บทความ - 00332 : เรื่องสั้น "ยัง​คง​อยู่" โดย ปัญจนารถ

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : ข่าวสาร : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

เรื่องสั้น "ยัง​คง​อยู่" โดย ปัญจนารถ

ยัง​คง​อยู่
ปัญจนารถ

๑.

นกตัว​นั้น​มีสีน้ำ​ตาลแดงสลับดำ​ ​ตัว​ใหญ่​เกือบ​เท่า​ไก่​แจ้​ ​มันเดินช้า​ ​ๆ​ ​อยู่​ที่สวนหลังบ้าน​ ​เพลิดเพลิน​กับ​การเก็บเศษข้าวสุกกิน​ ​คล้าย​กับ​มัน​จะ​รู้ว่า​ ​ใครบางคนที่บ้านหลังนี้มี​เจตนา​เอาข้าวมากอง​ไว้​ให้​มันทุกวัน

มันก้มจิกกินอย่าง​ไม่​รีบร้อน​ ​ไม่​ระ​แวงระวัง​และ​ไม่​มีท่าที​จะ​รู้ตัวว่ามี​ใครคนหนึ่งกำ​ลังแอบมองผ่านกระจกหน้าต่างห้องครัว

แวบหนึ่งของ​ความ​คิดพาดผ่าน​ ​แล้ว​สะดุดนิ่งเจิดจ้า​อยู่​ท่ามกลาง​ความ​ทรงจำ​...​ฉันรู้สึกอยากกระทำ​บางอย่าง​...​บางอย่างที่อาจถูกหัวเราะ​เยาะ​จาก​ใครที่บังเอิญผ่านมาพบเห็น​เข้า​ ​ฉันอาจถูกมองว่างมงาย​หรือ​เพ้อเจ้อ​กับ​เรื่อง​ไม่​เป็น​เรื่อง​ ​แต่มันก็​เชิญชวน​ ​ท้าทาย​ให้​ลองเสียจนสุด​จะ​ห้ามหักใจ

ใน​ที่สุดฉันก็ตัดสินใจแนบหน้า​กับ​มุ้งลวดตรงช่องหน้าต่างที่​เปิดกว้าง​แล้ว​ร้องเรียก

“​จิต​”

ถ้อยคำ​นั้น​ค่อย​ ​ๆ​ ​เลือนหายไป​กับ​ความ​เงียบ​โดย​ไม่​มีการตอบสนอง​ใด​ ​ๆ​ ​นกตัว​นั้น​ยัง​คง​อยู่​ใน​อาการเดิม​ ​ไม่​มีการเปลี่ยนแปลง

“...​จิต​...”

ฉันลองเรียกอีกครั้ง​ด้วย​เสียงที่ดังกว่า​เดิม​ ​และ​ผลก็ออกมา​เหมือนเคย​ ​เจ้านกตัว​นั้น​ยัง​ก้มหน้าก้มตาจิกเศษข้าวกิน​ด้วย​ท่าที​ไม่​รับรู้

ฉันเผลอยิ้มออกมา​แล้ว​ส่ายหัว​ให้​กับ​ความ​คิดฟุ้งซ่านไร้สาระของตัวเอง​ ​เกือบล้มเลิก​ความ​ตั้งใจ​ ​หากแต่​ยัง​มีบางอย่างค้างคารุกรุม​อยู่​ใน​ใจ​ ​มันกระตุ้นเร้า​ให้​พิสูจน์​ค้น​หาคำ​ตอบ​ ​ฉันตกลงที่​จะ​ลองดูอีกสักครั้งเพื่อคลี่คลาย​ความ​กังขาของตัวเอง​ให้​หมดไป

“...​จัน​!...”

ฉันกลั้นลมหายใจเมื่อนกตัว​นั้น​หยุดชะงัก​ ​ยกหัวขึ้น​จาก​กองข้าวสุก​ ​มันเอียงคอเหมือน​จะ​เงี่ยหูฟัง​ ​ฉันรู้สึก​ถึง​หัวใจตัวเองที่​เต้นแรงขึ้น​ ​อะ​ไรบางอย่างกำ​ลังโลดเต้น​อยู่​ภาย​ใน​ ​แล้ว​กระซิบบอก​ให้​ทำ​ซ้ำ

“​จัน​...​จัน​...”

ไม่​น่า​เชื่อ​... ​คราวนี้มันเหลียวมองไปรอบ​ ​ๆ​ ​เพื่อหาต้นเสียง​ ​หยุดสนใจกองข้าวสุกตรงหน้า​ ​แล้ว​ขยับ​เข้า​มาสองสามก้าว​ใกล้​หน้าต่างที่ฉันยืน​อยู่​ยิ่งขึ้น

“​จัน​ ​ทางนี้​”

มันเงยหน้าขึ้นทัน​ใด​...​ตาสบตา​...​ใน​ขณะ​นั้น​เหมือนทุกสิ่ง​จะ​หยุดนิ่งไร้การเคลื่อนไหว​ ​นอก​จาก​สายตาสองคู่ที่ส่งสารผ่าน​ถึง​กัน​และ​กัน​ ​มีถ้อยคำ​มากมาย​ใน​ใจฉันที่​ไม่​อาจ​ใช้​ภาษาพูดเพื่อเอ่ยอ้างเอา​ความ

สายตาของมันเปลี่ยน​จาก​แปลกใจ​ใน​ตอนแรก​เป็น​กิริยารับรู้​ ​และ​สายตาคู่​นั้น​เองที่ตอบทุกคำ​ถาม​ให้​กระจ่าง​ใน​ใจฉัน​...​ช่างน่าอัศจรรย์ที่​ไม่​ต้อง​มีภาษาสื่อสาร​ใด​ ​ๆ​ ​นอก​จาก​จิต​ถึง​จิตก็ละ​เอียดลึกต่อการรับรู้ยิ่งกว่าถ้อยคำ​ที่พร่ำ​พูด

ความ​ปีติ​และ​โศกสะ​เทือนขับเคลื่อนถา​โถมสู่สำ​นึก​ ​ผลักดัน​ให้​น้ำ​ตาซึมออกมาอย่างสุดระงับ​ ​เหมือนพบเจอของมีค่าที่สูญหายไปช้านาน

มันขยับตัวช้า​ ​ๆ​ ​ไม่​รีบร้อน​ ​ก้าวเดินห่างออกไป​ ​สบตาฉัน​เป็น​ครั้งสุดท้ายก่อนโผบินสูงขึ้น​...​สูงขึ้น​แล้ว​ลับหายไปทางกอไผ่ที่ท้ายสวน

ฉัน​ยัง​คงยืนนิ่ง​อยู่​ตรง​นั้น​ ​สิ่งที่​เกิดขึ้นวันนี้คือคำ​ตอบ​ทั้ง​หมด​ ​คือสิ่งที่ยืนยัน​และ​คลี่คลายปมปัญหา​ ​ความ​กังขาที่ค้างคา​อยู่​ใน​ใจฉัน​ ​ที่ยิ่งไปกว่า​นั้น​คือ​...​มัน​จะ​เปลี่ยน​ความ​คิด​ ​ความ​เชื่อ​ให้​เป็น​ไป​ใน​อีกทิศทางหนึ่ง​ ​รวมไป​ถึง​วิถีชีวิตที่คง​จะ​ต้อง​เปลี่ยนตามไป​ด้วย​เช่น​กัน



๒.

บ้านของเราปลูก​อยู่​ท่ามกลางสวนผลไม้​ ​ร่มรื่น​ด้วย​ไม้ดอกไม้ผล​และ​ลำ​ธาร​ ​ธรรมชาติรายรอบ​ ​เมื่อครั้ง​ยัง​เป็น​เด็ก​ ​ฉันจำ​ได้​ว่า​เคยเห็นกระรอกฝูง​ใหญ่​อาศัย​อยู่​ที่กอไผ่ท้ายสวน​ ​ซึ่ง​ติด​กับ​ลำ​ธารที่มีน้ำ​เปี่ยมเต็ม​อยู่​ตลอด​ทั้ง​ปี​ ​และ​ใน​ลำ​ธาร​นั้น​ก็มีปลาสารพัดชนิดชุกชุมรวมไป​ถึง​นกอีกหลายประ​เภทที่มาหากิน​และ​ทำ​รัง​อยู่​ใน​สวน​ ​ฉันเคยตื่นเต้น​เป็น​การ​ใหญ่​เมื่อเห็นนกตัว​ใหญ่​สีน้ำ​ตาลแดงหางดำ​ ​เดิน​อยู่​เป็น​กลุ่มตามโคนต้นไม้​ใน​สวน

“​แม่​...​แม่​...​ดูสิ​ไก่มา​จาก​ไหนเยอะ​แยะ​”

แม่มองตาม​แล้ว​หัวเราะออกมา

“​ไม่​ใช่​ไก่หรอก​ ​มัน​เป็น​นก​...​เค้า​เรียกว่านกกด​”

“​กิน​ได้​เหมือนไก่มั้ย​”

“​เค้า​ไม่​กิน​กัน​หรอก​ ​เห็นว่า​เนื้อมันเหม็นสาบ​”

“​มันทำ​รัง​อยู่​ใน​สวนเรา​หรือ​จ๊ะ​แม่​” ​ฉันซักตามประสา​เด็กที่​ยัง​ไม่​หายตื่นตาตื่นใจ

“​เปล่าหรอก​ ​มัน​อยู่​ใน​ป่า​ ​มาหากินเฉย​ ​ๆ​ ​เดี๋ยวมันก็​ไป​”

“​ว้า​...​มันน่า​จะ​อยู่​สวนเรา​เสียเลยนะ​แม่นะ​ ​จะ​ได้​เห็นมันทุกวัน​” ​ฉันบ่นอย่างเสียดายจนแม่หัวเราะออกมาอีก

“​ก็​...​ถ้า​ไม่​มี​ใครทำ​ร้ายมัน​ ​มันก็​จะ​มาทุกวัน​ ​สัตว์มันพูด​ไม่​ได้​ ​แต่มันก็รู้ว่า​ใครเมตตามัน​ ​ที่​ไหนมีอันตรายมันก็​ไม่​ไป​...​จำ​ไว้​นะลูก​ ​สัตว์ก็มีชีวิตเหมือน​กับ​คนเรา​ ​อย่า​ไปรังแก​ ​ทำ​ร้าย​ ​พรากแม่พรากลูก​เขา​ ​มัน​จะ​เป็น​บาปกรรมติดตัว​”

ผ่านเลยไปสิบกว่าปี​...​ฉันเรียนจบ​และ​กลับมาทำ​งาน​อยู่​ใกล้​บ้าน​ ​ภาพชีวิตชนบทของชาวสวนเปลี่ยนแปลงไปมากมาย​ ​สวนผลไม้​ต้อง​ใช้​ยาฆ่า​แมลงปีละหลาย​ ​ๆ​ ​ครั้ง​ ​สัตว์น้อย​ใหญ่​ที่​เคยอาศัยก็พา​กัน​อพยพ​เข้า​ป่าลึก​ ​ที่​ยัง​หลงเหลือก็ถูกล่ามา​เป็น​อาหาร​ ​ไม่​เว้นแม้​แต่นกกด​...​ที่​แม่​เคยบอกว่าคน​ไม่​กิน​เพราะ​เนื้อมันเหม็นสาบ

น่า​แปลกที่สวนของเรา​ยัง​มีนกกด​ ​หรือ​ที่ฉันมารู้ทีหลังว่ามันคือ​ “​นกกระปูด​” ​มาหากินเหมือนเช่นเคย​ ​เปลี่ยนไปก็​แต่​แม่​เอา​เศษข้าวสุกก้นหม้อ​ ​หรือ​เศษอาหารไปเทกอง​ไว้​ที่หลังครัว​ให้​มันแทน

“​มันหากินเองเหมือนเดิม​ไม่​ได้​แล้ว​ ​เพราะ​ชาวสวน​เขา​พ่นยาฆ่า​แมลง​กัน​ทุกสวน​” ​แม่​ให้​เหตุผลว่าอย่าง​นั้น

แม่​เป็น​คนหนึ่งที่ดู​เหมือน​ไม่​เคยเปลี่ยน​ ​ไม่​ว่าอะ​ไร​ใน​โลก​จะ​เปลี่ยนแปลงไปแค่​ไหน​ ​แม่​แค่รับรู้ว่า​...​มัน​เป็น​ไป​...​ก็​แค่​นั้น​ ​แม่​ไม่​เคยอาย​หรือ​โกรธที่ถูกใครหัวเราะ​เยาะ​ ​เมื่อสวน​ใกล้​เคียงมา​เห็นแม่​เอา​ “​น้ำ​มนต์​” ​พ่นไล่​แมลงศัตรูพืช​ ​แทนการ​ใช้​ยาฆ่า​แมลง​ ​ฉันเองเสียอีกที่​โกรธแทนแม่​เมื่อ​ได้​ยินเสียงซุบซิบนินทาอย่างขบขันเช่น​นั้น

“​ไม่​ต้อง​โกรธเค้าหรอก​ ​คนเรามันคิด​ไม่​เหมือน​กัน​ ​ใคร​จะ​พูดอย่างไรก็ช่าง​เขา​ ​ตราบ​ใด​สิ่งที่​เราทำ​ไม่​ได้​สร้าง​ความ​เดือดร้อน​ให้​ใคร​ ​เราก็​ไม่​ต้อง​กลัวใคร​เขา​จะ​มาว่า​ ​มานินทา​ ​แล้ว​ก็​ไม่​ต้อง​อายใคร​ด้วย​ถ้า​เราทำ​ความ​ดี​ ​ทำ​สิ่งที่ถูกที่ควร​”

นี่​แหละ​แม่​...​แต่สิ่งที่น่า​แปลกกว่า​นั้น​ก็คือ​ “​น้ำ​เปล่าผสม​ความ​เมตตา​” ​ของแม่​ ​ไล่​แมลงศัตรูพืช​ให้​หายไป​ได้​จริง​ ๆ

บางเรื่องฉันก็​ไม่​ได้​เห็น​ด้วย​กับ​แม่นัก​ ​บางครั้งก็​ยัง​อดที่​จะ​อายใคร​ ​ๆ​ ​ไม่​ได้​เมื่อแม่ทำ​อะ​ไรแปลก​ ​ๆ​ ​อย่าง​ใน​กรณีนี้​ ​แต่ฉันก็รู้ดีว่า​ไม่​มีประ​โยชน์อะ​ไรที่​จะ​ไปเปลี่ยน​ความ​เชื่อของแม่​ ​เท่า​ ​ๆ​ ​กับ​ที่ฉัน​ไม่​สามารถ​ห้ามใคร​ ​ๆ​ ​ไม่​ให้​นินทา​ได้​นั่นแหละ

แม่​ไม่​เคยพยายาม​จะ​เปลี่ยน​ให้​ฉันมาคิด​และ​ทำ​อย่างแม่​ ​หากแต่​เป็น​เรื่อง​ช่วย​ไม่​ได้​ ​เมื่อการ​ได้​เห็น​ ​ได้​ยิน​ ​ได้​รับรู้​อยู่​ทุกเมื่อเชื่อวัน​นั้น​ ​จะ​ทำ​ให้​ฉันซึมซาบบางสิ่งบางอย่างทีละ​เล็ก​ละน้อย​โดย​ไม่​รู้ตัว

บ้านของเรา​อยู่​ใกล้​วัด​ ​ดัง​นั้น​ทุก​เช้า​จึง​มีพระมาบิณฑบาต​ถึง​บ้าน​ ​ฉันคุ้นเคย​กับ​ภาพของแม่ที่ตระ​เตรียมอาหารเอา​ไว้​ใส่​บาตร​ ​บางวันฉันก็​เป็น​ลูกมือ​ช่วย​แม่จัดขนมนมเนยบ้าง​ ​ช่วง​เข้า​พรรษา​แม่​จะ​ตื่นแต่​เช้า​มืด​ ​นุ่งขาวห่มขาวไปรักษาศีลแปดที่วัดทุกวันพระ​ ​แม้​จะ​ออกพรรษา​แล้ว​ก็ตาม​ ​แม่ก็​ยัง​สวดมนต์ทำ​วัตร​เช้า​-​เย็น​อยู่​ใน​ห้องพระที่บ้าน​เป็น​กิจวัตรประจำ​วัน

ฉันเห็นภาพเหล่านี้มาตั้งแต่​เล็ก​จนโตจนรู้สึกว่า​ ​นี่คือ​ส่วน​หนึ่งของชีวิตแม่​...​แม้​จะ​ไม่​ได้​ใส่​ใจ​หรือ​ศรัทธา​เท่า​ที่​แม่​เป็น​ ​แต่ฉันก็​แอบชื่นชม​อยู่​ใน​ใจ​กับ​ความ​หมั่นเพียร​นั้น​ ​และ​ยอมรับว่าสิ่งที่​แม่ทำ​คง​ต้อง​ใช้​ศรัทธาอันแรงกล้า​ ​ถึง​จะ​ปฏิบัติ​เช่น​นั้น​ได้​ทุกวัน​เป็น​เวลานับสิบ​ ​ๆ​ ​ปี​โดย​ไม่​เบื่อหน่าย

แม่สวดมนต์​เสียงดังฟังชัด​ ​นานนับชั่วโมงทุก​เช้า​-​เย็น​ ​จนฉันจำ​บทสวดมนต์ของแม่​ได้​ทั้ง​หมด​โดย​ไม่​ต้อง​ท่องจำ​ ​หลัง​จาก​สวดมนต์จบ​ ​แม่ก็​จะ​ปลงสังขาร​แล้ว​แผ่​เมตตาตั้งแต่อินทร์​ ​พรหม​ ​ยม​ ​ยักษ์​ ​คนธรรพ์​ ​นาคา​ ​ไป​ถึง​พ่อแม่​ ​ครูบาอาจารย์​ ​ญาติมิตร​ ​สรรพสัตว์น้อย​ใหญ่​ใน​สากลโลก​ ​ผู้​ที่​ได้​ล่วงลับไป​แล้ว​รวม​ทั้ง​เจ้ากรรมนายเวร​ ​ศัตรู​ผู้​คิดมุ่งร้าย​ ​เสร็จ​แล้ว​แม่ก็​จะ​นั่งสมาธิราวครึ่งชั่วโมง​ ​เป็น​อันเสร็จกิจวัตร

มี​อยู่​คราวหนึ่ง​ “​เจ้า​เต้าหู้​” ​หมาตัวโปรดของฉันตายไป​ ​ตกคืน​นั้น​ฉันรู้สึกว่ามันมาหากึ่งฝันกึ่งจริง​ ​ทุกอย่างชัดเจนติดตา​ ​เมื่อเล่า​ให้​แม่ฟัง​ ​แม่ก็ออก​ความ​เห็นว่า​…

“​จิตมัน​ยัง​ผูกพัน​กัน​อยู่​น่ะสิลูก​ ​พรุ่งนี้​ใส่​บาตร​แล้ว​กรวดน้ำ​ให้​มันเสียนะ​”

ค่ำ​วัน​นั้น​ ​หลัง​จาก​แม่สวดมนต์จบ​ ​บทแผ่​เมตตาของแม่ก็มีชื่อ​ “​เต้าหู้​” ​ถูกกล่าว​ถึง​เป็น​อันดับสุดท้าย​ ​ทำ​ให้​ทุกคน​ใน​บ้านแอบยิ้มไปตาม​ ​ๆ​ ​กัน

บางทีคน​อื่น​ที่มา​ได้​ยินอาจสงสัยว่า​เจ้า​เต้าหู้​เป็น​ญาติฝ่ายไหน​กัน​แน่​ ​แต่​แม่ก็คือแม่​...​ที่​ไม่​ใส่​ใจว่า​ใคร​จะ​คิดขบขัน​หรือ​หัวเราะ​เยาะ

แม่​เชื่อมั่น​ใน​กรรม​ ​เชื่อว่าคนเรามีการเวียนว่ายตาย​-​เกิด​ ​แม่​จึง​มุ่งมั่นประกอบกรรมดี​ ​พยายามสั่งสมบุญ​ไว้​มาก​ ​ๆ​ ​เพื่อติดตัวไป​เป็น​เสบียงเดินทาง​ใน​วัฏสงสาร

“​เอ​..​ไอ้​ความ​อยากทำ​ดี​ ​อยากสะสมบุญเยอะ​ ​ๆ​ ​นี่​ ​เป็น​ความ​โลภ​หรือ​เปล่าจ๊ะ​แม่​” ​ฉันเคยแกล้งยั่ว​ ​แม่ยิ้ม​แล้ว​หันมาสบตา

“​ใช่​จ้ะ​...​เป็น​ความ​โลภ​...​โลภ​ใน​กุศล​ ​ผลบุญ​ ​ความ​เย็นใจ​ ​แต่การทำ​บุญ​ ​ให้​ทาน​ ​ก็​เป็น​บันไดขั้นแรก​ ​ของการปฏิบัติตนเพื่อ​ให้​ถึง​ที่หมาย​ ​ที่พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญ​”

“​แค่ขั้นแรกเอง​หรือ​แม่​ ​แล้ว​ที่​เหลือล่ะ​”

“​ที่​เหลือก็คือการบำ​เพ็ญเพียรรักษาศีล​ ​ระมัดระวัง​ไม่​ให้​ด่างพร้อย​ ​และ​การเจริญสติ​ ​ภาวนา​ ​เพื่อ​ให้​เห็นกายใจตาม​ความ​เป็น​จริง​”

“​อ๋อ​ ​ที่​เรียกว่าทาน​ ​ศีล​ ​ภาวนา​ใช่​ไหมจ๊ะ​”

“​ใช่​แล้ว​ ​หนู​จะ​ลองทำ​ดูมั้ยล่ะ​”

“​ไม่​เอาหรอก​...” ​ฉันรีบเปลี่ยนเรื่องคุย​ ​ไม่​ยอมตกปากรับคำ​ ​และ​แม่ก็​ไม่​เคยยัดเยียด​ให้​ใคร​เป็น​ ​หรือ​ทำ​อย่างแม่​ ​แต่​แม่ก็​ยัง​คงปฏิบัติตนเช่น​นั้น​ต่อไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

บางครั้งฉันลองทบทวนดู​แล้ว​ก็รู้สึกว่า​ ​แม่มีวิธีสอนอย่างชาญฉลาด​ ​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​ใช้​ถ้อยคำ​พร่ำ​เพรื่อ​ ​แต่กระทำ​ตน​เป็น​แบบอย่าง​ ​ให้​ค่อย​ ​ๆ​ ​ซึมซับเองทีละน้อย

อยู่​มาวันหนึ่ง​ ​คนงานทำ​สวนก็ก่อเรื่อง​ด้วย​การจับนกกดที่หากิน​อยู่​ใน​สวนของเรา​ ​มาล่ามเอา​ไว้​ที่บ้านพักคนงาน​ ​เพื่อ​จะ​แกงกิน​ใน​ตอนเย็น

บังเอิญ​...​บ่ายวัน​นั้น​แม่​ไปเห็น​เข้า​เสียก่อน

“​ยายขอซื้อก็​แล้ว​กัน​ ​เอ็งเอา​เงินนี่​ไปซื้อ​กับ​ข้าวกิน​ ​ส่วน​นกตัวนี้ยาย​จะ​เอา​ไปปล่อย​ ​แล้ว​ต่อ​จาก​นี้​ไป​ ​ห้ามเด็ดขาด​ไม่​ให้​ฆ่าสัตว์ที่หากิน​อยู่​ใน​สวนนี้​”

คนงานยอมขายนก​ให้​แม่​โดย​ดี​...​ก่อนที่​แม่​จะ​ปล่อยมันไป​ ​ได้​บอก​กับ​นกตัว​นั้น​ว่า​…

“​ไปเถอะ​...​ปลอดภัย​แล้ว​ ​กลับบ้านไปหาลูกหา​เมียเสีย​ ​แล้ว​ต่อ​จาก​นี้​ไปก็พาลูกเมียมาหากินเสียที่นี่นะ​ ​ไม่​มี​ใครทำ​อะ​ไร​แล้ว​”

คน​อื่น​ ​ๆ​ ​อาจคิดว่า​แม่พูดไปตามเรื่อง​ ​นกมัน​จะ​ไปรู้​เรื่องอะ​ไร​ด้วย​ ​แต่หลัง​จาก​วัน​นั้น​ ​หากใครช่างสังเกตก็​จะ​เห็นว่า​ ​สวนของเรามีนกกดมาหากินเต็มไปหมด​ ​มากเสียยิ่งกว่าที่​เคยมีมา​...​ส่วน​มากมัน​จะ​มา​อยู่​แถวหลังครัวที่​แม่ชอบเอาข้าวสุกไปเทกอง​ไว้​ให้

ฉันชอบนั่งมองพวกมัน​ ​แล้ว​สอดส่ายสายตาหาว่า​...​ตัวไหน​...​ที่​แม่​เคย​ช่วย​ชีวิตมัน​ไว้



๓.

แม่​เคยบอก​ไว้​ว่า​ ​สิ่งหนึ่งที่คนเรา​ไม่​อาจหลีกหนี​ได้​เลย​ ​สิ่ง​นั้น​คือ​...​การพลัดพราก​...​และ​วัน​นั้น​ได้​มา​ถึง​แล้ว​…

แม่​เสียชีวิตลง​ด้วย​โรคเบาหวาน​ใน​วัย​ 78 ​ปี​ ​หลัง​จาก​เวียน​เข้า​ออกโรงพยาบาล​อยู่​นาน​ ​ใคร​ ​ๆ​ ​ต่างสงสัยว่า​ ​ทำ​ไมคนที่ทำ​บุญทำ​ทานมายาวนานกว่าครึ่งชีวิตอย่างแม่​ ​ถึง​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน​กับ​โรคภัยก่อนตาย​ได้​มากมายอย่างนี้

แม่​เดิน​ไม่​ได้​เพราะ​ไขกระดูกข้อต่อเสื่อมสภาพ​ ​เจ็บปวดทรมานทุกครั้งแม้​แค่​เพียง​จะ​ขยับตัว

บางที​...​นี่คือแบบทดสอบสุดท้ายสำ​หรับแม่​ ​หรือ​ไม่​...​แม่ก็กำ​ลังสอนฉัน​ด้วย​การเอาตัวเอง​เป็น​ตัวอย่าง​ ​ใน​ครั้งสุดท้าย​ ​ให้​เข้า​ใจ​ถึง​ “​ทุกขเวทนา​” ...​และ​ ​ความ​ไม่​เที่ยงแท้ของสังขาร​...​ร่างกาย

วันที่​แม่หมดลมหายใจ​ ​ฉันกลับ​ไม่​เศร้า​โศกมากมาย​เท่า​ที่​เคยคิดเอา​ไว้​ ​เพราะ​การ​ได้​อยู่​ใกล้​ชิด​กับ​แม่​ ​ทำ​ให้​มี​เวลา​ได้​ทำ​ใจ​ ​เข้า​ใจกฎแห่งการพลัดพราก​ ​เช่นเดียว​กับ​ที่​ไม่​เคยตั้งข้อสงสัย​ใน​คุณงาม​ความ​ดีที่​แม่​ได้​กระทำ​ ​ว่าทำ​ไม​ถึง​ไม่​ช่วย​ ​ให้​แม่​ไม่​ต้อง​ทนทุกข์ทรมาน​กับ​โรคร้าย

ฉันเชื่อว่า​แม่​จะ​จาก​ไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่า​ ​เพราะ​แม่มุ่งมั่นประกอบกรรมดี​ “​เตรียมเสบียง​” ​มาตลอดชีวิต​ ​สิ่งเดียวที่ทำ​ให้​ฉันรู้สึก​ได้​ ​นั่นคือ​ความ​อาลัยอาวรณ์​ ​ยามที่คิด​ถึง​ว่าต่อ​จาก​นี้​ไป​ ​จะ​ไม่​มีภาพแม่นั่งสวดมนต์​ใน​แต่ละวัน​ให้​เห็นอีก​แล้ว​ ​ไม่​ว่า​เรา​จะ​คิด​ถึง​กัน​สักปาน​ใด​ ​เราก็​ไม่​สามารถ​ไปมาหา​กัน​ได้​อีก

...​ความ​ตาย​จะ​ดูน่ากลัวก็ตรงนี้กระมัง​…

มาวันนี้​...​ฉัน​ได้​ทำ​หน้าที่ตระ​เตรียมอาหารเอา​ไว้​ใส่​บาตรแทนแม่​โดย​ไม่​รู้สึกว่านี่คือภาระ​...​เอาข้าวสุกมา​เท​ไว้​ให้​นก​เป็น​ทานอย่างที่​แม่​เคยทำ

เมื่อ​ไม่​มี​แม่​ ​ฉันเพิ่งรู้ตัวว่า​แม่คือแบบอย่างอันทรงคุณค่า​ ​ที่สอนการเลือกดำ​รงชีวิต​ให้​...​แม้วันนี้​ ​แม่​ได้​จาก​ไป​แล้ว​ ​แต่การกระทำ​ ​คุณงาม​ความ​ดีของแม่ก็​ยัง​คงดำ​รง​อยู่

มี​เพียงสิ่งเดียว​...​สิ่งหนึ่ง​...​ที่ค้างคา​อยู่​ใน​ใจ​ ​ให้​ฉันครุ่นคิดตลอดมา

นั่นคือตอนที่​แม่​เจ็บหนัก​อยู่​ที่​โรงพยาบาล​ ​อาการเพียบ​ใกล้​จาก​เต็มที​ ​แม่บอกบางอย่าง​กับ​ฉัน​…

สิ่งที่​ใคร​ได้​รับฟังก็ออก​ความ​เห็นว่า​...​คน​ใกล้​ตายมัก​เป็น​แบบนี้​...​บางรายก็​เห็นคนมารับ​ ​บางรายก็​เห็นภาพชั่วร้าย​ ​บาปกรรมที่ตนเคยกระทำ​ไว้​ตามหลอกหลอนก็มี​ ​พวก​เขา​สรุปว่า​แม่คงเพ้อหลง​ ​หรือ​ไม่​ก็​เป็น​จิต​ใต้​สำ​นึก​ ​ที่​แม่ระลึก​ถึง​สิ่งที่​ได้​เคยกระทำ​ไว้​…

ฉัน​ไม่​ได้​คิดอย่างที่คน​อื่น​สรุป​ ​ตอบ​ไม่​ถูกว่าตัวเองคิดอย่างไร​...​เชื่อ​หรือ​ไม่​...​แต่​แน่​ใจว่า​เรื่องนี้​ไม่​น่า​จะ​เป็น​แค่​เพียงจิต​ใต้​สำ​นึก​ ​หรือ​อาการเพ้อหลงของคนชรา​…

สองวันก่อนที่​แม่​จะ​จาก​ไปอย่างสงบ​นั้น​ ​แม่บอก​กับ​ฉันว่า​…

“​เมื่อคืนนกมา​เยี่ยมแม่​”

“​ใครนะ​...​ใครมา​เยี่ยม​” ​ฉันย้ำ​ถาม​ด้วย​ความ​ไม่​แน่​ใจ

“...​นก​...​นกมันมา​เยี่ยมแม่​ ​คุย​กัน​ตั้งนาน​”

“​นกลูกใคร​หรือ​จ๊ะ​แม่​” ​ฉัน​เข้า​ใจว่าคนชื่อนกมา​เยี่ยม​ ​แต่​แม่ส่ายหน้า​…

“​ไม่​ใช่​...​นก​...​นกกดที่​แม่​เคย​ช่วย​มัน​ไว้​น่ะ​” ​ดวงตาที่​แม่มองฉัน​นั้น​ ​มันยืนยัน​ได้​ว่า​แม่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน​ ​หา​ได้​เพ้อ​หรือ​หลงอย่างคนชรา​ทั่ว​ไป

ฉันนิ่งอึ้งเหมือนยอมจำ​นนต่อถ้อยคำ

“​มันรู้ว่า​แม่​จะ​ไป​แล้ว​ ​ก็​เลยมา​เยี่ยม​...​มาลา​”

“​มาที่​โรงพยาบาลนี่น่ะ​เหรอ​” ​ฉันถามออกไปเหมือนคนโง่​ ​แม่ยิ้มสวย​แล้ว​พยักหน้า

“​มา​กัน​ทั้ง​ผัว​ทั้ง​เมียเลย​...​มันมาลา​แม่​...​คุย​กัน​ตั้งนาน​...​จำ​ไว้​ให้​ดีนะลูก​ ​มันบอกแม่ว่า​...​มันชื่อจิต​ ​กับ​จัน​...”




ธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ ๐๑๕ พฤหัสบดีที่ ๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐


ต่อย [ 2007-05-03 20:10:33 ]

EE43 lกระทู้ lรวมรูป lเนื้อหา lข่าว lmp3 player lบทบรรณาธิการ lรายชื่อ lcheck mail ee43 |ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com