บทความ - 00328 : คลาย : ชลนิล

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : ข่าวสาร : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

คลาย : ชลนิล

สายลมโชยพัดระลอกแล้วระลอกเล่า ก่อนจะเดินทางจากไกล ทิ้งไว้เพียงม่านหมอกจางและไอเย็นแผ่วผิวที่กระจายทั่ว สนามหญ้าเขียวขจียังเหลือหยาดน้ำค้างพร่างพรมแตะแต้ม ไม่ได้ถูกแดดอุ่นจนระเหยหาย ตะวันแรกอรุณผลิยิ้มหลังเมฆปุยน้อย อิงแอบฟ้าครามที่ขึงกางแผ่คลุมโลกยามเช้าด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น

หญิงสาวนัยน์ตาหวาน ใบหน้าขาวเผือด ริมฝีปากสีซีด คลุมไหล่ด้วยผ้าห่มผืนหนานั่งอยู่บนรถเข็น มีชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าคร้ามคม นัยน์ตาเศร้ากำลังเข็นรถช้า ๆ พาเธอรับอากาศบริสุทธิ์

“พักตรงนี้ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเบา ๆ เงยหน้ายิ้มให้ชายหนุ่ม “พี่โอจะได้นั่งพักด้วย”

แดดจัดทีละน้อย ดวงตะวันลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ท้องฟ้าสว่างใส ความเย็นคลี่คลาย ปล่อยให้แดดอุ่นออกปลอบโยนดอกไม้ใบหญ้าที่ผ่านลมหนาวมาทั้งคืน

โอจอดรถเข็นหญิงสาวไว้ใต้ร่มไม้ ชิดกับเก้าอี้ยาวในสวนสาธารณะ ขยับผ้าคลุมไหล่ของหล่อนให้กระชับขึ้น เพิ่มความอบอุ่นกว่าเดิม

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงหญิงสาวหวานใส นัยน์ตามองชายหนุ่มทอแววหวานละไม “พี่โอเหนื่อยมั้ยคะ”

“ไม่หรอกจ้ะ...พัธอยากได้อะไรหรือเปล่า” เขานั่งลงถามอย่างเป็นห่วง

“พัธอยากฟังนิทาน” หล่อนพูดพร้อมรอยยิ้มใส เกินกว่าใครจะใจร้ายปฏิเสธได้ลง

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ นัยน์ตาเศร้าค่อยมีประกาย

“พัธก็รู้ว่าพี่เล่านิทานไม่เป็น”

“งั้นพี่โอเล่าเรื่องที่พัธเคยเล่าให้ฟังก็ได้”

“เรื่องโฮเฟ็งกับองค์หญิงอี้ผิงหรือจ๊ะ” ขณะถามนัยน์ตาเขาสลดลง “เรื่องมันเศร้า พี่ไม่อยากเล่าให้ฟัง”

“นะคะ” หญิงสาวออดอ้อน ดวงตาคู่สวยเฝ้ารอ มีความหวัง

“จ้ะ” ในที่สุดเขาต้องเล่านิทานเรื่องนี้...นิทานที่พัธเคยอ่านให้ฟังจากหนังสือเล่มหนึ่ง





--------------------------------------------------------------------------------




โฮเฟ็งกับองค์หญิงอี้ผิงเป็นคู่รักที่เสมือนฟ้าประทานสวรรค์สร้าง ทั้งคู่เหมาะสมกันทุกด้าน รักกันดังว่ามีหัวใจเดียว สัตย์ซื่อต่อกันมิคลาย แต่แล้วองค์หญิงอี้ผิงกลับเสียชีวิตอย่างเดียวดายในถ้ำน้ำแข็ง บนภูเขาสูง

โฮเฟ็งร่ำไห้น้ำตาแทบกลายเป็นสายเลือด ลำเลียงศพนางอันเป็นที่รักลงจากเขาด้วยดวงใจแหลกสลาย

เมื่อน้ำแข็งที่ห่อหุ้มองค์หญิงละลาย พระศพก็เน่าเปื่อย พองบวม อืดเหม็นคลุ้ง โฮเฟ็งไม่คิดรังเกียจ แต่จำต้องเลาะเอาเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยออก ควักอวัยวะภายในที่เหม็นเน่าทิ้ง เหลือกระดูกขาวโพลน

โฮเฟ็งทะนุถนอมโครงกระดูกองค์หญิงเสมอเหมือนนางยังมีชีวิตอยู่ ความรักมิได้จืดจางไปจากใจ จนกระทั่งวันหนึ่งต้องเดินทางผ่านช่องเขา เกิดมีหินถล่ม เหตุการณ์ชุลมุน โฮเฟ็งพลัดทำห่อโครงกระดูกองค์หญิงตก ถูกหินทับแตกเป็นชิ้น ๆ เขาเจ็บปวดยิ่งนัก พยายามเก็บชิ้นส่วนกระดูกนางมาเผาจนเป็นเถ้า แล้วเก็บใส่ถุงติดตัวไว้ตลอดไม่ห่างกาย

ทว่าเหมือนเขากำลังได้รับบททดสอบจากสวรรค์ โฮเฟ็งฝ่าพายุใหญ่ ตนเองรอดตาย แต่เถ้ากระดูกของนางปลิวหาย ควะคว้างไปกับสายลม ปะปนอยู่ในฝุ่นทราย ชายผู้น่าสงสาร ไม่เหลือสิ่งใดเป็นตัวแทนนางในดวงใจ

ทันใดนั้นปรากฏมีเซียนออกมาตั้งคำถาม

“เมื่อไม่มีสิ่งใดแทนตัวองค์หญิงแล้ว เจ้าจะรักนางได้อย่างไร”

โฮเฟ็งตอบ...นางจะอยู่ในความทรงจำเขาตลอดกาล

“หากเจ้าแก่ตัวลง...ความจำเลอะเลือน...เจ้าจะรักนางได้อย่างไร”

โฮเฟ็งอับจนคำตอบ

จริงสิ...เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบ ๆ ปี ยามโฮเฟ็งกลายเป็นชายชราอายุร่วมร้อย ความทรงจำเลอะเลือน ภาพองค์หญิงอี้ผิงพร่ามัวมิแจ่มชัด ความรักที่เคยคิดว่ามั่นคงชั่วฟ้าดินสลาย ไม่มีวันเสื่อมคลาย ย่อมสูญหายไปกับความทรงจำ…





--------------------------------------------------------------------------------




โอถอนใจยาว ระบายความอึดอัดผ่านลมหายใจ มองหน้าหญิงสาวผู้ซูบเซียวด้วยหัวใจปวดร้าว พัธให้เขาเล่านิทานเรื่องนี้เหมือนอยากบอกว่า…

...ความรักในหัวใจผู้คนไม่เที่ยงแท้ ย่อมมีวันพร่าเลือนตามกาลเวลา…

“พัธ” ชายหนุ่มเอ่ยปากเสียงไม่เกินกระซิบ

“พี่โอก็รู้...” หญิงสาวรีบขัด “พัธมีเวลาจำกัด”

“ไม่...” น้ำเสียงปวดร้าว “พี่จะไม่ยอมให้หมอ หรือใครก็ตามมากำหนดเวลาของพัธได้”

“พี่โอเป็นอย่างนี้ มันยิ่งทำให้พัธเป็นทุกข์ด้วยนะคะ” วาจาอ่อนโยน หวังประโลมหัวใจชายคนรัก

“พี่ขอโทษ” เขาพูดทั้งที่แววตาเจ็บปวด “แต่พี่จะไม่ยอมเสียพัธไปเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นด้วยโรคมะเร็ง หรืออะไรก็ตาม...มันจะมาขวางพี่ไม่ได้”

แววตาหญิงสาวทอประกายบางอย่าง คล้ายอ่อนใจ คล้ายเมตตาสงสาร

“ยื่นมือมาให้พัธหน่อยสิคะ” หญิงสาวพูดเสียงอ่อน ราวกับเป็นการทอดถอนใจ

ชายหนุ่มยื่นมือให้อย่างว่าง่าย มือใหญ่ เรียวยาวแบวางตรงหน้าหญิงสาว นัยน์ตาเจ้าของมือเศร้ายิ่งกว่าเคยเศร้า หัวอกสั่นคลอนวูบไหวเหมือนตนเองจะไม่เหลือเรี่ยวแรงกำลังพอทัดทานเรื่องร้ายที่ใกล้เข้ามา

“พี่โอยังกำมันไว้อยู่เลย...พัธขอหลายครั้งแล้ว ให้พัธไม่ได้หรือคะ”

หญิงสาวบอกว่าเขายัง “กำ” ทั้งที่มือข้างนั้นวางแบอยู่ตรงหน้า

“ถ้างั้นพัธขอพี่โออีกครั้ง...จะได้มั้ยคะ”

คำขอแผ่วเบา พูดราวเป็นเรื่องธรรมดา ใกล้ตัว ชายหนุ่มกลับกัดฟันแน่น เบือนหน้าหลบ เสมือนไม่ต้องการเห็นดวงตาที่เว้าวอน อยากอุดหูทั้งสองข้างเพื่อจะไม่ได้ยินคำพูดต่อจากนั้น...คำพูดที่แสนบีบคั้นจิตใจ

“พัธขอสายใยความผูกพันระหว่างเรา...ที่พี่โอยึดมั่นมันไว้จนแน่น ไม่ยอมคลาย จนทำให้จิตใจพี่โอต้องทุกข์ทรมานอย่างนี้”

คำพูดบาดลึก แทงตรงสู่ใจ หล่อนต้องการให้เขายอมปล่อยความรัก ทอดทิ้งความผูกพันที่พันธนาการหัวใจได้อย่างไร

“อย่าขอพี่เลยพัธ” น้ำเสียงร้าวราน ราวหัวใจถูกทำร้ายหนัก เจ็บปวดทุกคราที่ได้ยินคำขอเช่นนี้จากคนรัก

“พัธขอพี่โอ...เป็นครั้งสุดท้าย” คำพูดหนักแน่นผิดเคย จนชายหนุ่มต้องหันกลับ มองแววตาหล่อนให้ชัดเจน

“อย่า...นะพัธ” ความกลัวฉายวูบเข้าสู่จิตใจ ไม่รู้จะปฏิเสธหล่อนอย่างไร

“พี่โอแบมือให้พัธเห็นอยู่อย่างนี้ แต่ใจพี่โอกลับกำมันไว้แน่น...กำความยึดเหนี่ยว ยึดมั่นต่อความผูกพันไม่ยอมคลาย มันถึงบีบคั้นจิตใจพี่โอให้เป็นทุกข์อย่างนี้ จนทำให้พัธไปไหนไม่ได้...” ท้ายเสียงหญิงสาวทอดอ่อน

“พี่ต้องการอย่างนั้น” เขาพูดหนักแน่น “ไม่ต้องการให้พัธจากไปไหน เราต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป”

หญิงสาวส่ายหน้า สายตามองมาด้วยความรัก อาลัย

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ...ไม่มีอะไรดึงพัธไว้ได้อีกแล้ว แม้แต่สายใยความรัก ความผูกพันของเรา”

หล่อนหยุดพูด พร้อมมีรอยยิ้มประโลมใจ

“เราอยู่ใต้อำนาจของกรรม อยู่ท่ามกลางความเป็นจริงของธรรมชาติ ทุกสิ่งในโลกไม่เที่ยง บังคับให้เป็นตามใจไม่ได้...อย่างไรเสีย...พัธก็ต้อง... เดินทางต่อ ...ไปอยู่ดี”

ใบหน้าหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน รอยยิ้มละไมยังคงค้างคา

“อย่านะ พี่ไม่ยอมให้พัธไปไหน พี่จะดึงพัธไว้ด้วยหัวใจของพี่ ด้วยความรักของเราที่มี...พี่เคยทำได้มาแล้ว พี่จะทำอีก จะไม่ยอมเสียพัธไปเด็ดขาด”

ร่างหญิงสาวโปร่งใสขึ้นทุกที แต่เสียงหล่อนกระจ่างชัดในหู

“ตอนที่องค์หญิงอี้ผิงตาย โฮเฟ็งห้ามได้มั้ยคะ ตอนที่พระศพองค์หญิงเน่าเปื่อยเหม็นคลุ้ง โฮเฟ็งห้ามได้มั้ยคะ ตอนที่โครงกระดูกองค์หญิงแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โฮเฟ็งเก็บมาต่อดังเดิมได้มั้ยคะ ตอนที่เถ้ากระดูกลอยตามลมปะปนกับฝุ่นทราย โฮเฟ็งแยกออกหรือไม่ ว่าฝุ่นเม็ดไหน เถ้าชิ้นใดเป็นขององค์หญิง...กระทั่งสุดท้าย เมื่อกาลเวลาและความชรามาเยือน ความทรงจำที่มีต่อองค์หญิงสูญหาย มิอาจเก็บไว้ได้อย่างใจ...พี่โอว่า..ความรักของโฮเฟ็งอยู่ที่ไหน...สายใยความรัก ความผูกพันมันมีจริงแน่หรือไร”

ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง ทำได้เพียงเบิกตามองร่างหญิงคนรักเลือนหายต่อหน้าต่อตาโดยไม่อาจทำสิ่งใด

“พัธตายไปแล้ว...สายใยความผูกพันที่พี่โอยึดมั่น อาจเหนี่ยวรั้ง ดึงพัธกลับมาได้ชั่วคราว แต่สุดท้าย อำนาจของกรรมก็อยู่เหนือกว่า ต้องนำพาพัธเดินทางต่ออยู่ดี ไม่ว่าพี่โอจะคลายความยึดมั่นในรักหรือไม่...พัธกลับมาเพราะอยากช่วยให้พี่โอมองเห็น “ความจริง” เลิกยึดเหนี่ยวในสิ่งที่มันไม่เที่ยงเสีย หวงความเศร้า ความทุกข์ กอดความเห็นผิดเอาไว้จะได้ประโยชน์อะไร เมื่อไหร่ปล่อยมันได้ เข้าใจความจริง พี่โอจะพบความสุข” ... ... …

ดวงตะวันลอยสูงพ้นยอดไม้ แสงสีจัดจ้ากราดคลุมทั่วสวนสาธารณะ ชายหนุ่มยังคงนั่งตรงที่เดิม ร่มไม้ใบเงาช่วยบังเขาให้พ้นจากแดดยามสาย ตรงหน้าเป็นรถเข็นที่เปล่าดาย มีเพียงผ้าคลุมไหล่พับทิ้งแทนตัว มือของเขาวางอยู่บนผ้าคลุมไหล่ ระลอกริ้วความเจ็บปวดทยอยกระทบใจ บีบคั้นความเศร้าโศกสูญเสียจนแน่นหัวอก

... เขาสูญเสียพัธไปอีกแล้ว เป็นการสูญเสียตลอดกาล …

ในวันนั้น วันที่ลมหายใจพัธหลุดลอยไปจากร่าง โอเสียใจคลุ้มคลั่งแทบเป็นบ้าเป็นหลัง สายใยแห่งรัก ผูกพัน ช่วยโยงใยดวงวิญญาณพัธให้มาพบ เขาจึงฉุดรั้ง รักษาสายใยนั้นไว้ ไม่ยอมให้หล่อนจากไป

หญิงสาวขอร้องให้เขาคลายมือหลายครั้ง แต่เขาดื้อดึง “ยึด” มันไว้แน่นด้วยหัวใจแน่วแน่ โดยหารู้ไม่ว่า สิ่งที่จะเป็นไป...ย่อมต้องเป็นไปตามธรรมชาติของมัน ความรัก ความผูกพันใด ๆ ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง ฉุดรั้งไว้ได้

พัธจากไปคราวนี้ ย่อมไม่อาจย้อนคืน เขาเจ็บปวดทบทวี ปวดร้าวจนชาซ่านเหมือนร่างกายไร้ความรู้สึก มือสัมผัสผ้าคลุมไหล่หญิงสาวเริ่มกำเข้ามาช้า ๆ จนแน่น ราวกับเห็นมันเป็นสายใยสุดท้ายที่สามารถดึงคนรักให้กลับมาอีกครั้ง

มือเกร็ง กำแน่นเข้า...แน่นเข้า...เนิ่นนาน…

ดวงตะวันเคลื่อนสูง เงาไม้หดสั้นลงจนเขาสัมผัสเปลวแดด ความร้อนกระทบผิวเรียกสติให้กลับมาชั่วขณะ

เวลานั้นเขารู้สึก “ชัด” ถึงความเจ็บปวดจากอาการเกร็งของมือที่กำแน่น

พอ “รู้สึก” ถึงความ “เจ็บ” มือก็คลายเองโดยอัตโนมัติ

ขณะมือค่อยคลาย จิตใจเริ่มเปิดกว้าง มองเห็นความจริงของใจเมื่อปล่อยวาง เงามืดที่ถูกความทุกข์ปิดบังค่อยคลี่ออก ยอมให้แสงสว่างส่องลอดเข้ามาสัมผัสใจ

มือคลายจาก “กำ” ใจคลายจาก “ทุกข์” กระแสความสุขเดินทางเข้ามาแทนที่

ใบหน้าชายหนุ่มเริ่มมีรอยยิ้ม จิตใจเปรียบเทียบ…

“กำ” กับ “คลาย”

“ยึดเหนี่ยว” กับ “ปล่อยวาง”

มันแตกต่างกันอย่างไร…

เมื่อเห็นความจริงจากความรู้สึกที่แตกต่างกันชัดเจนแล้ว ดวงตาที่เคยเศร้าก็ทอประกายจรัส

... สิ่งนี้เองที่พัธต้องการให้เขาได้เรียนรู้…

...เมื่อรู้แล้วก็อยู่ที่ใจจะเลือกสรร…

...อยาก “กำ” หรือ “คลาย” …

เขาเลือกได้...มันเป็นสิทธิของเขา และมนุษย์ทุกคนที่จะเลือกสรรมันให้กับตนเอง

--------------------------------------------------------------------------------
เรื่องสั้น "คลาย" โดย ชลนิล
ธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ ๐๑๑ พฤหัสบดีที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐
--------------------------------------------------------------------------------

นิทานประกอบ เรื่อง “การเดินทางอันยาวนานของโฮเฟ็ง” นำมาจากหนังสือ “รักแท้แห่งพุทธภูมิ” เขียนโดย “อันติมะ”


ต่อย [ 2007-03-16 13:09:31 ]

EE43 lกระทู้ lรวมรูป lเนื้อหา lข่าว lmp3 player lบทบรรณาธิการ lรายชื่อ lcheck mail ee43 |ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com