รูปภาพ ชื่อ - 00193 : แสมสาร ครับพี่

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส

แสมสาร ครับพี่

ช่วยชี้แนะหน่อยนะพี่นะ


ความคิดเห็นที่ 1

แสมสารครับพี่


ความคิดเห็นที่ 2

ครับพี่


ความคิดเห็นที่ 3

แม่ผมเอง


ความคิดเห็นที่ 4

ตูดมอญ


ความคิดเห็นที่ 5

ระวังหิน


ความคิดเห็นที่ 6

เกาะแรด ข้างบ้าน


ความคิดเห็นที่ 7

เกาะแรด ข้างบ้าน พายเรือยางไปแค่ 10 นาที


ความคิดเห็นที่ 8

ดูมันทำ


ความคิดเห็นที่ 9

หวัดดีครับพี่ๆทั้งหลาย สบายกันดีอยู่รึ???
เห็นพี่ต่อยอยากดูรูปที่แสมสารเลยเอามาแปะให้ดู รูปที่เห็นเป็นรูปเดือนที่แล้ว จะตื่นมาถ่าย sunrise ก็ยังเมาค้างไม่ตื่น จะถ่าย Sun set เพื่อนก็โจ้กันตั้งแต่ สี่โมงเย็น แล้วพายุดันเข้าฝั่ง
พอดี เลยเป็นสาเหตุของการ ติดลม

เห็นพี่ๆเล่าเรื่องจากภาพกัน อ่านแล้วมียิ้มมาเปื้อนที่มุมปากเลยอยากเอาคืนบ้าง

ผมกับครอบครัวย้ายจากแม่กลอง สมุทรสงคราม มาที่ แสมสาร เมื่อปี 1984 แอะ งงอะดิ....
ปี 2527 เมื่อ 20 ปีมาแล้ว เนื่องจากครอบครัวมีปัญหากับโครตพ่อโครตแม่ เพระโครตพ่อโครตแม่ถูกนายพันตำรวจท่านหนึ่งทาบทามให้ไปร่วมธุรกิจทางด้านโทรคมนาคมกับเขา แต่พ่อกะแม่ เห็นว่าธุรกิจนี้ต่อไปต้องมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และทุจริตเชิงนโยบาย พ่อกะแม่ไม่เห็นด้วย เลยถูก Beeep จนต้องระเห็ดออกมา
มารู้คร่าวๆตอนหลังว่าไอ้นายพันตำรวจใครๆก็เรียกมันว่าไอ้แม้ว ดีนะที่พ่อกะแม่ไม่หลวมตัว
T-T T-T T-T ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หลังจากระเห็ดมาด้วยความทรนง (แต่แอบบเห็นบุพการีมีคราบน้ำแถวๆขอบตา ) พร้อมลูกๆสามคน หอบเสื่อผืน หมอนสี่ใบ ตามแบบฉบับคนทำท่าว่าจะรวย แต่ยังดีกว่าคนอื่นตรงที่มีผ้านวมอีกหนึ่งผืนกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าอีกหนึ่งใบ เงิน 500 บาทเป็นแบงค์ย่อยเสียเจ็ดส่วนแต่ก็ยังใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย มาเช่าห้องแถวหนึ่งห้องแบบ Emperor sweet รวมกันทุกห้องในห้องเดียว(รูปแรกน่ะสถานที่จริงเลยล่ะห้องที่ตากผ้าสีเหลืองน่ะ แค้นชมัด แม่งไม่มีไฟ เลยต้องเอาหม้อชั้นในมาหุงเตาถ่าน แม่บอกทนเอาหน่อย หุงไปสักพักก็ถึงบางเสร่แล้ว ปล. โทษนะพี่ มุกเด็กสัตห๊บ) เวลาขี้ก็ต้องขี้ลงน้ำทะเลให้บรรยากาศสุดยอดตอนช่วงที่น้ำลง เคยไหมพี่ พิสูจน์กฏของนิวตั้นด้วยการปล่อยชิ้นขี้ตามแรงโน้มถ่วงลงมาเป็นแนวตั้งฉากกับพื้นโลกที่ความสูงมากกว่า 10 ฟุต แต่ถ้าเราเพิ่มแรงด้วยการหายใจเข้าแล้วไปอั้นไว้ที่กระบังลมแถวๆท้องน้อย กลั้นหายใจ แล้วเปิดวาล์วปล่อย pressure ผ่านลำไส้ใหญ่มุ่งตรงสู่รูทวาร วัตถุธาตุสีขมิ้นชิ้นนั้นจะพุ่งลงด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น ถ้าจังหวะดี ลงสู่ผิวน้ำทำระนาบ 90 องศา + ขี้ก้อนตรง และคะแนนความยาก 3.4 ได้ยินเสียง จร๊วบบ...... จะภูมิใจมาก
แต่ถ้าวันไหนพายุเข้า คลื่นจะแรงมาก ต้องระวังให้ดี เกลียวคลื่นอาจพัดพาวัตถุธาตุสีขมิ่นชิ้นนั้นกลับมาเสนอหน้าข้างๆหัวแม่โป้งตีนเราได้ และถ้าวันไหนโชคดีคลื่นลมเป็นใจ อาจมีวัตถุธาตุสีขมิ่นจากข้างๆบ้านมาทักทายให้หายเหงา
พ่อกะแม่รับจ้างไปเรื่อย พ่อไปเป็นคนเรือตังเกร่อนเร่หาปลา แม่รับจ้างผ่าหมึก รายได้น้อยแต่พ่อกะแม่ก็ขยัน แม่ไม่ค่อยมีเงินมาซื้อกับข้าวมากนัก แต่พวกเราก็ไม่เคยอดเพราะพ่อเป็นลูกน้องเรือเลยเก็บเศษๆ แซลมอน ลอบส์เตอร์ แม้กระทั่งคลาเวียร์ กับปูขนแถบเมอร์ดิเตอเรเนี่ยนทุกครั้งที่พ่อผ่านไปแถวนั้น มาให้เรากินแก้หิวไปพลางๆ
พอเก็บเงินได้ก้อนพอประมาณ ( อย่านึกถึงวัตถุธาตุสีขมิ้นชิ้นนั้นนะ) พ่อก็เสนอว่าอยากขยับขยายที่อยู่เพราะที่เก่ามันคับแคบ เลยไปเช่าห้องในระแวกเดียวกัน( ถัดไปข้างในรูปอีกหนึ่งห้อง) แม่ถามพ่อว่าย้ายมาทำไมฟ๊ะ( สีหน้ายั๊วะๆ) พ่อบอกห้องมันใหญ่ขึ้นอีกหน่อย พอมาดูในรูปจึงเข้าใจพ่อ มันใหญ่ขึ้นนิดนึง โทษนะพ่อที่โมโหพ่อตอนช่วยย้ายของ
ตอนสมัยเรียน ป4 ป5 ผมตกปลาทุกวัน เช้าก่อนไปเรียน เย็นกลับมาก็ตกอีก ที่ปลายสะพานรูปที่สอง สมัยก่อนปลาเยอะมาก ขนาดนั่งกินข้าวเอาสายเอ็นพันตีนคอยกระตุกยังได้ปลาเลย ปลาที่ตกแล้วทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ เราเรียกกันว่าปลาสลิดหินตัวเท่าฝ่ามือจนถึงครึ่งกิโล
ใช้เบ็ดสี่ตัวผูกด้วยความสามารถพิเศษเป็นโยธกา ( รูปเครื่องหมายบวก ) ใช้ข้าวสวยหุงขึ้นหม้อปั้นหุ้มเบ็ดให้เห็นแต่สายเอ็น อย่าให้เห็นตัวเบ็ดปลามันฉลาดและตาดีกว่าเรา ถ้าตัวเบ็ดโผล่ออกมาแม้เพียงเสี้ยวกระเบียด ฝูงปลาเหล่านั้นจะแสดงกริยาราวกับสาวใสไฮโซผู้ไม่ชายตาให้ขอทานต่ำต้อย และจะมุ่งตรงเข้าหาก้อนข้าวที่ปั้นแต่งได้รูปดุจแมงวันตอมขี้ มันเหมือนจริงๆนะพี่ เพราะมันมากันทีเป็นร้อยๆตัว บางทีกระตุกทีเดียวติดมาสองตัวเหมือนได้โปรโมชั่น Buy one get one Free เวลาติดสองตัวจะดึงขึ้นง่ายกว่าติดตัวเดียว เพราะไอ้ปลานี่แรงต้นมันดีมาก บางทีเอ็นบาดมือเลือดสาดเลย ต้องรีบดึงขึ้นให้พ้นน้ำเร็วที่สุด เพราะถ้าช้า มันจะลากสายเอ็นไปถูกับเสาซึ่งอุดมไปด้วยเปลือกคมกริบของหมู่บ้านเพรียงรอบๆโคนเสาใต้น้ำ เอ็นจะขาด ปลาจะหลุดเป็นอิสระพร้อมพาเพื่อนๆมันหายจ้อย ต้องรอกันอีกพักใหญ่กว่ามันจะลืมเรื่องราวในอดีตชาติ แล้วว่ายวนกลับมาอีกครั้ง แต่ก็อาจสามารถเร่งปฏิกริยาการลืมอดีตชาติของมันได้ด้วยการอ่อยข้าวสวยเป็นกำๆหว่านลงไปในน้ำ แต่ถ้าติดสองตัวจะดึงขึ้นง่ายมากเพราะมันจะออกแรงว่ายเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างเต็มกำลัง แต่ .....................................................มันว่ายสวนทางกัน เพราะส่วนใหญ่จะติดเบ็ดคนละฝั่ง แรงหักลบกันเกือบเป็นศูนย์ ดึงขึ้นสบาย ข้อเสียของการทำเอ็นขาดมีสองข้อ ข้อแรก ต้องมานั่งพันเบ็ดใหม่(ด้วยความสามารถพิเศษ ฮ่าๆ) ข้อถัดจากข้อแรก เพื่อนรังเกียจ ด่า เย้ยหยัยสารพัด ต้องกลายเป็นตัวอัปมงคลตลอดระยะเวลาที่รอให้ปลามันลืมอดีตชาติ
ถ้าวันไหนน้ำขึ้นตอนเย็นจะตกปลาได้มากเป็นพิเศษโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว บางวันได้ 10-20 กก ขายโลละ สิบบาท หลังจากหักต้นทุนกับค่าแรงแล้วที่เหลือก็เอาให้แม่ สมทบทุนในการย้ายบ้านครั้งต่อไป ปลาที่ตกได้ไม่เคยเอามากินเองเลย มันเป็นธรรมเนียมของชาวประนงที่ตกปลาจากสะพานที่เป็นบ้านตัวเอง จะไม่เอามากินในครอบครัวเด็ดขาดเพราะจะทำให้หากินไม่ขึ้น


เชื่อ อะ ดิ อิอิ........ ล้อเล่งๆ
เรื่องจริงมันน่าสยดสยองมากครับพี่ๆ ทั้งหลาย เรื่องมันมีอยู่ว่า ช่วงแรกๆที่ผมตกปลาสลิดหินบริเวณสะพานที่ผมอาศัยอยู่ วันนั้น วันที่ผมนั่งตกปลาเพียงลำพัง เป็นเย็นของวันศุกร์ธรรมดาๆวันหนึ่ง แต่ทำไมท้องฟ้ากลับมีสีแดงกล่ำประดุจเลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกแทนที่สีส้มที่เคยเป็น ทำไมสายลมช่างหยุดนิ่งไม่พัดพาแม้กระทั่งขี้รังแคที่หลุดร่วงจากหนังกะโหลกอันปราศจากคอนดิชั่นนเอร์จากแชมพูชั้นดีที่จะช่วยยึดหนังเหล่านั้นไว้ มันแทบจะร่วงเป็นแนวดิ่งลงสู่ผิวน้ำ
ผมมองตามขี้รังแคจนกระทั่งกระทบผิวน้ำข้างสายเอ็นที่ผมทอดไปพร้อมกับเหยื่อแล้วปล่อยให้ไหลไปสักสาม -สี่ เมตร เพื่อให้ยังมองเห็นก้อนข้าวไปตามทิศทางการไหลของน้ำ
ทันใดนั้น ผมเหลือบไปเห็นวัตถุชนิดหนึ่งลอยตามน้ำโผล่พ้นมาจากใต้สะพานตามแรงไหลของกระแสน้ำ เอ๊ะมันเป็นอะไรกันแน่ อ๋อ คงเป็นกล้วยหอมที่เขาใช้ไหว้แม่ย่านางก่อนเรือออกในวันแรกของเดือนนั้นแล้วพอไหว้เสร็จก็โยนลงน้ำเพื่อแบ่งปันให้เจ้าแม่คงคาเอาฤกษ์เอาชัย
แต่ เอ๊ะ ไม่ใช่ โอ๊ะ มัน มัน มัน มันคือวัตถุธาตุชนิดเดียวกับที่ผมเคยใช้ทดสอบกฏของนิวตัน โอ้พระเจ้า สีมัน โอ้ แน่นอน มันอุดมไปด้วยเม็ดพริก บ่งบอกได้เลยว่ามันต้องถูกเนรเทศมาจากถ้ำขมิ่นของลูกเรือชาวอิสานบริเวณใกล้เคียงนี้เป็นแน่แท้ โอ้ มันกำลังลอยจะมาชนสายเอ็นของผม มันใกล้เข้ามาแล้ว (ช่วงนี้พยายามอ่านให้ตื่นเต้น) ผมจะต้องดึงสายเอ็นหลีกเส้นทางการเคลื่อนที่ของมัน เพราะถ้าปล่อยให้มันมาสัมผัสสายเอ็นของผม เวลาสาวสายเอ็นขึ้น ผิวมือของผมจะต้องเปลี่ยนสีจากดำกร้านตามแบบชาวเล ไปเป็นขาวอมชมพูเพราะได้รับวิตามินบำรุงผิวของสารสกัดขมิ่นที่ติดมากับวัตถุธาตุชิ้นนั้น แต่ก่อนที่ประสาทจะสั่งการให้มือลากสายเอ็นเบี่ยงเบนทิศทาง สายตาอันฉับไวประดุจพญาเหยี่ยวบวกกับประสบการณ์ 3 ปี 4 เดือนแห่งการกระชากวิญญาณมัจฉาจากเวิ้งน้ำแสมสาร สามารถจับภาพของฝูงปลาสลิดหินขนาดใหญ่ กำลังว่ายมุ่งหน้ามาที่ก้อนข้าวอันเป็นเหยื่อที่เตรียมมาซึ่งผมหมายจะใช้คมเบ็ดที่ซ่อนอยู่ข้างในเอาชีวิตพวกมันมาแลกกับเงินไปจุนเจือครอบครัว แต่วัตถุธาตุชิ้นนั้นมันก็ใกล้เข้ามา แต่ด้วยสมองอันฉับไวประดุจบรรจุไว้ด้วย Pentium 4 /1.4GHz จึงคำณวนได้ว่าเมื่อเทียบความเร็วของวัตถุธาตุชิ้นนั้นที่ไหลมาตามน้ำ กับความเร็วของปลาที่ ว่ายทวนน้ำมา ปลาต้องมาถึงก่อนอย่างแน่นอน เพราะปลาได้เปรียบตรงที่มีความหิวกระหายข้าว เหมือนนักกีฬาที่กระหายชัยชนะย่อมมีแรงผลักดันมากกว่าคนธรรมดาอญุ่สามส่วน แต่วัตถุธาตุชิ้นนั้นคงไม่กระหายและอยากเขมือบสายเอ็นผมเป็นแน่ และถ้าผมได้ปลา มันก็คงจะลากสายเอ็นของผมจนพ้นรัศมีของวัตถุธาตุชิ้นนั้น
ผมจึงรอ รอ รอ จนกระทั่งปลาทั้งฝูงว่ายมาตรงหน้าเหยื่อของผม ผมคิดในใจ " เสร็จโก๋" แต่ เอ๊ะ มันว่ายผ่านเหยื่อผมมา ไม่มีตัวไหนสนใจใยดีเหยื่อผมเลย ทุกตัวสะบัดหางแรงขึ้น เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นเหมือนกับว่าเป็น 50 เมตรสุดท้ายของการแข่งขัน พวกมันกำลังไปไหนกัน ทำไมเหยื่อผมไม่ดีตรงไหน ไม่ได้ชิมสักคำรู้ได้ไงว่าไม่อร่อย ทำไม ทำไม ทำไม

แล้วผมก็ได้รู้คำตอบ พวกมันตรงมาที่วัตถุธาตุชิ้นนั้น ไม่ได้อ่านผิดหรอก ชิ้นนั้นแหละ เหลืองอร่าม พวกมันตรงเข้าขย้ำดุจเสือหนุ่มนับร้อยขย้ำสมันน้อยตัวเดียว มีหรือวัตถุธาตุที่บอบบางชิ้นนั้นจะทนแรงฟัดกัดฉีกได้ ปลาบางตัวพุ่งเข้าใส่จนตัวมันลอยมาเหนือน้ำ น้ำทะเลที่เคยใสบัดนี้คราคร่ำไปด้วยชิ้นส่วนที่แหลกเละของวัตถุธาตุชิ้นนั้น แต่ในชั่วอึดใจ ชิ้นส่วนที่แหลกเละของวัตถุธาตุชิ้นนั้น ก็หายไปไม่เหลือร่องรอย ทิ้งไว้แต่คราบน้ำสีเหลืองๆที่ค่อยๆจางหายละลายปนไปกับน้ำทะเล ผมอึ้งได้พักเดียว สายเอ็นของผมก็ถูกดึงจากฝั่งตรงข้าม โอ๊ะ ได้ปลาแล้ว แต่ เอ๊ะ เหยื่อข้าวนี่มีแต่ปลาสลิดหินกินนี่หว่า

เย็นวันนั้นถ้าใครเห็นเด็กน้อยหัวโตๆคนหนึ่งกำลังเย่อกับปลาบางชนิดด้วนเอ็นเบอร์ 40 ที่พันไว้รอบกระป๋อง Coke แต่แล้วมันก็โยนกระป๋องทิ้งน้ำเอาดื้อๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ

ปล หลังจากนั้นผมและครอบครัวไม่เคยกินปลาที่เราเห็นได้ตามใต้ถุนบ้านอีกเลย
และที่สำคัญ มันไม่ใช่ปลาสลิดหินอย่างเดียว มีอีกเพียบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

นาจ 44ครับ [ 2004-10-06 21:01:21 ]


ความคิดเห็นที่ 10

กรั่กๆๆ "ปลากินขี้" เคยตกได้ตัวนึงที่สะพานปุ๋ย สมัยป.อะไรไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว แต่ตกเล่นๆ ตกได้แล้วก็ปล่อยไป รู้จากเพื่อนที่หลังเหมือนกันว่าปลาหัวสะพานพวกนี้มันกินขี้ มาตอนหลังเล่นตกแต่หมึกแทน

ดูรูปแล้ว คิดถึงวันเก่าๆ สมัยเด็กๆพี่ก็สภาพความเป็นอยู่คล้ายๆอย่างนี้แหละ ต่างกันเพียงพี่ไม่ได้อยู่สะพาน แต่ลองนึกย้อนกลับไปแล้วก็นับว่ามีความสุขตามประสาเด็กๆ ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวอะไร

ขอบใจมากที่ถ่ายรูปสวยๆมาให้ดู พี่ชอบรูปแรกว่ะ 20 ปีที่เป็นแล้วยังไง ก็ยังเป็นอย่างงั้นเลย

ส่วนรูปที่ 3. ..... _/\_ หวัดดีครับแม่



ปล. คำวิจารณ์นี่รอ พี่ท่อกขาใหญ่กลับมาก่อนนะ ไม่รู้ช่วงนี้พี่ท่อกหนีไปไหน ไม่ยอมมาเฝ้าเว็บ

ต่อย [ 2004-10-06 22:03:49 ]


ความคิดเห็นที่ 11

เกาะแรด เนี่ย เค้าให้ไปพักค้างแรมได้ป่าววะ ไอ้นาด..
แล้วบนเกาะมีแหล่งน้ำธรรมชาติป่ะ
(ไอ้ห่ะ อยู่ใกล้แค่นี้ ยังไม่เคยไปเห็นเลยว่ะ)

ชอบภาพแรกว่ะ แต่ไม่น่าติดตึกสีขาวมาด้วยเลยว่ะ น่าจะขยับหนีอีกนิดนึงว่ะ
ชอบภาพเกาะแรด ภาพ๗ อ่ะ..แต่ถ้าหามุมที่ให้เห็นเฉพาะเกาะ(ไม่ติดฝั่งที่เราอยู่มาด้วย) น่าจะได้ความรู้สึกของเกาะกลางทะเลว่ะ
แต่มันอาจจะเป็นความตั้งใจที่จะให้ติดภาพฝั่งเข้าไปด้วยก็ได้ (จะได้รู้สึกว่าเกาะนี้อยู่ไม่ไกลเลย)

รอคำตอบนะว๊อย นาด..
น่าสนใจมากๆว่ะ

ด.ช.กุ๋ย [ 2004-10-08 09:31:05 ]


ความคิดเห็นที่ 12

รูปเจ็ด จะบอกว่ามันอยู่ใกล้บ้านฮับ
เคยค้างได้แต่เดี๋ยวนี้ไม่แน่ ไม่มีแหล่งน้ำหรอกต้องเอาไปเอง
ถ้าว่างๆจะไปลองโทรมานัดแนะกันนะพี่ 06-3800906

นาจ 44ครับ [ 2004-10-08 13:17:54 ]


ความคิดเห็นที่ 13

หูย...นาจเอ้ย..... ทั้งกาแฟ ทั้งขนมจีบ....คายแทบไม่ทันเลยหว่ะ...กรั่กๆๆๆๆ

...........เนื้อเรื่องเต้มต้นมั่กๆ ชอบจริงๆ มีเปรียบเทียบโน่นนี่อ้างถึงและบรรยายได้สุดๆ เลยหว่ะติดตามอ่านทุกบรรทัดเลย แต่อ่านลำบากนิดนึงเพราะมันย่อหน้าไม่ได้ แนะว่าถ้าจะย่อหน้าให้พิมพ์จุดลงไปแทนการกด TAB นะ

...........ภาพก็ดีได้บรรยากาศบ้านที่สร้างอยู่ในทะเลย วิถีชาวเล....(แน่ะนึกถึงสมัยเด็กๆ อีกคนแล้วเรา) และโทรศัพท์รับอารมณ์เป็นมุขทิ้งท้าย....

...........อยากแนะนำภาพเกาะหน่ะลองปรับแสงลงมาสัก 1 stop ดิ๊ เพื่ออยากให้มันเกลี่ยสีลงมาหน่อย เพราะดูแล้วแสงมันออกจ้ามากเกินไปหน่ะ.....ตัว s5000 ทำได้นะ.....เอ้า...สาวก s5000 มาช่วยกันหน่อยเร้ว..น้าศาลบาวแดงซุ่มนี่หว่า....

พะยายามเข้านะ

EOF

» EE43» กระทู้» รวมรูป» เนื้อหา บทความ» บทบรรณาธิการ» รายชื่อ» Mail ee43» หลวงตามหาบัว» วัดบุญญาวาส
Hosted by : Pawee, Developed by Zarawut EE 43