บทความ - 00079 : ลูกผู้ชายชื่อ ปาฟงหัน

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

ลูกผู้ชายชื่อ ปาฟงหัน

ลูกผู้ชายอยู่ในโลกหล้า ควรกระทำการโดยไม่ถูกผู้ใดชี้นำมัน คล้ายกับขุนเขาแม่น้ำใหญ่ทางภาคเหนือของจีนที่ตระหง่านอันตราย สามารถเผชิญกับแดดลมน้ำค้าง ไม่กลัวตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมอันเลวร้าย



มันมีความผูกพันตอทุ่งราบและทะเลทรายนอกด่านเป็นพิเศษ เพราะมันเกิดที่นั่น เป็นคนของที่นั่น มันมีชาติตระกูลที่ต่ำต้อยและผ่านชีวิตวัยเด็กอย่างข้นแค้นในทุ่งราบและทะเลทรายนอกด่าน


มันมีความแค้นต่อชนเผ่าเถี่ยเล่ออยางลึกล้ำ เพราะชนเผ่าและบ้านเกิดของมันถูกกองทัพเถี่ยเล่อเข่นฆ่าสังหารเผาทำลายสิ้น ผู้ที่หลงรอดชีวิตรวมทั้งตัวมันซึ่งยังเป็นเด็กเล็กต้องกลายเป็นโจรปล้นม้า ตัวมันก็เติบโตในฐานะที่เป็นโจรปล้นม้าคนหนึ่ง มันไม่เคยก้มหัวให้แก่อำนาจป่าเถื่อนอีกเลย นับตั้งแต่นั้นมา


จวบจนวันหนึ่ง กลุ่มโจรปล้นมาของมัน ถูกกองกำลังถูเจี๋ยของข่านถูลี่ทำการล้อมปราบ คงเหลือแต่มันฝ่าวงล้อมหลบหนีออกมาได้คนเดีย


ตั้งแต่นั้น มันเคลื่อนไหว ปฏิบัติการเพียงลำพังคนเดียว เป็น 'หมาป่าผู้เดียวดาย' มาโดยตลอด มันใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทราย มุมานะพากเพียรฝึกปรือตนเองนานนับปี จึงสามารถพลิกสถานะตัวเองจากโจรปล้นชิงม้าผู้หนึ่ง ทะยานขึ้นเป็นจอมยุทธ์รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นคนหนึ่งในวงการยุทธจักรได้

มันเที่ยวท้าประลองกับผู้มีฝีมือไปทั่วแผ่นดิน ความเยือกเย็นของมันเป็นที่ครั่นคร้ามของฝ่ายตรงข้ามเสมอ ภายใต้ใบหน้าอันกระด้างเย็นชาของมันยากที่ผู้อื่นจะอ่านความในใจมันได้ และมันน้อยครั้งที่จะเอ่ยความในใจของมันออกมา

พลังฝีมือของมันรุดหน้าไปมาก เพราะมันเลือกที่จะชักนำตัวเองให้ตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ถูกบีบคั้นบังคับ ยอมถูกผู้คนจำนวนมากไล่ล่าเอาชีวิต พอๆ กับ ยินดีไล่ล่าชีวิตผู้คนหากเป็นคนชั่วช้า และได้รับค่าตอบแทนที่มากพอ

ความน่ากลัวของมันอยู่ที่ตัวมัน คล้ายมีพลังซ่อนเร้นไม่สิ้นสุด ยิ่งสู้ศึกยิ่งอาจหาญ ซึ่งเป็นผลจากการเคี่ยวกรำตัวเองอย่างเข้มงวดยาวนานของมัน มันประสบความสำเร็จในวิชาฝีมือมาถึงขั้นนี้ได้ เพราะมันยึดกุมความจริงข้อหนึ่งได้ว่า "ในชีวิตเรามีเรื่องมากหลายยังคงอย่าได้นึกถึง ความกลัดกลุ้มใจของผู้คนคือ คิดมากไป"


มันจึงมีความสามารถเหนือกว่าคนทั่วไป ในการสลัดอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผลกระทบถึงจิตใจไปจากห้วงสมอง สามารถทำให้ตนเองจดจ่ออยู่กับมรรคาบู๊ มีความเชื่อว่า ลูกผู้ชายถือกำเนิดเกิดมา ประการสำคัญคือ ลงมือกระทำมุ่งสู่เป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ ฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่ค้าม

มันไม่เคยมีความทะเยอทะยานคิดช่วงชิงแผ่นดิน แต่ไม่ใช่เพราะมันไม่แสวงหาความก้าวหน้า แต่เพราะมันไม่ให้ความสำคัญกับการสร้างพรรคพวก มันสะดวกใจที่จะอยู่คนเดียว กระทำเรื่องที่ตัวเองพอใจอย่างอิสระเสรีโดยไม่ถูกผู้ใดควบคุมชี้นำ อาจบางทีเพราะตัวมันเติบโตขึ้นท่ามกลางฝูงโจรขโมยม้า มันจึงทราบแต่เพียงว่า ดาบของผู้ใดคมกล้า ผู้นั้นก็มิต้องถูกกดขี่ห่มเหง มันรังเกียจการกดขี่ข่มเหงที่สุด ดังนั้นมันจึงเลือกเดินบนเส้นทางของนักสู้ผู้กล้า

มันมีความทะเยอทะยานอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิชาบู๊ ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ให้ความสำคัญกับ ความรักฉันบุรุษสตรี ซึ่งมันเห็นว่าเป็นเฮกเช่นบุปผาในกระจก เป็นความงามที่ไม่จีรัง ทั้งไม่มีคุณค่าเป็นนิรันดร์ ทั้งๆ ที่มันนิยมคลุกคลีอยู่ท่ามกลางหญิงงามจำนวนไม่น้อย

มันมักคลุกคลีอยู่กับหญิงงาม แต่กับไม่ใส่ใจความรักฉันบุรุษสตรี สำหรับคนทั่วไปอาจเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกัน แต่สำหรับมันสองประการนี้ไม่มีลักษณะที่ตรงกันข้ามกัน

เพราะนับตั้งแต่ที่มันจำความได้ มันมักรู้สึกเสมอว่า ชีวิตเป็นสิ่งที่ซ้ำซากจำเจ แต่ละวันกระทั่งเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน มันจึงชอบที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม รับมือกับการท้าทายใหม่ๆ เพื่อพาตัวเองเข้าสู่ห้วงที่แตกต่าง เพื่อรับรู้ด้านที่แปลกใหม่ของชีวิต เพราะมันเป็นบุคคลที่ไม่ยอมอยู่อย่างธรรมดาสามัญ

มันมีนิสัยโดดเดี่ยวทะนง ไม่เคยมีสหายมาก่อน แต่การที่มันเดินทางมาดินแดนภาคกลาง เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในการต่อสู้ ทำให้มันได้มีโอกาสคบโค่วจงกับฉีจื่อหลิงเป็นมิตรสหาย ร่วมเป็นร่วมตายกัน บ่มเพาะเป็นน้ำใจอันล้ำลึก

หลังจากที่มันได้เปิดใจต้อนรับโค่วจง กับฉีจื่อหลิงเป็นสหาย มันได้ค้นพบว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปมากมาย มิใช่คนไร้น้ำใจเหมือนดั่งภาพลักษณ์ภายนอก มันเปิดเผยอารมณ์ความรู้สึกต่อผู้อื่นมากขึ้น มีอารมณ์ขันกว่าแต่ก่อน มากน้ำใจกว่าแต่ก่อน แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวกระตุ้นให้มันนึกถึงความปวดร้าวอันเนื่องมากจากรักแรกของมันในอดีต

นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน สตรีนางนั้นผู้มีชื่อว่า ปาไต้เอ๋อ นางได้รับเลือกเป็นภรรยาน้อยของถูลี่ ทั้งๆ ที่เพิ่งมีอายุเพียงสิบห้าปี นางติดตามถูลี่ และมือดีในสังกัด ออกไล่ล่ามันกลางทะเลทราย แต่กลับเผชิญพายุทะเลทราย เป็นเหตุให้นางพลัดหลงจากกลุ่มและถูกมันคร่ากุมตัวไว้

รูปกายอันงามรัดตรึงและอวบอิ่มสมบูรณ์ ตากลมโตหยาดเยิ้มคล้ายพูดได้แววตาที่ไม่ยอมสยบและท้าทายอย่างแรงกล้า ดึงดูดใจของมัน สะกิดอารมณ์ปรารถนาของมันขึ้นจนมีสัมพันธ์ล้ำลึกกับนาง หลังจากนั้น นางหลงรักมันจนหมดหัวใจ ทั้งยังติดตามมันร่อนเร่กลางทุ่งราบทะเลทรายระยะหนึ่ง

นางมีความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของดินแดนภาคกลาง และเป็นผู้ทำให้มันสนใจเลื่อมใสต่อดินแดนภาคกลางนี้ จนตัดสินใจเดินทางลงใต้เพื่อแสวงหามรรคาวิชาบู๊ขั้นสูง ค่ำคืนหนึ่งที่ดวงใจสลาย มันได้ลอบจากนางมาโดยไม่บอกกล่าว นางจึงเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่มันยังเกิดความรู้สึกเสียใจไม่คลาย

ความรักที่กลายเป็นความแค้น!


มันได้เจอกับ ปาไต้เอ๋ออีกครั้งที่นครลั่วหยาง สะกิดความปวดร้าวที่ไม่อาจแก้ไขได้ขึ้นมาอีก มันจึงคิดไปจากที่นี่ กลับไปยังที่ราบและทะเลทรายนอกด่านที่ไม่มีใครรู้จัก มันไม่อยากนึกถึงอะไรทั้งสิ้น หวังลืมเลือนทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้น

มันรู้ดีว่าการหลีกหนีมิใช่หนทางที่ดี ความขมขื่นปวดร้าวในชีวิตจะมากจะน้อยย่อมต้องฝากริ้วรอยที่ไม่อาจลบเลือนได้ในหัวใจ ได้แต่คาดหวังว่าเวลาที่เนิ่นนานไปจะค่อยๆ ทำให้ลืมเลือนได้บ้าง

มันรู้ดีว่า ที่ชายแดนตะวันตก มีทุ่งราบและทะเลทรายสุดสายตา อากาศที่สุดร้อน สุดเย็น ภูเขาน้ำแข็งชั่วนาตาปี ท้องทะเลทรายอันระยิบระยับ หากมันได้ไปเยียบย่างสู่สถานที่อันแปลกประหลาดเช่นนี้มันจะพบว่า นอกจากตัวมันเองแล้ว ในโลกไม่มีวัตถุอื่นอีก ธรรมชาติที่นั่นจะทำให้มันลืมสิ้น รวมทั้งตัวเอง

มันจึงตัดสินใจ เดินทางไปที่นั่น เพื่อไปฝึกฝนตนเองอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับมาท้าสู้กับ ราชันบู๊ปี้เสียน ผู้เป็นหนึ่งในสายยอดฝีมือแห่งยุค


0 0 0


ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลหลายพันวา พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมีทะเลสาบใหญ่น้อยนับพัน บนทุ่งหญ้าอันไพศาล ประกอบด้วย ทิวเขา ทุ่งราบ ทะเลทราย และแอ่งแผ่นดิน จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตก มีความยาวกว่าสามพันลี้ จากเหนือจรดใต้ก็ยาวสองพันกว่าลี้ ต่อให้ควบขับม้าเร็วเดินทงาวันละร้อยลี้ ก็ยังต้องใช้เวลาแรมเดือน ค่อยข้ามทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไปได้

ในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่นี้ หญ้าและน้ำเป็นเงื่อนไขขั้นพื้นฐาน ดังนั้นชนเผ่าบนทุ่งหญ้าทำการต่อสู้ช่วงชิงภายใต้ปัจจัยทั้งสองสิ่งนี้ ในสภาพเช่นนี้ชนเผ่าที่ดำรงอยู่ได้ล้วนต้องเหี้ยมหาญดุดัน สันทัดวิชากาต่อสู้ จึงเป็นหลักประกันสำหรับ หญ้า และน้ำ ตลอดจนสัตว์เลี้ยงที่เป็นเครื่องยังชีพได้ เพราะเหตุนี้จึงปรากฏยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วน

แต่น้อยคนจะมีความสำเร็จเช่น ราชันบู๊ปี้เสียน แต่แล้ววันนี้ ราชันบู๊ปี้เสียน มีคู่มือที่สามารถต่อกรด้วยแล้วนั่นคือ ปาฟงหัน!

0 0 0

จันทราเริ่มลอยขึ้น สาดส่องทุ่งหญ้างามซึ้งเลือนราง ลมยามเย็นโชยลูบไล้ วิกาลเย็นสบาย ภายใต้แสงจันทร์เลือนราง คนผู้หนึ่งยืนตระหง่าน มือไพล่หลังท่วงท่าปลอดโปร่งสบาย แต่ตลอดทั้งร่างแผ่กลิ่นอายอันลี้ลับชั่วร้าย คล้ายกับเป็นเทพอสูรที่ปกครองทุ่งหญ้าพลันปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์ก็มิปาน

คนผู้นี้ดูไปมีอายุสามสิบกว่าปี ผิวสีคล้ำสะท้อนประกายเรืองรอง สวมใส่ชุดยาวเนื้อผ้าดิบโชยพัดพลิ้วตามลม ฝ่ามืออวบหนากว้างใหญ่ คล้ายซ่อนพลังอันน่ากลัวไว้

ที่ข่มขวัญสะท้านวิญญาณผู้คนที่สุด คือ ตัวตนของเขาคล้ายมหาสมุทรที่แฝงคลื่นลับ ในความเคลื่อนไหวซ่อนความสงบ ในความสงบแฝงความเคลื่อนไหว บันดาลให้ผู้คนหยั่งคำนวณไม่ออก เค้าใบหน้าอันหมดจดของคนผู้นี้ ดูไปคล้ายมนุษย์โบราณที่หลอมสร้างจากทองเหลือ ไม่ว่าผู้ใดเห็นเพียงแวบเดียว จะไม่มีวันลืมเลือนได้ และก็ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า คนผู้สามารถลงมือทำร้ายผู้คนได้ทุกเมื่อ

ราชันบู๊ปี้เสียน มารอประลองกับปาฟงหันที่นี่ โดยมีโค่วจงกับฉีจื่อหลิงเป็นสักขีพยานเพียงสองคนเท่านั้น ในอดีต ปาฟงหันเคยสังหารศิษย์รักของราชันบู๊ เพราะฉะนั้นระหว่างคนทั้งสองเพราะเป็นความแค้นลึกล้ำ มีแต่ใช้กำลังฝือเข้าตัดสินเท่านั้น

ราชันบู๊ ใช้วิชาพลังลมปราณเปลวสุริยัน ปาฟงหันใช้กระบี่ที่ตั้งชื่อ 'ประหารเสียน' ความหวังที่ปาฟงหันรอคอยมาชั่วชีวิต กำลังบังเกิดเป็นความจริงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้แล้ว

การประลองใช้เวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น พลังฝีมือของปาฟงหันสูงส่งก็จริงจนสามารถทำร้าย ราชันบู๊บาดเจ็บได้ แต่ปาฟงหันกลับถูกราชันบู๊ตวัดเท้าเตะใส่ท้องน้อย ปาฟงหัน จนร่างเขาปลิวกระเด็น ดุจว่าวขาดปาน ร่างฟาดลงบนพื้นหญ้าดังโครมใหย่ โลหิตซึมออกจากดวงตา ใบหู จมูก ปาก และลมหายใจก็ขาดห้วงไปแล้ว

หากมิใช่เป็นเพราะ โค่วจง กับ ฉีจื่อหลิง รีบถ่ายทอดพลังลมปราณของเคล็ดวิชาอมตะให้ทันที ปาฟงหันคงเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถึงช่วยชีวิตปาฟงหันได้ ความจริงมันควรพิการไปตลอดชีวิต เพราะเส้นขีพจรหลักในร่างกายของมัน ขาดไปถึงเจ็ดแปดส่วน

ยังดีที่ ฉีจื่อหลิง รู้ เคล็ดยอดวิชาเปลี่ยนอาทิตย์ ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ในกรณี 'สูญเสียแล้วค่อยจัดตั้ง ปราชัยแล้วค่อยสำเร็จ' เขาจึงถ่ายปราณ กระตุ้นพลังกุณฑาลินีที่ซ่อนเร้นในท่อปราณ ทั้งสาม และจักรทั้งเจ็ดของปาฟงหัน ปลดปล่อยพลังที่เหลือออกมา แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับพลังชีวิตของตัวปาฟงหัน เองว่าจะสามารถฝ่าวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของตัวเองไปได้หรือไม่

สภาพของปาฟงหัน ในตอนแรกเหมือน ตายทั้งเป็น แม้มันลืมตาฟื้นชีวิตคืนมาได้ เพราะพลังลมปราณของเคล็ดวิชาอมตะจากมังกรคู่โค่วจงฉีจื่อหลิง แต่แววตาของมันยังเวิ้งว้างแตกกระจาย และเลื่อนลอย

มันถามตัวเองว่า ตัวมันยังไม่ตายอีกหรือ?


ความปราชัยเป็นเช่นนี้เองดอกหรือ มันไม่เคยพ่ายแพ้อย่างย่อยยับเช่นนี้มาก่อน ถ้าหากมันต้องมีชีวิตอยู่อย่างคนพิการที่วิชาฝีมือสูญสิ้นดุจคนตายทั้งเป็น มันขอตายไปเลยดีกว่า มันไม่อยากให้เพื่อนรักทั้งสองช่วยชีวิตมันเลย เพราะการอยู่อย่างอดสูไปชั่วชีวิต มิสู้ตกตายไปเลยจะดีกว่า

ฉี่จื่อหลิง กล่าวปลอบ ปาฟงหันว่า

"ท่านที่ยังสามารถหายใจ และกล่าววาจาได้ล้วนเกิดจากประสิทธิภาพของเคล็ดวิชาเปลี่ยนอาทิตย์ วิชานี้จะช่วยให้ท่านฟื้นฟูพลังฝีมือได้ขอเพียงท่านฝึกตามเคล็ดวิชานี้ไปเท่านั้น"

โค่วจง กล่าวเสริมว่า

"ในดินแดนภาคกลาง ยังไม่มีผู้ใดฝึกปรือ เคล็ดวิชาเปลี่ยนอาทิตย์ได้สำเร็จ เพราะเคล็ดวิชานี้สำคัญที่ สูญเสียแล้วค่อยจัดตั้ง ปราชัยแล้วค่อยสำเร็จ ตอนนี้ท่านทั้งประสบความสูญเสีย ทั้งยังปราชัยนับเป็นโอกาสที่จะฝึกเคล็ดวิชานี้ ขออย่าได้ละทิ้งเด็ดขาด"

ในช่วงที่ ปาฟงหัน กำลังบำบัดตัวเองและจัดตั้งตัวเองขึ้นมาใหม่ภายหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาต้องอาศัย สมาธิ ของตัวเขาเองไปกระตุ้นพลังชีวิตภายในกายขึ้นมา ใช้สติชักนำพลังชีวิตขึ้นมาใหม่ ฟื้นฟูพลังฝีมือจนกลับคืนอย่างเดิม และเหนือกว่าเก่าด้วยซ้ำ

ก่อนหน้าที่จะปราชัย ปาฟงหัน เป็นลูกผู้ชายที่เข้มแข็งก็จริง แต่ประสบการณ์แห่งความพ่ายแพ้ดุจ 'ตายทั้งเป็น' ที่มันได้ลิ้มรสจากน้ำมือของ ราชันบู๊ปี้เสียน ทำให้มันเปลี่ยนแปลงไปในระดับเชิงลึก

หากปาฟงหันไม่ผ่านความพ่ายแพ้ครั้งนี้ มันจะไม่มีวันเอาชนะราชันบู๊ผู้มีพลังฝีมือถึงขั้นสุดยอดได้เลย

ความพ่ายแพ้ช่างเป็น ประสบการณ์อันล้ำเลิศนัก!

ความปราชัย ช่างเป็น ครูที่แสนวิเศษยิ่งนัก!

การตายทั้งเป็น ช่างเป็น บทเรียนทางจิตวิญญาณที่สูงค่ายิ่งนัก!

เพราะมันได้ทำลาย 'อัตตา' ตัวตนเก่าของปาฟงหันไปอย่างย่อยยับ และนำไปสู่การเกิดใหม่ เริ่มต้นใหม่อีกครั้งของตัวเขา รสชาติของการตายแล้วฟื้นคืนชีพ ยากที่จะลืมเลือนได้ ตอนนี้ปาฟงหันเห็นซึ้งต่อความตายแล้ว แนวทางฝีมือของเขาก็เปลียนไปจากเดิมด้วย

ปาฟงหัน แปรเปลี่ยนจาก ลูกผู้ชายที่เข้มแข็ง ไปเป็น ลูกผู้ชายที่แท้จริง ที่เป็น 'เอกบุรุษ' ไปแล้ว เพราะความมีวาสนาที่ตัวเขาได้รับการปราชัยอย่างย่อยยับมาก่อน ความปราชัยครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวเอง และในวิถีตัวเองของ ปาฟงหัน เสื่อมคลายลงไปเลย

ลูกผู้ชายที่แท้ มิใช่ผู้ที่ประสบความสำเร็จตลอดกาล ไม่พ่ายแพ้ตลอดกาลหรอก

ลูกผู้ชายที่แท้ คือ ผู้ที่สามารถกอบกู้ตนเองจากความสูญเสีย และความปราชัย มายืนหยัดบนวิถีของตนเองได้อีกครั้งต่างหาก

จาก มังกรคู่ สู้สิบทิศ (หวงอี้ - น.นพรัตน์ แปล)

ต่อย [ 2003-04-25 00:00:00 ]
» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43