รูปภาพ ชื่อ - 00254 : ‡ความสุขที่ได้จากการค้นหา มิใช่จากการครอบครอง‡

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

‡ความสุขที่ได้จากการค้นหา มิใช่จากการครอบครอง‡

=========================================================================
เรื่อง/ภาพ : เอียท่อกลูกทุ่ง®
สถานที่ : เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน
=========================================================================

: ต๋าเปิ้นเป๋นดีใคร่หัว ต๋าตั๋วเป๋นดีใครไห้
: ความทุกข์ของคนอื่นเห็นเป็นเรื่องตลก แต่เกิดกับตัวกลับหัวเราะไม่ออก


ความคิดเห็นที่ 1

มัจฉามิตรชวนเที่ยว :

............วันหนึ่งในขณะที่ผมนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเก่าที่ทางบริษัทมอบหมายให้ผมรับผิดชอบใช้งานอยู่นั้น มีปรากฏสัญลักษณ์รูปซองจดหมายสีเหลืองเล็กๆ อยู่ที่หัวมุมด้านล่างขวามือบ่งบอกว่ามีจดหมายอีเล็คโทรนิคส์หรือที่เราๆ เรียกกันว่าอีเมล์นั่นเองถูกส่งมาจากใครสักคนนึง
.............ตาผมละมองไปที่ซองจดหมายเล็กๆ นั้นแต่ก็ยังไม่สามารถเปิดดูได้เพราะงานที่ยังค้างคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ คงแต่คิดในว่าต้องเป็นจดหมายจากลูกค้าคนอื่นๆ ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือเหมือนทุกๆ วันนั่นเอง
.............หลังจากที่ผมวางหูโทรศัพท์ลง ก็ย่อหน้าต่างของรายงานที่พิมพ์ค้างอยู่และเพ่งมองไปที่โปรแกรมจัดการอีเมล์ "Nonn Panitvong" "วะเฮ้ยไอ่นณณ์นี่หว่า" ผมเปล่งเสียงครางเบาๆ ออกมา นณณ์เพื่อนคนนึงที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานมานี้โดยการแนะนำของกุ๋ยเพื่อนซี้ นณณ์ที่เป็นนักเขียนนักอนุรักษ์และนักวิชาการอิสระที่มีความรู้อย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ต้นไม้ สัตว์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ปลาน้ำจืด" ผู้ที่หลงไหลและแทบจะพูดได้ว่า "บ้าคลั่ง" ก็เป็นได้
............จดหมายฉบับก่อนๆ หน้านี้เรามักคุยกันเรื่องสัพเพเหระกันเสียมาก แต่มาคราวนี้ใจความจากจดหมายฉบับนี้ทำให้ผมตาพองยิ่งนัก ไม่ใช่แค่นณณ์จะกล่าวตัดพ้อเรื่องบอกขออนุมัติที่ผ่านแล้วจากภรรยาสุดที่รักออกไปท่องเที่ยวสำรวจที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่นณณ์ยังชักชวนเพื่อนเหล่ามัจฉามิตรทั้งหลายให้ออกไปร่วมทริปด้วยกันโดยมุ่งหวังที่จะไปพบกับปลาผีเสื้อถ้ำ Cryptotola thamicola และปลาค้อตาบอดแม่ฮ่องสอน Schistura oedipus โดยเจ้าปลาผีเสื้อถ้ำนี้นณณ์เกริ่นว่าเท่าที่ทราบมายังไม่มีภาพถ่ายในธรรมชาติจากฝีมือคนไทยเลย แถมก่อนหน้านี้ยังมีทีม BBC จากอังกฤษเข้าไปทำสารคดีมาแล้วซึ่งคนไทยคงอดได้ดูได้เห็นเป็นบุญตาตามเคย เราคนไทยเจ้าของประเทศจะยอมได้ไง
...........เลือดคนไทยในร่างกายผมสูบฉีดอย่างรุนแรง จนต้องเร่งรีบอ่านจดหมายฉบับนี้ให้จบอย่างรวดเร็วโดยแทบจะจับใจความตอนอื่นๆ ไม่ได้เลย ผมตอบกลับจดหมายของนณณ์ทันที "ขอจองที่นั่ง 3 ที่สำหรับ ผม กุ๋ย และแนน สำหรับการร่วมทริปครั้งนี้" วันเวลากำหนดการต่างๆ นั้นยังไม่อาจเป็นจริงร้อยเปอร์เซนต์ได้เพราะนณณ์บอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ใกล้วันเดินทางนั่นแหล่ะถึงจะแจ้งอีกทีว่าแน่นอนแค่ไหน

.............วันเวลาผ่านไปซักระยะนึง จดหมายเกี่ยวกับการเที่ยวสำรวจทริปนี้ก็ถูกส่งมาใส่ในช่อง Inbox ของผมอีกครั้ง คงจะไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่มีเลือดคนไทยพลุ่งพล่าน ยังมีเหล่ามัจฉามิตรอีกหลายคนที่สนใจและต้องการที่จะไปร่วมกับทริปนี้ รถที่เราใช้สำหรับเดินทางมีแค่คันเดียวที่นั่งก็จำกัดที่เก็บสัมภาระก็คับแคบ ทำให้ผมและกุ๋ยหนักใจเรื่องจำนวนคนขึ้นมาและแน่นอนก็คงไม่ต่างกับนณณ์ด้วยเช่นกัน กุ๋ยและแนนเป็นกลุ่มแรกที่ตอบกลับจดหมายขอสละสิทธิ์ที่นั่ง กุ๋ยไม่อยู่แล้วผมก็ไม่สนุกหล่ะสิเพราะทุกครั้งที่เวลาเราเดินทางท่องเที่ยวไปสำรวจด้วยกันจะคอยเป็นคู่หู(ผู้ช่วย)ซึ่งกันและกันคอยแบ่งหน้าที่กัน ผมจึงจำต้องขอสละสิทธิ์และลืมความคาดหวังครั้งนี้ทิ้งไปเสียด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง
..............หลังจากที่ผมคลิ๊กปุ่ม "send" ส่งจดหมายตอบกลับไปแล้ว คำลงท้ายที่คิดแต่หวังดีใจและคอยลุ้นไปกับเพื่อนๆ ที่จะได้ไปผจญภัยกันให้พบแต่ความสนุกสนานสมหวังในสิ่งต้องการจะค้นพบ และเดินทางไปกลับปลอดภัยก็ไม่ได้คิดว่าจะมีการตอบกลับจากนณณ์หรือเพื่อนกลุ่มมัจฉามิตรอีกต่อไปในเรื่องนี้ และก็เป็นจริงอย่างที่คาดกล่องรับจดหมายผมว่างเปล่าจากมัจฉามิตรมาร่วมอาทิตย์
2005-05-03 17:37:33


ความคิดเห็นที่ 2

มีผิดหวัง มีสมหวัง และมีความโดดเดี่ยว :

.............สัญลักษณ์รูปซองจดหมายปรากฏที่หัวมุมล่างขวาของจอคอมพิวเตอร์ผมอีกแล้ว ไม่นานหรอกที่ผมจะต้องคลิ๊กมันขึ้นมาดูอย่างที่เคยๆ ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันใจความจดหมายก็เดิมๆ ไม่ต่างอะไรกับการร้องขอให้ช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่

.............. "เอก อี๊ เอ้ก เอ้ก............" เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างจอคอมพิวเตอร์ของผมดังขึ้น หน้าจอปรากฏตรงกลางว่า "Nonn"
.............."ท่อก เรื่องไปแม่ฮ่องสอนหน่ะ"
.............."เออ.....ทำไมหล่ะ?"
.............."กูว่านะ กูพาน้องๆ ที่มึงสละที่นั่งให้ไปไม่ได้หว่ะ"
.............."เพราะอะไรหล่ะวะ มึงมีอะไรก็พูดๆ มาเลย แฮ่...."
.............."การเดินทางมันค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะการเข้าถ้ำมันไม่ใช่ถ้ำเล็กๆ เข้าไปตื้นๆ อย่างที่เราๆ เคยไปกันหว่ะ มันไกลและค่อนข้างยากลำบาก ทุกคนที่ไปต้องรับผิดชอบตัวเองได้ อีกอย่างน้องมันยังใหม่ไปสำหรับเรื่องนี้มันอาจไม่รู้ใจกันกับเรา กูจะรับผิดชอบไม่ไหวหว่ะ ตัวกูเองก็ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า"
..............มันก็ถูกและก็จริงอย่างที่นณณ์ว่านอกจากเราต้องระมัดระวังรับผิดชอบตัวเองแล้วก็ยังต้องคอยดูคนอื่นๆ ด้วย ดูไปแล้วทริปนี้ก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยหากพูดถึงความเสี่ยง
.............."กูคิดว่าจะให้มึงกับไอ้กุ๋ยไปหว่ะ ตอนนี้ก็จะมีกู ไอ้พล พี่เอก ไอ้กุ๋ยแล้วก็มึงหน่ะ 5 คนนั่งพอดีๆ"

..............ผมอึ้งนิดๆ จะเพราะดีใจหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ไม่ได้พูดตอบโต้กลับกับนณณ์อะไรมาก ได้แต่ตอบตกลงแบบขัดๆ ร่วมทริปนี้อีกครั้งนึงแล้ววางหูโทรศัพท์ไป มันคงเป็นเพราะหลายๆ ครั้งที่เราเคยร่วมเดินทางด้วยกัน ผมและกุ๋ยได้แสดงถึงความบ้าบิ่น "บักอึด" ให้นณณ์ได้เห็นกระมัง นณณ์จึงกลับมาชวนเราร่วมทริปอีกครั้งนึง

..............สัญลักษณ์รูปซองจดหมายโผล่มาอีกแล้ว ผมเปิดอ่านทวนอยู่หลายรอบถึงแผนการที่นณณ์คิดขึ้นมา แล้วก็นั่งฝันหวานตื่นเต้นนับวันรอที่จะให้ถึงวันเดินทางให้มาถึงเสียเร็วๆ ผมนัดแนะกับกุ๋ยเกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ซึ่งเหมือนเคยในเรื่องการแบ่งหน้าที่และการเตรียมอุปกรณ์ในการเกื้อหนุนกันและกัน การเดินทางไกลต้องเอาของไปให้น้อยที่สุดแต่มีประสิทธิภาพที่สุด
..............แต่จู่ๆ เพื่อนซี้ผมก็โทรมาบอกข่าวร้ายก่อนวันเดินทาง 3 วันว่าติดงานสำคัญไม่อาจไปได้ เอาหล่ะสิ! ไอ้กุ๋ยทำผมห่อเหี่ยวใจซะแล้วถึงแม้มันจะบอกว่าไปได้หรือไม่ได้แน่ๆ อีกทีก่อนวันเดินทาง 1 วัน สุดท้ายแล้วผมก็ต้องโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนที่รู้ใจที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ในเมื่อวันสุดท้ายของคำตอบของกุ๋ยสรุปออกมาว่า "ขอให้พวกมึงเที่ยวกันให้สนุกๆ และเดินทางปลอดภัยนะ"


ความคิดเห็นที่ 3

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - To Be Continued - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ความคิดเห็นที่ 4

ให้ไวน้องท่อก....รออ่านอยู่อ่ะ

ปล. ถ้ามา update ต่อแล้ว ช่วยลบ ความคิดเห็นนี้ทิ้งด้วยน่ะ....จะได้ให้คนอื่นเขาอ่านกันอย่างไม่ขัดอารมณ์.....

ขอบใจล่วงหน้า ....


ความคิดเห็นที่ 5

ซื้อตั๋วด้วยคน งุงิงุงิ

ต่อย [ 2005-05-04 13:13:18 ]


ความคิดเห็นที่ 6

ตอนต่อไปให้ซื้อหนังสืออ่านเอานะฮะ...ลืมบอก ขอโทษด้วย /(^0^) แหะๆ
2005-05-04 13:24:08


ความคิดเห็นที่ 7

หมดกัน.....ทำให้อยากแล้วจากไปอีก..ซะงั้น.....

แล้วไอ้หนังสือที่จะให้ซื้ออ่านเนี้ย.....มันชื่อ...แซ่....อะไร หละครับ.....น้องท่อก


ความคิดเห็นที่ 8

อ่ะล้อเล่ง ล้อเล่ง.......

ไม่มีมุขมันก็ไม่สนุกสิครับ
เอาไว้วันศุกร์มาต่อแล้วกันครับพี่ ดูภาพและอ่านเรื่องจุใจแน่........


ความคิดเห็นที่ 9

ช้าจังว่ะ
รออยู่ๆๆ

อุ่น [ 2005-05-05 18:08:10 ]
thiraphat@bkk-oed.com


ความคิดเห็นที่ 10

ทำไมช่วงนี้มันเงียบๆ จังว่ะ

อุ่น [ 2005-05-05 18:11:43 ]
thiraphat@bkk-oed.com


ความคิดเห็นที่ 11

มานเปงภาษาไรอ่าลุงท่อก . . .ในภาพอ่า

maRnnoi [ 2005-05-05 22:47:16 ]


ความคิดเห็นที่ 12

ไอ้ #11 นี่ไม่ได้อ่านเลยสิ ถึงเดาไม่ออกเนี่ย.....

ใครช่วยตอบน้องเค้าทีดิ๊


ความคิดเห็นที่ 13

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - The Second - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
2005-05-06 10:31:05


ความคิดเห็นที่ 14

เมืองคองลี้ลับ :


..............และแล้ววันนี้ก็มาถึง......
..............เย็นวันเริ่มออกเดินทาง ในขณะที่ผมกำลังหงุดหงิดกับการกดโทรศัพท์ติดต่อกับนณณ์เพื่อเชคว่าตอนนี้เพื่อนๆ อยู่ไหนแล้ว เพราะมันเลยเวลาที่เรานัดกันไว้ที่ซอยอารีย์มาร่วมเป็นชั่วโมงแล้วจู่ๆ รถโฟร์วีลสีทองคันที่เคยคุ้นตาก็วิ่งผ่านหน้าไป....

.............."เฮ้ย...อะไรกันวะ มันไม่เห็นกูหรือไงวะเนี่ย?"
.............."แล้วโทรศัพท์กูเป็นอะไรไปอีกวะ ทำไม่มันโทรไม่ได้เนี่ย?"

..............ผมใจหายร้อนรนแล้วรีบทำการปิดและเปิดโทรศัพท์ทันทีเพราะแน่ใจว่าไม่โทรศัพท์ผมหรือไม่ก็เครือข่ายมีปัญหาแน่ ทันทีที่เครื่องโทรศัพท์พร้อมใช้งาน "Nonn" ก็ปรากฏที่กลางจอมือถือเสียงที่ได้คุยได้ฟังมา 2 - 3 วันก่อนหน้านี้ก็แจ้งให้ผมทราบว่าให้เปลี่ยนที่นัดพบกันอีกที่นึง ตอนนั้นนึกว่าจะถูกทิ้งให้อยู่ที่อารีย์เสียแล้ว แหม่...อุตส่าห์ลางานดั้งด้นมาถึงนี่แล้วนะนณณ์เอ้ย....

..............พี่เอก นณณ์ และพล เพื่อนทั้ง 3 คนเคยรู้จักและเคยร่วมทริปมาบ้างแล้ว ต้นเป็นตัวแทนของกุ๋ยและเป็นมนุษย์คนใหม่คนนึงที่ผมพึ่งจะรู้จักวันแรกในชีวิต ต้นอายุน้อยกว่าแต่การเป็นคนที่เข้าคนง่ายช่างถามและนอบน้อมของต้นก็ทำให้พวกเราเข้ากันและคุยกันอย่างสนุกสนานเมามันส์ในระหว่างนั่งรถยนต์ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

..............ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่รู้สึกง่วงเลยทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วก็มีเพียงแต่พลนั่นแหล่ะคงจะเหน็ดเหนื่อยจากการงานมาหลับบ้างตื้นบ้างลืมตาขึ้นมาคุยสนทนากันเป็นครั้งคราว นณณ์ขับรถยาวจากกรุงเทพฯ แบบไม่พักเลยและมุ่งมั่นว่าต้องไปให้ถึงเชียงใหม่ให้ได้ในคืนนี้ แต่ระยะทางมันช่างแสนไกลเหลือเกินและเวลาก็ล่วงเลยจนข้ามวันเราจึงตัดสินใจหยุดพักแรมกันที่ลำปางและแอบหวังกันว่าจะเดินตลาดเช้าลำปางในตอนรุ่งเช้าที่กำลังจะเข้ามา


ความคิดเห็นที่ 15

: ร้านข้าวแกงบุญทองพานิช 63 ตลาดอำเภอเชียงดาว

.............. "กุ่บกั่บ กุ่บกั่บ" รุ่งเช้าแล้ว..... ผมนอนฟังเสียงรถม้าลำปางวิ่งผ่านถนนข้างโรงแรมด้านติดกับห้องพักที่ผมนอนอยู่ ไม่นานนักผมก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวและรอเพื่อนที่อยู่อีกห้องนึงที่ดูเหมือนว่าจะตื่นทีหลังกว่ามาเคาะประตูเรียก

..............หลังจากเชคเอาท์แล้วเราก็ออกรถถามทางไปเรื่อยเพื่อจะให้ได้เจอกับตลาดเช้า... เราคงมาช้าไปหน่อยตลาดยังไม่วายหรอกแต่ที่จอดรถไม่มี เราขับรถวนไปเรื่อยๆ จนหมดความอดทนจึงมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่เลย อีกอย่างลำปางก็ไม่ได้อยู่ในแผนเสียด้วยสิ


ความคิดเห็นที่ 16

: ปลารากกล้วย Acantopsis thiemmethdi

..............ระหว่างทางผมทวนถามนณณ์เกี่ยวกับแผนการของเราอีกทีว่าเราจะไปไหนกันบ้างในวันนี้ นณณ์บอกว่าวันนี้เราจะสำรวจหาปลาปล้องทองปรีดี Schistura pridii ในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่กัน แต่ในระหว่างทางที่ผ่านนั้นก็อาจจะเจอกับซิวแม่แตง Devario maetangensis ในลำน้ำที่เราขับรถผ่านเป็นของแถม แล้วก็ตกบ่ายแก่ๆ ก็จะมุ่งหน้าสู่แม่ฮ่องสอน นณณ์พูดด้วยเสียงเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหวังกับการที่จะได้พบเจอปลาปล้องทองปรีดีตัวเป็นๆ ครั้งแรกในธรรมชาติที่ไม่ใช่จากรูปภาพจากคำบอกเล่าหรือตัวอย่างในขวดดองเอทานอลของเหล่านักวิชาการ


ความคิดเห็นที่ 17

: สะพานข้ามห้วยน้ำชุ่ม

..............ปลาปล้องทองปรีดี ปลาค้อที่ถูกตั้งชื่อโดยผู้ค้นพบพวกมันครั้งแรกโดยให้ชื่อไว้เป็นเกรียติแก่รัฐบุรุษอวุโสนามว่า "ปรีดี พนมยงค์" หัวหน้าขบวนการเสรีไทยลูกชาวนาที่มีบทบาทอย่างยิ่งในการอภิวัฒน์การปกครองของประเทศไทยแต่กลับกลายเป็นบุคคลที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีมากมายที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งสุดท้ายกลาย เป็นคนดีที่เมืองไทยไม่ต้องการ

..............ผู้ที่ค้นพบปลาชนิดนี้เปรียบเปรยว่าถึงแม้จะเป็นแค่ปลาตัวเล็กๆ ตัวนึงแต่ก็ยังมีกำลังแรงกายว่ายทวนน้ำ และไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อกระแสน้ำที่พัดผ่าน เปรียบเสมือนท่านปรีดีที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือปัญหาที่เกิดกับท่านทั้งสิ้น


ความคิดเห็นที่ 18

: ไร่นายพล

..............ผมนั่งเปิดหนังสือคู่มือปลาน้ำจืดของ ดร.เชาวลิต ที่มีอยู่เล่มเดียวในรถตอนนี้และพิจารณาปลาทั้งสองชนิดอย่างคร่าวๆ พยายามจดจำลักษณะพิเศษให้ได้
..............ซิวแม่แตงปลาซิวที่กุ๋ยบอกว่าเห็นครั้งแรกที่ตลาดนัดจตุจักรก็เกิดหลงรักขึ้นมาทันทีลำตัวเรียวขนาดย่อมสีส้มเหลืองปนกันไปดูคล้าปลาซิวใบไผ่แต่จุดเด่นสำคัญคือมีลายขีดขวางเล็กๆ ข้างลำตัวเป็นปลาซิวชนิดเดียวที่มีลายขวางเช่นนี้ผมพิจารณาไปมาแล้วเหมือนลูกผสมลักษณะพิเศษระหว่างซิวใบไผ่ตัวสีส้มเหลือง กับ ปลาน้ำหมึกที่มีลายขีดขวางลำตัวผสมกันนั่นเอง
..............ผมพลิกหนังสือหน้าถัดๆ ไปก็มาสะดุดกับปลาลำตัวกลมยาวเล็กสีขาวหนวดกระจิ๋วหลิว 3 คู่ที่ปลายปากมีลายสีน้ำตาลเข้มพาดไปมาเหมือนวัวนมตรงตาถูกคาดด้วยลายสีน้ำตาลเข้มเช่นกันดูแล้วเหมือนหัวโขมยหรือหมีแพนด้าอะไรซักอย่างดูแล้วมันน่ารักยิ่งนัก มันคือลักษณะของปล้องทองปรีดีนั่นเอง ก็เพราะมันเป็นปลาในวงศ์ของปลาค้อที่ผมหลงรักเป็นทุนอยู่แล้ว ผมก็เลยค่อนข้างจะสนใจและรู้สึกเป็นพิเศษกับเจ้านี่ยิ่งขึ้นไปอีกและหวังไว้อย่างแรงกล้าว่าในทริปนี้จะค้นพบมันให้เป็นคนแรกให้ได้


ความคิดเห็นที่ 19

: กระต๊อบพักเหนื่อยที่ไร่นายพลก่อนที่เราจะลงไปเจอคริปในห้วยน้ำชุ่ม

..............ใกล้ที่จะเข้าเขตอำเภอเชียงดาวแล้ว เวลาขับรถผ่านสะพานทีเราก็ชลอรถแล้วพยายามชะโงกดูลำน้ำที่อยู่ใต้สะพานว่าเป็นอย่างไรบ้าง นณณ์เลือกจอดรถ ณ.สะพานแห่งหนึ่งก่อนถึงตัวอำเภอเชียงดาวเจ้านณณ์มันค่อนข้างจะไวมากดับเครื่องยนต์ปุ๊ปสักพักมันก็ระเห็ดลงไปยืนตรงลำธารใต้สะพานแล้วในขณะที่พวกเราบางคนยังไม่ขยับก้นออกจากเบาะรถเลย ผมเดินลงตามไปติดๆ แต่แยกกันไปคนละทางกับนณณ์ มองลงไปในห้วงน้ำเล็กๆ เห็นปลากลุ่มนึง 2 - 3 ตัวจากด้านบนมีลายขีดขวางอยู่ คิดว่าต้องเป็นซิวแม่แตงแน่ๆ เพราะลายขวางค่อนข้างจะชัดเจน เจ้าต้นเดินลงมาสมทบกับผมพร้อมกับจ้วงสวิงไปในตำแหน่งที่ผมเห็นปลากลุ่มนั้น น้ำขุ่นขึ้นมาทันทีจากตะกอนที่มีค่อนข้างมาก ไม่ได้อะไรเลยนอกจากปลาจิ้งจกติดหินตัวน้อยกับปลากระทุงเหว ผมตะโกนถามนณณ์ "เจอหรือยังวะนณณ์?" ._ _ _ _ "เจอ.... แต่จับไม่ได้หว่ะ"

..............ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะจับซิวแม่แตงให้ได้ลำธารที่ทั้งแคบและมีแก่งหินไหนจะความขุ่นของตะกอนเมื่อเราเยื้องย่างและจ้วงสวิงแถมกับความไวอันเป็นเลิศของปลาซิวชนิดนี้เป็นกำลังอีก.....


ความคิดเห็นที่ 20

: อุทยานแห่งชาติเชียงดาว

..............ผมนึกในใจว่า "เฮ้ย.....จะมาเก่งกว่าลูกทุ่งอย่างเราได้ไงฟระ?" ผมคว้าสวิงสามเหลี่ยมลุยขึ้นไปทางต้นน้ำคนเดียว ตาก็จับจ้องมองไปทั่วทั้งบรรยากาศรอบข้างในน้ำก็พยามมองหาซิวแม่แตงและที่แอบหวังลึกๆ อีกนั่นแหล่ะก็คือปล้องทองปรีดีนั่นเอง

.............."แว๊ป!!!!" อะไรตัวขาวๆ ลายๆ มุดลงไปในทรายหน่ะ......"เฮ้ย...มันต้องเป็นปล้องทองปรีดีแน่เล้ย วะฮ่าๆ เจอคนแรกวุ้ย" ผมดีใจมาก่อนแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่สามารถจับเจ้าตัวที่มุดทรายลงไปเมื่อกี้ได้ผมจับจ้องตำแหน่งทรายที่ว่าและจ้วงสวิงลึกลงไปและหอบทั้งทรายขึ้นมามั่นใจว่าปลาตัวนั้นต้องติดมาด้วยแน่ๆ ทันทีที่ผมคัดทรายที่อยู่ในสวิงออกก็พบกับปลาหน้าแหลมหนวดจุ๋มจิ๋มตัวเรียวยาวสีขาวจุดลายดำสี่เหลี่ยมนเล็กขนาดหัวเข็มหมุดเรียงรายสลับตลอดตัว ผมยอมรับว่าผมไม่รู้ว่ามันเป็นปลาอะไรและไม่ใช่ปล้องทองปรีดีแน่ๆ


ความคิดเห็นที่ 21

: น้ำตกศรีสังวาลย์

.............. "เฮ้ย.....ไอ้นณณ์ กูได้แล้วโว้ย ปรีดีๆ ยะฮู้ ยะฮู้" ผมเดินกลับมาหานณณ์พร้อมประโยคโกหก
.............."อะโด่....รากกล้วยธรรมดา" แว๊ปเดียวเจ้านณณ์บอกกับผมโดยไม่ได้พิจารณาปลาชนิดนั้นที่อยู่ในสวิงผมอย่างถี่ถ้วนเท่าไหร่

..............โธ่.....เราก็นึกว่ามันแปลกใหม่อะไร "นี่หรือวะรากกล้วยที่เค้ามาทอดกินกัน หน้ามันเป็นอย่างนี้หรือวะ ไม่ใช่มั๊ง" ผมบ่นคนเดียว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยปลาตัวนี้มันมีความพิเศษทีเดียวมันเป็นปลารากกล้วย Acantopsis thiemmethdi ที่ค่อนข้างจะหาพบได้ยากมากซึ่งอาจจะเทียบเท่ากับเจ้าปล้องทองปรีดีก็ว่าได้ เพราะมันเป็นปลาเฉพาะถิ่นอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำไหลแรงมีความว่องไวและการหลบหลีกระวังภัยโดยการมุดทรายอย่างรวดเร็ว ผมรู้สึกปลาบปลื้มขึ้นมาทันทีเมื่อนณณ์พิจารณาปลาตัวนี้ใหม่กรอปกับได้โทรศัพท์คุยกับกุ๋ยซึ่งเคยสนใจเจ้าปลาชนิดนี้อยู่แล้วและยืนยันว่า "ผมโชคดี......." ฟลุ๊คจริงๆ


ความคิดเห็นที่ 22

: ต้นอ่อนที่กำลังเติบโตอยู่กลางน้ำตก

..............เราลุยหาซิวแม่แตงและปล้องทองปรีดีอยู่ซักพักได้โดยมีเจ้าต้นเป็นกำลังสำคัญในการจับปลา แต่ก็ว่างเปล่าสำหรับปลาสองชนิดนี้ ตอนนี้พวกเราทั้ง 5 สังสัยและมองหน้ากันว่าเราคงจะประมาณกำลังของซิวแม่แตงน้อยไป และก็ปล้องทองปรีดีที่คิดว่าน่าจะหาได้ง่ายๆ เพราะมาถึงถิ่นมันแล้วกับไม่เห็นแม้หนวดปลาหางปลา นณณ์บอกให้พวกเราถอยกลับขึ้นรถเพื่อไปต่อพร้อมกับโทรศัพท์ปรึกษาพี่หมี (อาจาร์ยชัยวุฒิ กรุดพันธ์) ผู้ที่ศึกษาปลาน้ำจืดอย่างจริงจังและเเป็นผู้ที่รู้จักกับปลาน้ำจืดมากที่สุดคนนึงของไทย พี่หมีบอกกับพวกเราว่าให้ลองไปหาแถว "เมืองคอง" ดูก็น่าจะมีแล้ว
..............คำถามคือ "เมืองคองอยู่ตรงไหนของอำเภอเชียงดาว?" เรามิอาจที่จะปากหนักถามไถ่กับแม่ค้าร้าน"บุญทองพานิช 63" ว่า "เมืองคองไปทางไหนครับ?" หลังจากแวะทานข้าวเมื้อเช้าที่รวมกับมื้อกลางวันที่นี่กับข้าวที่นี่อร่อยมากแม่ค้าก็เป็นกันเองและได้รับความช่วยเหลือเรื่องหนทางเป็นอย่างดี เราเก็บคำเฉลยแล้วรีบเดินทางกันต่


ความคิดเห็นที่ 23

: ดอกหญ้าที่ลอยมาตกอยู่บริเวณกลางน้ำตก

..............พวกเราออกรถมาไกลกันพอสมควรจนรู้สึกไม่แน่ใจแล้วว่ามาถูกทางหรือเปล่าจึงแวะเพลิงขายของข้างทางถามทางต่อไป ปรากฏว่าเราเลยทางเข้าที่จะไปเมืองคองมาไกลโขแล้ว ผมลองบวกระยะทางจากปากทางที่จะไปเมืองคองกับระยะทางที่เลยมาแล้วก็ราวๆ ประมาณสี่สิบกว่ากิโลเมตรได้ซึ่งคิดดูแล้วก็ไม่น่าไกลเท่าไร พวกเราก็จึงลงมติว่าไหนๆ ก็เลยมาแล้วลองเลยไปที่อุทยานแห่งชาติเชียงดาวแล้วกันระยะทางของอุทยานอยู่ห่างจากตำแหน่งที่เราอยู่กันตรงนี้ไม่กี่กิโลเมตรที่นั่นมีน้ำตกศรีสังวาลย์อยู่อาจจะเจอปล้องทองปรีดีก็ได้


ความคิดเห็นที่ 24

: เฟรินกำลังเลื้อยบนต้นไม้ที่ตายแล้ว(กูจะบรรยายทำไมวะ)

..............ระหว่างทางก็ไม่วายที่จะจอดรถลงสำรวจลำธาร ห้วยน้ำชุ่มลำน้ำที่ไหลผ่านขนานติดกับ"ไร่นายพล" ไร่ของคนถิ่นที่มีชื่อพ้องกับเพื่อนของเราคนนึง ความพยายามของต้นสำเร็จเมื่อสามารถจับซิวแม่แตงขึ้นมาได้พวกเราดีใจกันเป็นพอพิธีเพราะเพิ่งเห็นมันมาหยกๆ เมื่อตอนสายที่ผ่านมานี่เอง ตรงกลางลำห้วยที่น้ำตื้นเราพบกับคลิปบาเลนเซ่ Cryptocoryne crispatula var. balansae ไม้น้ำใบเรียวสยายเขียวแกมน้ำตาลเป็นลอนละเอียดปลิวลู่ไปตามความแรงของน้ำ พลค่อนข้างสนใจคลิปมากเป็นพิเศษยืนถ่ายรูปและพิจารณาอยู่จนนาน จนนณณ์เจ้าเก่ากำชับให้พวกเราว่าไปได้แล้วเมื่อเห็นท่าว่าไม่มีปล้องทองปรีดี


ความคิดเห็นที่ 25

: สาปเสือ

..............พอมาถึงที่น้ำตกศรีสังวาลย์ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันหาปลาทันที ผมเดินแยกลงไปด้านล่างน้ำตกพร้อมเปลี่ยนชุดลงดำน้ำ นณณ์ขึ้นไปด้านบน พี่เอกและต้นสำรวจปลาอยู่แถววังน้ำใหญ่ด้านหน้าพลก็ทำหน้าที่ที่ถนัดของเขาคือเก็บภาพบรรยากาศของน้ำตกหินปูน ดูเหมือนว่าเป้าหมายของเราไม่ได้อาศัยอยู่แถวนี้แน่
..............สิ่งที่ผมพบเห็นคือแสงอ่อนๆ ของแดดยามบ่ายที่ส่องทะลุผ่านกิ่งไม้ใบไม้เบื้องบนตกกระทบสู่ใบของต้นเล็กต้นน้อยเบื้องล่าง ผมจึงละจากการขวนขวายหาปล้องอ้อยมาสนใจกับต้นไม้รอบๆ ตัวแทน ตรงนั้นตรงกลางลำน้ำมีต้นไม้เล็กๆ กำลังต่อสู้งอกเงยชูใบอ่อนรับแสงแดดมันคงเกิดจากลูกหญ้าที่ปลิวมาจากไหนซักแห่งนึงเป็นแน่ ตรงชายน้ำนั้นผมพบกับดงสาปเสือที่แสนจะชุมและสมบูรณ์ใบของมันที่ผมมักจะมองหามาขยี้และทากับกระจกของแว่นดำน้ำเพื่อป้องกันฝ้าทุกๆ ครั้งที่ผมออกท่องเที่ยวและลงดำน้ำ ที่ตรงต้นไม้เก่าล้มลงมีมอสชนิดนึงกำลังเลื้อยคลุมอยู่ ถัดไปด้านบนขึ้นไปอีกจะพบกับว่านค้างคาวดำขึ้นอยู่มากมาย


ความคิดเห็นที่ 26

: หนทางสู่เมืองคอง

..............เมืองคองคงจะเป็นที่สุดท้ายกระมังที่เรายังหวังว่าจะพบกับปล้องทองปรีดี

.............. "ปรีดี ปรีดี ปรีดี" เสียงร้องตะโกนปลุกใจจากนณณ์ระดมให้พวกเราที่กำลังเซ็งกับการผิดหวังฮึดขึ้นมาอีก
.............."เอาถึงไหนก็ถึงกัน มึงไหว กูก็ไหว ไม่เจอไม่กลับ" ทุกคนช่วยกันร้องตะโกนประสานเสียง ปรีดี ปรีดี ปรีดี อยู่ในรถโฟวีลด์คันสีทองที่กำลังวิ่งเลาะเลี้ยวผ่านโค้งนับต่อนับมุ่งหน้าไปยังตำบลเล็กๆ ที่ชื่อว่า "เมืองคอง" ระหว่างทางที่ดูไม่ไกลเมื่อวิ่งทางราบแต่กลับไกลโขเมื่อต้องวิ่งคดเคี้ยวเลี้ยวเลาะไปตามไหล่เขาชวนให้ลำไส้ที่อยู่ในท้องบิดไปมายิ่งนักจนผมทนไม่ไหวต้องออกอุบายให้นณณ์จอดรถตรงแหล่งน้ำข้างทางที่ขนานไปกับเส้นทางแห่งนี้ว่าให้ทดลองลงไปดูกันก่อนถ้าเจอปล้องทองปรีดีเราก็ไม่จำเป็นต้องไปให้สุดหมายปลายทาง


ความคิดเห็นที่ 27

: ดอยเชียงดาวอยู่ข้างหน้าเรานี่เอง

..............ผลก็คือผิดหวังเช่นเดิมแต่สิ่งที่ทำให้เติมเต็มในการหยุดรถครั้งนี้คือเราพบกับ"หญ้าถอดปล้อง"
Equisetum debile Rixb. ex Vauch หรือที่ทางชาวเขาเรียกว่า แยปอ เป็นพืชล้มลุกกลุ่มเฟรินโบราณลำต้นที่เป็นปล้องที่มีลักษณะคล้ายกับใบสน ข้างในกลวงยกเว้นข้อ ชาวบ้านชาวเขารู้จักมันดีว่าเป็นสมุนไพรชั้นเลิศในการช่วยบำรุงไตและการขับปัสสาวะ ประโยชน์อื่นนอกจากนำมาประดับประดาตามแจกันแล้วยังสามารถนำมาทำเครื่องถักงานหัตถกรรมได้อีกด้วยนะ


ความคิดเห็นที่ 28

: ทิวสนสามใบที่พบระหว่างทาง

..............ผมรู้สึกดีขึ้นมากจากอาการลำไส้บิดตัวเมื่อหยุดถามทางไปเรื่อยถูกบ้างผิดบ้างที่สุดท้ายที่เราจอดถามเป็นหมู่บ้านชาวบ้านบนเขาแห่งนึง นณณ์เอารูปปลาปล้องทองปรีดีให้กับชาวบ้านดูยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าต้องมีแน่ๆ ที่เมืองคอง ก่อนจะจากออกมาชาวบ้านที่นั่นยังอวดปลาที่เค้าจับไว้มาประกอบอาหารเย็นให้เราดู ผมถึงกับตะลึง!!!!.........เค้ากินไปได้ยังไงเนี่ย? ปลาพวกนี้น่าตาน่ารักเป็นมิตรทั้งนั้นเลย ปล้าค้อ ปลาเลียหิน ปลาผีเสื้อปลาน้ำไหลที่ผมหลงรัก แต่ก็นั่นแหล่ะนี่คือวิถีของชาวบ้านที่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติ น้ำและปลาในลำธาร เลี้ยงหมูเพ็กและควายไว้กิน และอีกส่วนนึงก็ไว้ใช้งานแทนแรงงานที่เครื่องมือการเกษตรสมัยใหม่ไม่อาจเข้าถึงได้


ความคิดเห็นที่ 29

: แมลงกำลังป้วนเปี้ยนหาอาหารจากดอกไม้

.............. ปรีดี ปรีดี ปรีดี ปรีดี ปรีดี พวกเราช่วยกันปลุกใจกันอีกครั้งนึง


ความคิดเห็นที่ 30

: หญ้าถอดปล้อง

..............รถโฟวีลด์คันสีทองจอดอีกครั้งนึงตรงหัวสะพานที่บ้านเมืองคอง บรรยากาศยามเย็นเริ่มคลืบคลานเข้ามาแล้ว ทุกคนลงจากรถและช่วยกันอย่างเต็มที่ ผมและพลยังชื่นชมกับธรรมชาติ ณ ตำบลเล็กๆ แห่งนี้อยู่ เมืองที่อยู่ห่างไกลลิบลับจากเมืองใหญ่ไกลจากความเจริญทันสมัย ซ่อนความงดงาม ความบริสุทธิ์ของผืนดิน ผืนน้ำ จนมิอาจทำให้นึกถึงคำว่า "เมืองลับแล" ได้

.............."เราจะมีโอกาสมากันอีกมั๊ยเนี่ย?" สิ้นประโยคคำถามที่คิดขึ้นในใจผมรีบรุดลงไปช่วยเพื่อนทั้งสามในมือถือหนังสือภาพปลาลงไปด้วยเพื่อหวังไปถามกับชาวบ้านที่ทำกิจกรรมอยู่ริมน้ำ ชาวบ้านคนนึงชี้ให้พวกเราดูว่าปล้องทองปรีดีอยู่แถวๆ บริเวณไหน พวกเราจึงมุ่งหมายไปยังลำแม่คองด้านล่างสะพานใต้ฝายทดน้ำ เวลาก็ดำเนินไปเรื่อยๆ


ความคิดเห็นที่ 31

: สภาพบ้านของชาวบ้านกลุ่มนึงระหว่างทางไปเมืองคอง

..............สิ่งที่พบใต้น้ำไม่ว่าจะจ้วงสวิงกี่ทีต่อกี่ทีจากมือของกลุ่มผู้แสวงหา หรือแม้ผมจะลงทุนดำลงไปในน้ำที่แสงใกล้จะหมดเต็มทีแล้วก็ตามก็ยังไม่เห็นวี่แววของปล้องทองปรีดีเลย
..............พลลงมาสมทบอีกคนนึงต่างคนต่างช่วยกันคนละไม้ละมือที่พบก็จะมีแต่ปลาค้อลายดวง Schitura spilota ที่รู้ทั้งรู้ว่าเป็นปลาเฉพาะถิ่นเช่นกันแต่ก็ไม่รู้สึกดีใจอะไรมากมายเพราะสิ่งที่เราค้นหาอยู่จริงๆ นั้นเลือนลางเสียเหลือเกิน และอีกกี่ครั้งที่ผมพยายามยกอวนก็เจอแต่ปลาน้ำหมึก Opsarius puichellus กับปลาซิวในทุกๆ ครั้งไป


ความคิดเห็นที่ 32

: ควายที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในคอก

..............นณณ์กับพี่เอกเดินลากสวิงอย่างเซ็งอารมณ์ลงไปด้านล่างอีกของลำน้ำไปยังแก่งตื้นๆ หินก้อนเล็กเป็นแนวกว้าง......ตอนนั้นนณณ์คงไม่หวังอะไรแล้วกับปล้องทองปรีดี จ้วงสวิงและเขี่ยหินก้อนเล็กและกรวดจำนวนมากลงไปในสวิงแบบเนือยๆ


ความคิดเห็นที่ 33

: หมูเพ็กตัวนี้คาดว่าน่าจะเป็นแม่พันธุ์

.............. เฮ้ย....เฮ้ย....เฮ้ย...เฮ้ย....
.........วู้....ยะฮู้....วู้....เย้ เย้ เย้ เสียงร้องลั่นของนณณ์ตะโกนก้อง ชูมือต่อยหมัดไปในอากาศ ดีใจอย่างลิงโลดสุดขีด

.............."ปรีดีหรือวะ?" ผมมั่นใจว่านณณ์ต้องได้เป้าหมายสุดยอดอยู่ในสวิงแน่ๆ จึงรีบรุดเดินไปหาพร้อมกับต้นและพลทันที ใช่แล้วมันคือปล้องทองปรีดีที่เราตามหากันมาทั้งวันนั่นเอง ลำตัวที่ค่อนข้างเล็กยาวไม่เกิน 3.5 เซนติเมตรนี่แหล่ะขนาดคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราพบหามันได้ยากยิ่งนักซึ่งก่อนแสงสุดท้ายของวันจะหมดไป ผมก้มลงกราบลำน้ำแม่คองและอธิฐานว่าอยากจับได้ปลาชนิดนี้บ้างเพราะต้องการเพิ่มจำนวนอีกซักตัวนึงเพิ่มจากตัวที่สองที่นณณ์เจ้าเก่าจับได้อีก นณณ์ยื่นสวิงในมือให้ผม ผมบรรจงปักสวิงลงไปใต้กรวดและขุดคุ้ยก้อนหินก้อนกรวดให้ไหลเข้าไปในสวิง.....


ความคิดเห็นที่ 34

: คุณยายกำลังถักอุปกรณ์จับสัตว์น้ำโดยมีหลายเชียร์อยู่ด้านหลัง

.............. เฮ้ย....เฮ้ย....เฮ้ย...เฮ้ย....เจอแล้ว...ปรีดี ปรีดี ปรีดี
..............ถึงคราวที่ผมต้องดีใจสุดตัวอย่างเริงร่าบ้างแล้ว ความรู้สึกผมตอนนั้นคงไม่ต่างอะไรกับนณณ์เลยเพียงแต่ว่าเกิดขึ้นที่หลังเท่านั้นเอง และแล้วแสงสุดท้ายของวันก็หมดไปเราหาปล้องทองปรีดีเพิ่มไม่ได้อีกเลย จึงจำใจต้องเก็บข้าวของล้างตัวลาจากเมืองคองและมุ่งสู่ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป


ความคิดเห็นที่ 35

: อาหารเย็นของชาวบ้านหาได้จากแหล่งน้ำใกล้ๆ

..............พวกเราสุขสมหวังกับเป้าหมายไปหนึ่งแล้ว คุยหยอกล้อและพูดถึงความสุขล้นที่เพิ่งผ่านพ้นมา ขณะเดินทางย้อนกลับ พี่เอกและต้นเสนอให้พวกเราลองเดินสำรวจกลางคืนตรงลำธารที่เราเจอกับหญ้าถอดปล้องเพราะช่วงหัวค่ำนี้เองสัตว์เลื้อยคลานจะทยอยออกหากินกันและเผื่อจะเจอดีได้เห็นกับสัตว์เฉพาะถิ่นแถวนี้
..............นณณ์ให้เวลาพวกเราครึ่งชั่วโมงเพราะคำนวณหนทางที่จะไปสู่ปางมะผ้าช่างไกลเหลือเกินบวกกับคำเล่าอ้างถึงโค้งมากมายเป็นพันโค้งที่ดูแล้วจะเป็นอุปสรรคพอสมควรกับการขับรถในยามค่ำคืนของนณณ์(ไม่ใช่แค่นณณ์หรอก ลำไส้ของผมด้วย)


ความคิดเห็นที่ 36

: บรรยากาศที่หมู่บ้านเมืองคอง

..............เสียงกบเขียดร้องระงม พี่เอกค่อนข้างจะเชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลานและคอยให้ความรู้กับน้องๆ โดยเฉพาะพลรู้สึกตื่นเต้นและประทับใจมากเพราะพลไม่เคยเดินสำรวจกลางคืนมาก่อนเลย

..............กบอ๋องเล็กเจ้าเก่าที่เราเจอกันทุกๆ ภาคของประเทศชูคอกันหน้าสลอน พวกเราสังเกตตามริมน้ำว่ามีปลาซิวแม่เตงนอนนิ่งอยู่ ต้นลองช้อนสวิงจับดูปรากฏว่าง่ายดายมากผิดกับตอนกลางวันที่ค่อนข้างยากที่จะได้ตัวเจ้าพวกนี้นัก ผมลองบ้างแต่ในมือไม่มีสวิงเลย......."เอ้า....!!! มือเปล่าเนี่ยแหล่ะ ".............ไม่อยากเชื่อเลยผมช้อนซิวแม่แตงด้วยมือเปล่ามือเดียวได้หลายตัวทีเดียว


ความคิดเห็นที่ 37

: สะพานข้ามแม่น้ำคอง

..............หมดเวลาของการสำรวจกลางคืนของวันนี้แล้ว แต่ของดีที่ซ่อนไว้ในเมืองคองยังไม่หมดเสียทีเดียว ขณะที่รถโฟวีลด์สีทองเคลื่อนที่ไปงูตัวยาวร่วมเมตรสีเทาเลื้อยตัดผ่านหน้ารถอย่างรวดเร็ว

.............. " งู " พี่เอกตะโกนเสียงดังปานเป็นสัญญาณบอกให้นณณ์หยุดรถแบบกระทันหัน พี่เอกเปิดประตูอย่างรวดเร็วตามมาด้วยผมที่มือกำไฟฉายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว "โดนเหยียบแล้วแน่ๆ เลย แต่ตัวหายไปไหน?" พี่เอกบ่นพึมพำ ตอนนั้นมันช่างรวดเร็วมากผมสังเกตเห็นสัญชาตญาณของพี่เอกในการสอดส่องแสงไฟและสายตาอันแหลมคมในการควานหางูที่เราคิดว่าเหยียบไปแล้ว


ความคิดเห็นที่ 38

: ทิวทัศน์อีกฟากนึงของสะพาน

..............การทำงานเป็นจังหวะของสัญชาตญาณพี่เอกมีประสิทธิภาพมากจนผมต้องทึ่งเมื่อพี่เอกร้องว่า "เจองูแล้ว" งูลำตัวยาวที่มีชื่อสามัญว่า "แส้หางม้า Boiga cynodon " หรือที่ฝรั่งตั้งชื่อเมื่อแปลเป็นไทยแล้วว่า "ฟันหมา - ตาแมว" นอนนิ่งสงบอยู่ใต้ต้นหญ้าข้างทาง "ปลอดภัยดีไม่ได้เหยียบ" พี่เอกกล่าวให้เราโล่งใจว่าไม่ได้ทำบาปโดยไม่เจตนา
..............งูแส้หางม้าที่พบส่วนใหญ่นั้นจะเป็นลำตัวสีน้ำตาลอ่อนและมีลายพาดสีดำยาวตลอดลำตัวมีเส้นพาดจากหลังตาไปถึงฐานของขากรรไกร เป็นงูพิษอ่อนเขี้ยวหลังที่อันตรายแต่ก็ยังไม่มีรายงานว่ามีคนตายจากการถูกงูชนิดนี้กัด คงจะเป็นเพราะความตาถั่วของมันกระมังที่ทำให้การฉกของมันไม่แม่นยำ พี่เอกบอกว่าไม่ธรรมดานะเนี่ยตัวนี้มีสีเทา Boiga ocellata ตัวเป็นๆ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน.... และนี่ก็คือความวิเศษอีกครั้งนึงสำหรับเมืองคอง


ความคิดเห็นที่ 39

: ปลาค้อปล้องทองปรีดี

..............หนทางร่วมเกินร้อยกิโลเมตรบวกกับโค้งที่มากมายจนนับไม่ถ้วนยิ่งทำให้มันดูไกลนักสำหรับการไปให้ถึงเคฟลอด์จ(Cave Lodge)ในอำเภอปางมะผ้า ที่พักที่เราหมายมั่นไว้สำหรับค่ำคืนนี้
..............ลำไส้ผมเริ่มบิดไปมาอีกแล้ว ผมหลับตาและพยายามหลับลึกให้ได้เพื่อหลีกเลี่ยงกับอาการที่ไม่พึงประสงค์............ผมลืมตามาอีกครั้งนึงเมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนแสนดีที่ทำหน้าที่ขับรถว่าน้ำมันใกล้จะหมด
นณณ์ผู้เป็นเจ้าของรถกล่าวบอกถึงความไม่ไว้ใจกับเกย์น้ำมันของโฟวีลด์สีทอง ผมมองหลักกิโลเมตรที่ไฟของรถฉายไปโดนปรากฏตัวเลขบอกว่าไม่อีกกี่กิโลข้างหน้าก็จะถึงอำเภอปายแล้ว

.............."ข้างหน้ามันจะมีปั๊มมั๊ยวะ?"
.............."แต่ข้างหน้าเป็นอำเภอนี่หว่าน่าจะมีปั๊มนะ"
.............."เออแล้วมึงขับไหวมั๊ยหล่ะไอ้นณณ์?"


ความคิดเห็นที่ 40

: งูแส้หางม้า หรือฉายา ฟันหมา - ตาแมว

..............ราวเที่ยงคืนกว่าได้พวกเรามาถึงปายและพบกับปั๊มน้ำมัน แต่......ปั๊มปิดเที่ยงคืนตามนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาลไทยจะเปิดอีกทีก็ 6 โมงเช้า พวกเราจึงเหมือนถูกบังคับให้หยุดพักกันที่ปาย โดยได้รับความช่วยเหลือของน้องสาวน่ารักคนนึงที่ร้านข้าวต้มในการช่วยหาที่พักถูกๆ

..............พวกเราแยกย้ายกันเข้าห้องพักในขณะที่ยังประทับใจกับรอยยิ้มและน้ำใจของสาวน้อยอยู่ผมปิดตาลงอีกครั้งและหลับลึกลงห้วงแห่งความฝันอย่างรวดเร็ว


ความคิดเห็นที่ 41

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - To be continued - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
2005-05-06 14:45:37


ความคิดเห็นที่ 42

นี่เป็นภาพซิวแม่แตง ถ่ายมาได้ขี้เหล่มาก แต่อยากให้ดูเพราะในเนื้อเรื่องบ่นนักบ่นหนาว่าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ขอรับ...

ติดตามต่อกระทู้หน้านะขอรับ


ความคิดเห็นที่ 43

มาแล้ว มาแล้ว....น้องท่อก....เล่มใหม่....ว่าแผงแล้ว....

มาอ่านกันเร็ว....


ความคิดเห็นที่ 44

ท่อกเอ๋ยท่อกโย่ ขออะไรซักสองอย่างได้เปล่าวะ?

1. ขอให้เว้นวรรคเยอะๆหน่อย เพราะอ่านด้วย FireFox ลำบากอ่ะ
2. ขอให้ลงรูปให้ตรงกับเนื้อหาอ่ะ

แตร๊งคิ้ว ล่วงหน้าอ่ะ

ต่อย [ 2005-05-06 20:43:12 ]


ความคิดเห็นที่ 45

เห็นด้วยกับ#44 ด้วยว่ะ
แต่ขอชมว่า อ่านแล้ววางไม่ลงเลยว่ะ

อุ่น [ 2005-05-08 11:49:54 ]


ความคิดเห็นที่ 46

คุณทร่อกครับ
ตัวหนังสือเยอะว่ะ................อ่านซะมึนเลย
คราวหน้าแนบคำบรรยายภาพ สั้น-สั้น
ไว้ด้วยก็ดีนะจ๊ะ
เห็นใจหนูเหอะ

กัมพล [ 2005-05-09 07:20:18 ]


ความคิดเห็นที่ 47

ขอเจือกตอบแทนไอ้ลุงท่อกมันหน่อยนะ...

ครือ ว่า...
เรื่องนี้น่ะ ลุงท่อก เขียนเป็นบทความการสำรวจเพื่อลงหนังสือครับพ้ม...
เนื้อหาเลยจำเป็นต้องเน้นรายละเอียดเยอะๆ แน่นๆ หน่อยนะครับ..

ส่วนข้อฉอง ที่ ลุงต่อยหอย ขอร้องงงงงน่ะ... ให้มันมาตอบเองละกันวุ๊ย..

หวังว่า คงเข้าใจ ไอ้"ว่าที่นักเขียนเด็กแนว" คนนี้มันนะวุ๊ย
^.^ หุๆๆ

เด็กชายกุ๋ย [ 2005-05-09 08:49:01 ]


ความคิดเห็นที่ 48

เอาเป็นว่าจะพยายามปรับปรุงให้ดีกว่านี้แล้วกันขอรับ....

ของบางอย่างมันก็มีเหตุมีผลเหมือนกันนะ...ถ้าคุณเล่นด้วย "ใจ" แล้วก็จะรู้เอง
2005-05-09 14:15:02

EOF



EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43 : ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com