บทความ - 00337 : ชาวไชยาล้มปั๊ม "จตุคาม"ฯ สืบปณิธานพระ"พุทธทาส"

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ชาวไชยาล้มปั๊ม "จตุคาม"ฯ สืบปณิธานพระ"พุทธทาส"


ชาวไชยาล้มปั๊มจตุคามฯ สืบปณิธานพระพุทธทาส

โพสต์ทูเดย์ คนไชยา ไม่ต้อนรับเทพ "จตุคาม"ฯ กดดันนายพลยอมเลิกใช้ชื่อวัดพระบรมธาตุฯ ปลุกเสกแล้ว

น พ.บัญชา พงษ์พานิช นักประวัติศาสตร์ จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า พล.ต.พยงค์ สุขมา รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดสร้างจตุคามรามเทพ รุ่นรักแม่ ได้แจ้งยกเลิกการทำพิธีปลุกเสก จตุคามฯ รุ่นดังกล่าวแล้ว หลังจากถูกประชาชนชาว อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี คัดค้านการใช้ชื่อวัดพระบรมธาตุไชยาวรมหาวิหาร ทำพิธี ปลุกเสกตามที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 29 มิ.ย.

นพ.บัญชา กล่าวว่า หลังยอมมีการยกเลิกพิธีทำให้ชาวบ้าน อ.ไชยา รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากคนไชยายึดหลักคำสอนของพระ พุทธทาส อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุไชยา ที่ได้ย้ำคำสอนอยู่เสมอว่า ให้เชื่อและศรัทธาในหลักธรรมคำสั่งสอนพระพุทธเจ้ามากกว่าเคารพรูปบูชาหรือพร ะพุทธรูป

การเคารพพระพุทธรูปหรือวัตถุมงคลถือว่าขัดกับหลักคำสอนของพ ระพุทธเจ้า คนไชยา ยอมรับไม่ได้ แม้จะยอมรับว่าสังคมไทยมี ความหลากหลายทางศาสนา สามารถอยู่ปะปน ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่คนไชยาอยากขอให้เว้นวัดพระบรมธาตุไชยาไว้สักวัดที่ไม่มีการปลุกเสกจตุคาม ฯ นพ.บัญชา กล่าว

วันเดียวกัน ที่โรงแรมสยามธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พุทธสมาคม จ.สุราษฎร์ธานี ได้มีการประชุมคัดค้านการปลุกเสกจตุคามฯ รุ่นรักแม่ โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

นายประยูร ยมานันตกุล นายกพุทธสมาคม จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานที่ประชุม กล่าวว่า สมาชิกพุทธสมาคมและคนสุราษฎร์ธานีกว่า 1 พันคนขอคัดค้านเรื่องนี้

หลังจากได้รับทราบเรื่องปลุกเสกจตุคามฯ รุ่นดังกล่าว โดยตัวแทนพุทธสมาคมและสภาวัฒนธรรม จึงมีมติไม่เห็นด้วยกับการปลุกเสกเครื่องรางของขลังที่วัดพระบรมธาตุไชยา และได้โทรศัพท์ชี้แจงไปยัง พล.ต.พยงค์ จนเข้าใจถึงเหตุผลที่ชัดเจนแล้ว ซึ่ง พล.ต.พยงค์ก็ให้ความร่วมมือและสั่งระงับการปลุกเสกอย่างแน่นอนด้วยวาจาแล้ว

อ าจารย์พุทธทาสภิกขุ เป็นเจ้าอาวาสมานานถึง 45 ปี เพื่อเป็นการกตัญญูกตเวทีต่ออาจารย์ที่ท่านสอนไม่ให้ยึดติดกับเครื่องรางของ ขลัง เราจึงออกมาคัดค้าน ที่สำคัญองค์การยูเนสโกได้ยกย่องให้ท่านพุทธทาสเป็นบุคคลสำคัญระดับโลก นายประยูร กล่าว

http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=news&id=174383



กรรมดีดีกว่ามงคล (กาพย์ ฉบัง 16) : พุทธทาสภิกขุ
กรรมดีดีกว่า(วัตถุ)มงคล

กรรมดี ดีกว่ามงคล สืบสร้าง กุศล
ดีกว่า นั่งเคล้า ของขลัง
พระเครื่อง ตะกรุด อุทกัง ปลุกเสก แสนฉมัง
คาดมั่ง แขวนมั่ง รังรุง
ขี้ขลาด หวาดกลัว หัวยุ่ง กิเลส เต็มพุง
มงคล อะไร ได้คุ้ม
อันธพาล ซื้อหา มาคุม เป็นเรื่อง อุทลุม
นอนตาย ก่ายเครื่อง รางกอง
ธรรมะ ต่างหาก เป็นของ เป็นเครื่อง คุ้มครอง
เพราะว่า เป็นพระ องค์จริง
มีธรรม ฤามี ใครยิง ไร้ธรรม ผีสิง
ไม่ยิง ก็ตาย เกินตาย
เหตุนั้น เราท่าน หญิงชาย เร่งขวน เร่งขวาย
หาธรรม มาเป็น มงคล
กระทั่ง บรรลุ มรรคผล หมดตัว หมดตน
พ้นจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย
บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ใจกาย อุปัทวะ ทั้งหลาย
ไม่พ้อง ไม่พาน สถานใด
เหนือโลก เหนือกรรม อำไพ กิเลสา- สวะไหน
ไม่อาจ ย่ำยี บีฑา ฯ

ที่มา....คู่มืออุบาสกอุบาสิกา ภาค๑-๒ สำนักสวนโมกขพลาราม ไชยา





ความงมงายนี้มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ปรากฎอยู่ใน เขมาเขมสรณทีปิกคาถา ความว่า

"เขมาเขมสรณทีปิกคาถา"
พะหุง เว สะระณัง ยันติ ปัพพะตานิ วะนานิ จะ,
อารามะรุกขะเจตยานิ มะนุสสา ภะยะตัชชิตา
มนุษย์เป็นอันมาก เมื่อเกิดมีภัยคุกคามแล้ว ก็ถือเอาภูเขาบ้าง
ป่าไม้บ้าง อาราม และรุกขเจดีย์บ้าง เป็นสรณะ;

เนตัง โข สะระณัง เขมัง เนตัง สะระณะมุตตะมัง
เนตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะติ.
นั่น มิใช่สรณะอันเกษมเลย นั่น มิใช่สรณะอันสูงสุด,
เขาอาศัยสรณะ นั่นแล้ว ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้;

โย จะ พุทธัญจะ ธัมมัญจะ สังฆัญจะ สะระณัง คะโต
จัตตาริ อะริยะสัจจานิ สัมมัปปัญญายะ ปัสสะติ
ส่วนผู้ใดถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะแล้ว,
เห็นอริยสัจจ์คือ ความจริงอันประเสริฐสี่ ด้วยปัญญาอันชอบ;

ทุกขัง ทุกขะสะมุปปาทัง ทุกขัสสะ จะ อะติกกะมัง,
อะริยัญจัฏฐังคิกัง มัคคัง ทุกขูปะสะมะคามินัง;
คือเห็นความทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความก้าวล่วงทุกข์เสียได้,
และหนทางมีองค์แปดอันประเสริฐ เครื่องถึงความระงับทุกข์;

เอตัง โข สะระณัง เขมัง เอตัง สะระณะมุตตะมัง
เอตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะติ.
นั่นแหละ เป็นสรณะอันเกษม นั่น เป็นสรณะอันสูงสุด,
เขาอาศัยสรณะ นั่นแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้;


ต่อย [ 2007-06-29 09:59:04 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43