้งไว้อย่างไม่สนใจ วันต่อมายายบอกว่า มันถูกเจ้าเขียวหมาข้างบ้านกัดตาย เพราะขาหักวิ่งหนีไม่ทัน
ฉันรู้สึกเจ็บแปลบร้าวระบมที่ขามากขึ้นทุกทีจนเหมือนจะขาดใจ แก้มของฉันสัมผัสกับน้ำอุ่นๆ สีแดงที่ไหลย้อยออกมาจากรากผม ใบหน้าของฉันคงครูดกับพื้นถนน จึงปวดแสบปวดร้อนระคายไปทั่ว
จิตของฉันกระตุกวูบขึ้นด้วยความสำนึกผิด น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นทาง
อโหสิกรรมให้ฉันเถิดเจ้าดำ…
กรรมใดที่ฉันได้กระทำลงไปแล้วด้วยความประมาทพลาดพลั้ง
ฉันขอน้อมรับและจะไม่กระทำซ้ำอีกเป็นเด็ดขาด!
ทันใดนั้น ก่อนที่ความรู้สึกทั้งมวลของฉันจะดับลง มโนภาพของผ้ากาสาวพัสตร์สว่างไสวปรากฏเด่นชัดขึ้น พร้อมกับใบหน้าอันเปี่ยมด้วยความเมตตาของพระภิกษุชรากำลังมองลงมาที่เด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งนั่งคุกเข่าทูนถาดใส่ขันข้าวและดอกบัวขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับอธิษฐาน
"ขอให้สวยเหมือนดอกบัว มีบ้านหลังใหญ่ๆ มีเงินเยอะๆ"
ฉันน้ำตาไหลหวนระลึกถึงปัจจุบัน หลายปีที่เติบโตขึ้นพร้อมด้วยรูปโฉมสะคราญตา จากบ้านเกิดมาอยู่ในเมืองใหญ่ ใช้ความงดงามของกายตนกอบโกยทรัพย์สินเงินทอง สนุกสนานเที่ยวเตร่ ในแหล่งอบายหาความสำราญทางโลก หลงลืมบัวดอกน้อย ทิ้งยายผู้ชราให้ตั้งตาคอยในกระต๊อบหลังเก่าๆ ที่ใกล้จะพัง
มาตระหนักชัดสำนึกได้ ในยามที่สังขารร่างกายใกล้จะแตกดับนี้!
ฉันตั้งจิตน้อมระลึกถึงกุศลกรรมที่เคยกระทำมา ยกมือขึ้นพนมกล่าวสัจจะวาจาอธิษฐาน
"ด้วยบุญที่ข้าพเจ้าเคยทำนุบำรุงหมู่สงฆ์ ตักบาตรพระสุปฏิปันโณ ผู้เป็นทายาทสืบทอดพระศาสนา ขอโอกาสให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อแก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาด และสร้างบุญกุศลทำความดีให้ยิ่งขึ้นไป ในภพชาติมนุษย์ปัจจุบันนับแต่นี้...เถิด"
...
หลวงพ่อมองดูเด็กสาวที่กำลังคุกเข่ายกทัพพีตักข้าวลงในบาตร ด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตาของพระอริยะ ปีนี้ท่านชราภาพลงมาก แต่ก็ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์อย่างสม่ำเสมอ ท่านเพียรเทศนาธรรมสั่งสอนญาติโยมที่มาวัดให้เร่งปฏิบัติภาวนา แม้ท่านจะเหน็ดเหนื่อยจนต้องหยุดหอบในบางครั้ง
และท่านตั้งใจจะเดินบิณฑบาตจนกว่าสังขารจะเสื่อมถอยจนไม่สามารถลุกเดินได้อีก เพื่อโปรดญาติโยมให้พวกเขาได้มีโอกาสทำบุญเป็นเสบียงติดตัวตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต…
ฉันก้มลงกราบแทบเท้าขอขมาคุณยาย ท่านลูบหัวให้ศีลให้พร และกอดฉันด้วยความรักใคร่ ฉันตั้งใจจะเลี้ยงดูตอบแทนบุญคุณท่านจนสิ้นอายุขัย หลังจากป้อนข้าวและอาบน้ำให้ท่านแล้ว ฉันเดินเข้ามาในห้อง ก้มลงกราบพระพุทธรูป เริ่มต้นภาวนาตามที่หลวงพ่อเมตตาสอน และคอยย้ำเตือนฉันอยู่เสมอ ไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไร้ประโยชน์แม้แต่เพียงวินาทีเดียว
ฉันยังคงตักบาตรและเก็บดอกบัวสัตตบงกชถวายพระทุกวัน
แต่ฉันไม่เคยอธิษฐานขอรูปโฉมและทรัพย์สินเงินทองของมีค่าใดอีกเลย
ฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่มีค่าสูงสุดคืออะไร...
ที่มา : นิตยสารธรรมะใกล้ตัว
ฉบับที่ ๐๑๐ พฤหัสบดีที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๐
http://dungtrin.com/mag
ต่อย [ 2007-03-08 15:56:28 ]
|