บทความ - 00043 : To my Friend

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

To my Friend

> เพื่อนที่รักทั้งหลาย


> โปรดใช้เวลาอ่านจดหมายฉบับนี้อย่างตั้งใจ


> เพราะมันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวท่านเอง


> สาระของจดหมายสั้นๆ ฉบับนี้ เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


>


> มีชาย 2 คน ทั้งคู่เป็นคนไข้ในโรงพยาบาลเดียวกัน


> อยู่ในห้องพักคนไข้รวม


> 2 เตียงในห้องเดียวกัน ทั้งคู่ต่างมีอาการเจ็บป่วยที่สาหัสพอๆกัน


> คนหนึ่งเป็นโรคปอดบวมขั้นสุดท้าย


> หมอแนะนำให้เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงวันละ


> 1 ชั่วโมงในช่วงบ่ายทุกวัน


> เพื่อช่วยให้การละลายเสมหะจากปอดไหลลื่นได้ดีขึ้น


> เตียงคนไข้ปอดบวมตั้งอยู่ริมหน้าต่าง


> ส่วนเตียงของเพื่อนร่วมห้องตั้งอยู่อีกฟากของห้อง


> คนไข้ต้องนอนราบบนเตียง


> ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้ ทั้งสองคนฆ่าเวลาไปวันๆ


> ด้วยการพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ


> ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน ครอบครัว


> การงานที่เคยทำก่อนล้มเจ็บ


> ชีวิตในระหว่างที่เป็นทหารในกองทัพบก ฯลฯ


>


> ทุกๆ วันในช่วงบ่าย คนไข้โรคปอดจะลุกขึ้นนั่ง


> และมองไปนอกหน้าต่าง


> เพื่อระบายเสมหะตามคำแนะนำของแพทย์


> เขาก็จะถือโอกาสบรรยายสิ่งที่มองเห็นข้างนอกหน้าต่างให้แก่เพื่อนร่วมห้องฟัง


> การได้รับฟังเรื่องราวจากภายนอกนี้


> ได้กลายเป็นความสุขอย่างเดียวที่คนนอนเจ็บอีกฟากห้องจะมีโอกาสได้รับในแต่ละวัน


> เวลาหนึ่งชั่วโมงช่วงบ่าย


> จึงกลายเป็นเวลาแห่งการรอคอยของคนไข้ที่นอนเจ็บอยู่


>


> เขาจะได้รับฟังข่าวสาร


> การเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหรือได้สัมผัสโดยตรง


> คนไข้โรคปอดที่อยู่ริมหน้าต่าง เล่าให้เพื่อนว่า


>


> สิ่งที่เขาเห็นนอกหน้าต่างเป็นสวนสาธารณะสวยงาม


> มีทะเลสาบกว้างขวางใหญ่โต


> มีเป็ดสีขาวระเริงเล่นในน้ำ มีสวนดอกไม้บานสะพรั่ง


> ปลูกเป็นหย่อมๆ


> ดูสวยงามทั่วไป


> ในทะเลสาบมีเรือพายล่องลอยไปมาดูผู้คนในเรือช่างมีความสุขยิ่งนัก


> หญิงสาวชายหนุ่มเดินคลอเคลียกันไปมาหลายคู่


> ช่างดูมีความสุขสดชื่นกันเหลือเกิน


> ริมทะเลสาบมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป


> ทำให้ทั่วทั้งบริเวณร่มรื่น


> และถ้ามองออกไปไกลๆ จะแลเห็นตึกรามบ้านช่องสวยงามอยู่ไกลออกไป


> ทุกอย่างล้วนดูสวยงามเป็นยิ่งนัก


>


> ในขณะบรรยายความงดงามของธรรมชาติจากภายนอกอยู่นั้น


> คนเจ็บอีกฟากก็หลับตานึกสร้างมโนภาพตามเรื่องที่ได้รับฟัง


> ทำให้เขามีความสุขสดชื่นยิ่งนัก


> เสมือนหนึ่งตนได้เข้าไปอยู่ในสวนสาธารณะด้วยตนเองทีเดียว


> ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง


> คนไข้ริมหน้าต่างได้บอกเพื่อนร่วมห้องอีกฟากว่า


> กำลังมีขบวนแห่สวยงามเดินผ่านไป


> แม้ว่าคนนอนเจ็บจะไม่ได้ยินเสียงดนตรี


> แต่เพราะเพื่อนได้บรรยายความสวยงามของขบวนแห่อย่างละเอียดลออ


> จนเขาสามารถเห็นภาพในใจได้อย่างชัดเจนราวกับเห็นด้วยตาตนเองทีเดียว


>


> เหตุการณ์ในทำนองนี้ได้เกิดขึ้นวันแล้ววันเล่า


> เช้าวันหนึ่ง เมื่อนางพยาบาลเดินมาที่เตียงคนไข้ริมหน้าต่าง


> เพื่อเช็ดตัวให้ตามปกติ ปรากฏว่าคนไข้สิ้นลมเสียแล้ว


> เธอรู้สึกเสียใจ


> เพราะคนไข้ผู้นี้มีนิสัยที่ดี


> ไม่เคยทำตัวเป็นภาระแก่เธอโดยไม่จำเป็น


> เมื่อบุรุษพยาบาลนำร่างอันไร้วิญญาณออกไปแล้ว


> เตียงริมหน้าต่างก็ว่างลง


> คนไข้ที่นอนเจ็บอีกฟากจึงขออนุญาตนางพยาบาล


> ขอย้ายเตียงไปอยู่ริมหน้าต่าง


> เพื่อจะได้เห็นทิวทัศน์ภายนอก


> นางพยาบาลก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร


> เธอย้ายเตียงคนไข้ไปอยู่ริมหน้าต่างแทนเตียงเก่า


> หลังจากแน่ใจว่าคนไข้ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว


> เธอก็หันไปทำกิจอย่างอื่นในห้อง


> คนไข้ที่ย้ายมาริมหน้าต่างรู้สึกดีใจมาก


> เขาพยายามยันตัวในท่านั่ง


> เพื่อจะได้เห็นทิวทัศน์จากภายนอกหน้าต่าง


> ในใจคิดว่าต่อไปนี้เราจะได้เห็นทุกอย่างด้วยตัวเองซะที


> เมื่อได้มีโอกาสมองไปนอกหน้าต่าง


> เขากลับเห็นแต่ฝาหนังทึบกั้นอยู่


>


> ไม่ปรากฏมีทิวทัศน์สวยงามอย่างที่เคยได้ยินจากเพื่อนของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว


> คนไข้จึงหันมาถามนางพยาบาลว่า เพื่อนเขาที่เพิ่งเสียชีวิตไป


> ได้บรรยายความสวยงามทั้งหลายตลอดระยะเวลาอันยาวนานได้อย่างไร


> นางพยาบาลกล่าวแก่เขาว่า


> ความจริงแล้วเพื่อนของคุณที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น


> เป็นคนตาบอด


> เขาไม่มีทางเห็นแม้กระทั่งกำแพงที่กั้นอยู่ด้วยซ้ำไป


> พยาบาลกล่าวยิ้มๆว่า "บางที เขาคงพยายามให้กำลังใจคุณมากกว่า"


>


> บทสรุป การทำให้ผู้อื่นมีความสุข


> เป็นความสุขอย่างยิ่งสำหรับผู้ให้


> ตัวเราจะเป็นอะไรไม่สำคัญ


> การร่วมทุกข์อาจทำให้ความทุกข์แบ่งเป็นสองส่วนได้


> แต่การร่วมสุข ผลได้กลับเป็นสองเท่าเสมอ


> ถ้าอยากรู้สึกว่าตนเองรวย


> ก็ให้สำรวจสิ่งทั้งหลายที่คุณมีซึ่งไม่อาจซื้อได้ด้วยเงิน


> สิ่งที่คุณมีและเงินซื้อไม่ได้ก็คือ


>


> "การที่คุณมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะนี้ไง"


> ฉะนั้นจงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันคือ "ของขวัญ"


> ที่คุณทุกคนล้วนได้มาโดยธรรมชาติ


> และเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้"


> "Today is a gift, that's why it is called the present."


> แปลมาจาก http://www.geocities.com/prapant.geo/giving.html




» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43