###ไปมาแล้วครับ Fujisan###ก็อยาก จะไปทริบก่อน ที่กลับบ้าน นะครับ
ก่อนไป ก็ ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยครับ
ไปทำงานเมื่อตอนเสาร์แต่เข้าบ่ายๆสักหน่อย
เพราะเมื่อวานซืนมีเลี้ยงส่งกลับนิดหน่อย
ทำให้เมาพอเป็นกระสัยยาอ่อนๆ
ก่อนจะกลับก็คุยเล่นๆ กลับ คนญี่ปุ่น ว่าจะไปปีนเขากัน
เราก็นึกว่า ชวนคุยเล่นๆ แต่ท่านดันเอาจริงๆ ครับ
ในเมื่อนาย จริงมา เรามีหรือจะกล้าปฏิเสธ
วันนั้น พี่แกให้เลือก ว่าจะไปเส้นไหน
ผมก็นั่งเชคจาก เวปเชคไปเชคมา
ก็คิดในใจไปทั้งที่ครั้งหนึ่งชีวิตของลูกผู้ชาย
จะไปทั้งที่ มันก็ต้องให้สมกับเป็นลูกหลานพระเจ้าตากสินสักหน่อย
ก็บอกแกไป ว่า เอาทางที่มันง่ายทีสุด ผมพูดตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้
พลันนึกในใจ ถ้า ฮ. มันขึ้นไปได้และจ่ายเงินไม่มาก ผมก็ขึ้น ฮ.ไปแล้ว
เรื่องเที่ยวกับความลำบากมันขนานกันกับผมเหมือนเส้นทางคู่ขนานลอยฟ้ายังไงยังงั้นเลย
ผมก็เห็นแกดูแผนที่ ชั่วครู่และก็ครุ่นคิดสักพัก
แกก็บอกกับผมว่าเราจะไป เส้นทาง Fuji Azami line กัน
พร้อมๆ กับ ชึ้แสดงเส้นทางในแผนที่ให้ดู ....ผมก็ เออ ออ ห่อหมกไปตามเรื่อง
จะไปเส้นไหนก็ ได้ขอให้เห็นทะเลหมอกสักครั้ง
ในชีวิตที่ขนาดภูกระดึง หรือ ดอยอินทนนท์ ยังไม่เคย มีโอกาสที่แม้แต่จะได้ต้อนรับผม
(ทั้งๆที่เมืองไทยมันก็มี ไม่ต้องไปไกลหร้อก)
แต่อย่างว่าแหละครับ ความลำบาก กับเรื่องเที่ยว สำหรับผมแล้ว
ถ้ามันเป็นเหมือนกิ่งทองกับใบหยก แล้วไซร้
ก็คงไม่มีเส้นทางคู่ขนานลอยฟ้า ให้คนไทยได้ใช้งานเด็ดขาด
ในระหว่างทางที่ไป แกก็เชคจาก Navi บนรถอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
Navi ของ ญี่ปุ่น สำหรับผม แล้วดูกี่ครั้ง นี่มันคงไม่ต่างจาก
เครื่องควบคุมความประพฤติ สามี ที่ออกนอกลู่นอกทางจริงๆ
ถ้า ในอนาคต มีใคร Apply ไปใช้งานผิดประเภท ที่เมืองไทยละก็
ผมนี่ไม่อยากจะคิดเลย ทีเดียวว่าสังคมของกระทาชายทั้งหลาย
คงขาดน้ำหล่อเลี้ยง ความสุขไปทั้งชีวิตอย่างแน่นอน
แต่ช่างบังเอิญ เหลือเกิน ที่ผมไม่ได้เป็นคนนิสัยแบบนั้น...
ในระหว่างการเดินทางก็มี Hanabi มาเรื่อยๆนะครับแทบทุกที่เลย
ซึ่งผมก็เคย ไปดูมาแล้ว เมื่อปีที่แล้ว ขอบอกว่าแจ๋มมาก
แต่มันจะไม่มีโอกาส ที่ผมจะได้นั่งยลโฉม พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆกับเพื่อนๆ
ได้เป็นครั้งที่สองอย่างจริงแท้แน่นอน เพราะ คนเยอะมากๆ และร้อนมากๆ ด้วย
นี่ถ้า ไม่ติดว่า ไม่เคยไปดูนะ ไม่ยอมไปเด็ดขาด ให้ตายเถอะ โรบิ้น
........แต่ไม่น่าเชื่อ ที่ผมได้ มีโอกาสได้เห็นอีกครั้ง หรือว่านี่คงเป็นสวรรค์ลิขิต
เพียงแต่ แทนที่ผมจะได้จิบเบียร์เย็นๆ เพื่อเป็นกระสัยยา ก็เปลี่ยนมาเป็น
ได้รับแอร์เย็นๆ ที่ความสดชื่น ซึ่งก็คงไม่ต่างกับแอร์มากนัก
แทนที่จะนั่งกับเพื่อนหลายๆคน ก็ตั้ง มานั่ง กับ เพื่อน ญี่ปุ่น 2 ต่อ 2
ซึ่งพฤติกรรม ไม่ค่อย น่าใว้ใจเลย ตอน มาววว
แต่ เกิด มาทำอะไรตอนไม่มาว นี่ ผมสู้จริงๆ นะจะบอกให้
ความบริสุทธิ์ ของ ผม จะต้องถูกทำลายโดยเพศตรงข้ามกับผมเท่านั้น
ผมจะไม่ยอม เปลี่ยนความตั้งใจเด็ดขาด
ผมก็ดูไปเรื่อย ส่วน คนญี่ปุ่น แก ก็ถาม ผม อยู่นั้นแหละ
ว่าจะ low way หรือ highway
ผมก็ตอบไปแบบ ไม่ต้อง คิดเลย ครับ low way
แต่แกก็ถามย้ำนักย้ำหนา อยู่นั้นแหละ
เรารึจะช่วยนายประหยัด เงิน น่ะ ยิ่งตอนนี้ ราคาน้ำมัน สูงๆ อยู่ด้วย
ถึงแม้ว่านายร่ำรวย แต่ อะไร ที่ประหยัดได้ ก็ดี ....ผมคิดอยู่ในใจ
ตอนตอบก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าใกล้ ดึกๆ น่าจะถูกเพราะรถไม่ค่อยมี
และเราก็ไม่ต้องเสียค่าทางด่วน อีกด้วย
ถูกเต็มๆ อยู่ 1 ข้อ คือรถไม่ค่อยมี แต่ถูกหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ
ที่ไม่ค่อยมีไม่ใช่อะไร คิดว่าไม่มีใครเขาใช้งานกันมากกว่าครับ
เพราะหนทางที่เราเดินทางไป นี่ ถ้าใครอยากลอง Rally แบบหัวใจหยุดเต้นน้อยๆ
เมารถ นิดๆ บนเส้นทาง เนินสูงชัน อันแสน ลดเลี้ยวเคี้ยวคด
ถ้าใครมีรถส่วนตัว ก็อยากให้มาลองเล่น Low way ดูสักครั้ง
รับรองสนุกไม่แพ้ เครื่องเล่น ในสวนสนุก แต่อาจจะไม่ safe ก็เท่านั้นเองครับ
ที่สำคัญมาตอนเย็นสักหน่อยให้เส้นทาง มันมืดๆ หน่อย
ต้องไม่ชลอความเร็วด้วยนะ ใช้ Engine Brake ก็พอ
เอาล่ะ ลืมบอกไป ถึงการเตรียมตัวเลย....
ก่อนไป เราก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี เตรียมตัวอย่างไร
ก็ต้อง เตรียม เสื้อกันหนาว ถุงมือ ไฟฉาย หมวก 9ล9
และที่สำคัญที่จะขาดไปเสียไม่ได้เลย
ก็คือ สภาพจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงใจที่จะสู้
......แต่ถ้าอยากลอง แบบครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย ทำตัวอย่างผมนี่
ก็ไม่มีอะไรมากครับมีเสื้อยืด แขนยาว สวมด้วยเสื้อเชิต ทับไว้ อีกตัว
หมวกไม่มี ออกซิเจน ลืมเอาไว้ที่ทำงาน(คนญี่ปุ่นแกเอามาให้)
ที่ปิดจมูกกันฝุ่นไม่ต้อง เพราะ เราเคยเดินเตะฝุ่นกันมาแล้ว
มีรองเท้าNiky เก่าๆ ที่ใช้เล่นเทนนิสคู่นึง กับถุงเท้าส้นขาดๆคู่นึง
ขวดน้ำไม่ต้อง ข้าวปั้นไม่เอา เราไปหาเอาข้างหน้า
ความคิดสร้างสรรค์ม๊าก มากกก....
พอมาถึงชั้น 5 คนญี่ปุ่นตัวดี แกชัก เห็นชะตาตัวเองลางๆ หรือไงเนี่ยล่ะ
คือจะไม่ขึ้นไป จะกลับบ้าน ว่างั้นเถอะ ส่วนผมรึ ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
ในเมื่อ นายไม่ไป กับเรา เราไปทางของเราก็ได้ (กะโชว์เหนือ)
ผมก็บอกลากันเสร็จสรรพ ตามสไตล์ Converse ทางใครก็ทางมัน
ผม ก็ว่าตอนที่ผม ลงมาจากรถ อากาศมันก็ดีนะ ไม่หนาวจนเกินไป
แต่ทำม้าย ทำไม คนญี่ปุ่น ชุดที่ใส่มัน Safe จังน้า~ วิตกจริตไปหรือเปล่า ผมคิดในใจ
แต่เพื่อ ความไม่ประมาท เราต้องมีบัดดี้ไปด้วย
ก็ใช้นี่เลย สไตล์เดิมต้องหาเพื่อนร่วมชะตากรรม
อย่างแรกก็สอดส่องสายตาหาเหยื่อก่อน
มานั่งรอที่เก้าอี้ได้สักพัก ก็เจอกระทาชายชาวญี่ปุ่น
ท่าทางทะมัดทะแมง เดินคู่มากับสาวๆ น่ารัก 2 นาง
ในใจผมก็ เอาว่ะ เราขอฝากชีวิตใว้กับนายก็แล้วกัน
ผมก็พูด เป็นภาษาญี่ปุ่น อันแสนจะตะกุกตะกัก
.."สวัสดีน้า~ นาย ให้ เราร่วมเดินทางไปกับนายด้วยจะได้ไหม "
เหมือน สวรรค์ สั่ง กระทาชายชาวญี่ปุ่น ก็ตอบผม
---ขอต่อพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ ดึกมากแล้ว มีงานอ่ะ-----
|