รูปภาพ ชื่อ - 00275 : ###ไปมาแล้วครับ Fujisan###

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

###ไปมาแล้วครับ Fujisan###

ก็อยาก จะไปทริบก่อน ที่กลับบ้าน นะครับ
ก่อนไป ก็ ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยครับ
ไปทำงานเมื่อตอนเสาร์แต่เข้าบ่ายๆสักหน่อย
เพราะเมื่อวานซืนมีเลี้ยงส่งกลับนิดหน่อย
ทำให้เมาพอเป็นกระสัยยาอ่อนๆ
ก่อนจะกลับก็คุยเล่นๆ กลับ คนญี่ปุ่น ว่าจะไปปีนเขากัน
เราก็นึกว่า ชวนคุยเล่นๆ แต่ท่านดันเอาจริงๆ ครับ
ในเมื่อนาย จริงมา เรามีหรือจะกล้าปฏิเสธ

วันนั้น พี่แกให้เลือก ว่าจะไปเส้นไหน
ผมก็นั่งเชคจาก เวปเชคไปเชคมา
ก็คิดในใจไปทั้งที่ครั้งหนึ่งชีวิตของลูกผู้ชาย
จะไปทั้งที่ มันก็ต้องให้สมกับเป็นลูกหลานพระเจ้าตากสินสักหน่อย
ก็บอกแกไป ว่า เอาทางที่มันง่ายทีสุด ผมพูดตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้
พลันนึกในใจ ถ้า ฮ. มันขึ้นไปได้และจ่ายเงินไม่มาก ผมก็ขึ้น ฮ.ไปแล้ว
เรื่องเที่ยวกับความลำบากมันขนานกันกับผมเหมือนเส้นทางคู่ขนานลอยฟ้ายังไงยังงั้นเลย

ผมก็เห็นแกดูแผนที่ ชั่วครู่และก็ครุ่นคิดสักพัก
แกก็บอกกับผมว่าเราจะไป เส้นทาง Fuji Azami line กัน
พร้อมๆ กับ ชึ้แสดงเส้นทางในแผนที่ให้ดู ....ผมก็ เออ ออ ห่อหมกไปตามเรื่อง
จะไปเส้นไหนก็ ได้ขอให้เห็นทะเลหมอกสักครั้ง
ในชีวิตที่ขนาดภูกระดึง หรือ ดอยอินทนนท์ ยังไม่เคย มีโอกาสที่แม้แต่จะได้ต้อนรับผม
(ทั้งๆที่เมืองไทยมันก็มี ไม่ต้องไปไกลหร้อก)

แต่อย่างว่าแหละครับ ความลำบาก กับเรื่องเที่ยว สำหรับผมแล้ว
ถ้ามันเป็นเหมือนกิ่งทองกับใบหยก แล้วไซร้
ก็คงไม่มีเส้นทางคู่ขนานลอยฟ้า ให้คนไทยได้ใช้งานเด็ดขาด

ในระหว่างทางที่ไป แกก็เชคจาก Navi บนรถอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
Navi ของ ญี่ปุ่น สำหรับผม แล้วดูกี่ครั้ง นี่มันคงไม่ต่างจาก
เครื่องควบคุมความประพฤติ สามี ที่ออกนอกลู่นอกทางจริงๆ
ถ้า ในอนาคต มีใคร Apply ไปใช้งานผิดประเภท ที่เมืองไทยละก็
ผมนี่ไม่อยากจะคิดเลย ทีเดียวว่าสังคมของกระทาชายทั้งหลาย
คงขาดน้ำหล่อเลี้ยง ความสุขไปทั้งชีวิตอย่างแน่นอน
แต่ช่างบังเอิญ เหลือเกิน ที่ผมไม่ได้เป็นคนนิสัยแบบนั้น...

ในระหว่างการเดินทางก็มี Hanabi มาเรื่อยๆนะครับแทบทุกที่เลย
ซึ่งผมก็เคย ไปดูมาแล้ว เมื่อปีที่แล้ว ขอบอกว่าแจ๋มมาก
แต่มันจะไม่มีโอกาส ที่ผมจะได้นั่งยลโฉม พร้อมกับจิบเบียร์เย็นๆกับเพื่อนๆ
ได้เป็นครั้งที่สองอย่างจริงแท้แน่นอน เพราะ คนเยอะมากๆ และร้อนมากๆ ด้วย
นี่ถ้า ไม่ติดว่า ไม่เคยไปดูนะ ไม่ยอมไปเด็ดขาด ให้ตายเถอะ โรบิ้น

........แต่ไม่น่าเชื่อ ที่ผมได้ มีโอกาสได้เห็นอีกครั้ง หรือว่านี่คงเป็นสวรรค์ลิขิต
เพียงแต่ แทนที่ผมจะได้จิบเบียร์เย็นๆ เพื่อเป็นกระสัยยา ก็เปลี่ยนมาเป็น
ได้รับแอร์เย็นๆ ที่ความสดชื่น ซึ่งก็คงไม่ต่างกับแอร์มากนัก
แทนที่จะนั่งกับเพื่อนหลายๆคน ก็ตั้ง มานั่ง กับ เพื่อน ญี่ปุ่น 2 ต่อ 2
ซึ่งพฤติกรรม ไม่ค่อย น่าใว้ใจเลย ตอน มาววว
แต่ เกิด มาทำอะไรตอนไม่มาว นี่ ผมสู้จริงๆ นะจะบอกให้
ความบริสุทธิ์ ของ ผม จะต้องถูกทำลายโดยเพศตรงข้ามกับผมเท่านั้น
ผมจะไม่ยอม เปลี่ยนความตั้งใจเด็ดขาด

ผมก็ดูไปเรื่อย ส่วน คนญี่ปุ่น แก ก็ถาม ผม อยู่นั้นแหละ
ว่าจะ low way หรือ highway
ผมก็ตอบไปแบบ ไม่ต้อง คิดเลย ครับ low way
แต่แกก็ถามย้ำนักย้ำหนา อยู่นั้นแหละ
เรารึจะช่วยนายประหยัด เงิน น่ะ ยิ่งตอนนี้ ราคาน้ำมัน สูงๆ อยู่ด้วย
ถึงแม้ว่านายร่ำรวย แต่ อะไร ที่ประหยัดได้ ก็ดี ....ผมคิดอยู่ในใจ
ตอนตอบก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าใกล้ ดึกๆ น่าจะถูกเพราะรถไม่ค่อยมี
และเราก็ไม่ต้องเสียค่าทางด่วน อีกด้วย

ถูกเต็มๆ อยู่ 1 ข้อ คือรถไม่ค่อยมี แต่ถูกหรือเปล่า อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ
ที่ไม่ค่อยมีไม่ใช่อะไร คิดว่าไม่มีใครเขาใช้งานกันมากกว่าครับ
เพราะหนทางที่เราเดินทางไป นี่ ถ้าใครอยากลอง Rally แบบหัวใจหยุดเต้นน้อยๆ
เมารถ นิดๆ บนเส้นทาง เนินสูงชัน อันแสน ลดเลี้ยวเคี้ยวคด

ถ้าใครมีรถส่วนตัว ก็อยากให้มาลองเล่น Low way ดูสักครั้ง
รับรองสนุกไม่แพ้ เครื่องเล่น ในสวนสนุก แต่อาจจะไม่ safe ก็เท่านั้นเองครับ
ที่สำคัญมาตอนเย็นสักหน่อยให้เส้นทาง มันมืดๆ หน่อย
ต้องไม่ชลอความเร็วด้วยนะ ใช้ Engine Brake ก็พอ

เอาล่ะ ลืมบอกไป ถึงการเตรียมตัวเลย....
ก่อนไป เราก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี เตรียมตัวอย่างไร
ก็ต้อง เตรียม เสื้อกันหนาว ถุงมือ ไฟฉาย หมวก 9ล9
และที่สำคัญที่จะขาดไปเสียไม่ได้เลย
ก็คือ สภาพจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงใจที่จะสู้

......แต่ถ้าอยากลอง แบบครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย ทำตัวอย่างผมนี่
ก็ไม่มีอะไรมากครับมีเสื้อยืด แขนยาว สวมด้วยเสื้อเชิต ทับไว้ อีกตัว
หมวกไม่มี ออกซิเจน ลืมเอาไว้ที่ทำงาน(คนญี่ปุ่นแกเอามาให้)
ที่ปิดจมูกกันฝุ่นไม่ต้อง เพราะ เราเคยเดินเตะฝุ่นกันมาแล้ว
มีรองเท้าNiky เก่าๆ ที่ใช้เล่นเทนนิสคู่นึง กับถุงเท้าส้นขาดๆคู่นึง
ขวดน้ำไม่ต้อง ข้าวปั้นไม่เอา เราไปหาเอาข้างหน้า
ความคิดสร้างสรรค์ม๊าก มากกก....

พอมาถึงชั้น 5 คนญี่ปุ่นตัวดี แกชัก เห็นชะตาตัวเองลางๆ หรือไงเนี่ยล่ะ
คือจะไม่ขึ้นไป จะกลับบ้าน ว่างั้นเถอะ ส่วนผมรึ ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
ในเมื่อ นายไม่ไป กับเรา เราไปทางของเราก็ได้ (กะโชว์เหนือ)
ผมก็บอกลากันเสร็จสรรพ ตามสไตล์ Converse ทางใครก็ทางมัน

ผม ก็ว่าตอนที่ผม ลงมาจากรถ อากาศมันก็ดีนะ ไม่หนาวจนเกินไป
แต่ทำม้าย ทำไม คนญี่ปุ่น ชุดที่ใส่มัน Safe จังน้า~ วิตกจริตไปหรือเปล่า ผมคิดในใจ

แต่เพื่อ ความไม่ประมาท เราต้องมีบัดดี้ไปด้วย
ก็ใช้นี่เลย สไตล์เดิมต้องหาเพื่อนร่วมชะตากรรม
อย่างแรกก็สอดส่องสายตาหาเหยื่อก่อน
มานั่งรอที่เก้าอี้ได้สักพัก ก็เจอกระทาชายชาวญี่ปุ่น
ท่าทางทะมัดทะแมง เดินคู่มากับสาวๆ น่ารัก 2 นาง
ในใจผมก็ เอาว่ะ เราขอฝากชีวิตใว้กับนายก็แล้วกัน
ผมก็พูด เป็นภาษาญี่ปุ่น อันแสนจะตะกุกตะกัก
.."สวัสดีน้า~ นาย ให้ เราร่วมเดินทางไปกับนายด้วยจะได้ไหม "
เหมือน สวรรค์ สั่ง กระทาชายชาวญี่ปุ่น ก็ตอบผม

---ขอต่อพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ ดึกมากแล้ว มีงานอ่ะ-----

ต้อง 45 [ 2005-08-12 23:53:43 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 1

เพื่อไม่ให้ขาดตอน นะครับ

.. .."สวัสดีน้า~ นาย ให้ เราร่วมเดินทางไปกับนายด้วยจะได้ไหม "
เหมือน สวรรค์ สั่ง กระทาชายชาวญี่ปุ่น ก็ตอบผม

ต้อง 45 [ 2005-08-14 22:07:05 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 2

โทษทีครับ พี่ๆ
ตอนนี้ผมได้ที่เก็บ บล็อกผม อันใหม่แล้ว ขอจบแค่นี้นะครับ ^_^
ขอบคุณมากครับ
2005-08-15 11:18:15

ต้อง 45 [ 2005-08-15 11:16:58 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 3

เอ๊า.....ไรฟะ...เราก็อ่านอยู่ว่าจะให้เล่าจบก่อนค่อยแสดงความคิดเห็น ดั๊นมาทิ้งซะกลางทาง ห้วย!!!


ความคิดเห็นที่ 4

Blog หน่ะยังไงๆ ก็ไม่กินใจเท่าสมุดบันทึกเนื้อดีๆ ซักเล่มนึงหรอกครับน้องต้อง


ความคิดเห็นที่ 5

อ้าว โทษทีครับ ผมนึกว่าจะมีแต่ กลุ่มของผมที่อ่านอ่ะ
อีกอย่าง ผมมาอ่านอีกทีก็กลัวจะผิดวัตถุประสงค์นะครับ
คือของส่วนใหญ่ จะเอารูปมาบรรยายแทนข้อความ
แต่ของผมจะเอาข้อความมาบรรยายแทนรูปนะครับ
เน้นการบอกเล่าเสียมากกว่า
คือบางประโยคไม่แน่ใจ ว่าพี่จะเข้าใจหรือเปล่าครับ
และก็ไม่นึกว่าจะมีพี่อ่านอยู่ด้วยนะครับ
แล้วยังไงผมจะเอามาลงให้ครบก็แล้วกันนะครับ
2005-08-15 23:48:07

ต้อง 45 [ 2005-08-15 22:39:06 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 6

งั้นต่อกันเลยนะครับ ตอนแรกก็ไม่นึกเลย
ว่าจะใช้เวลาเขียน นานขนาดนี้ ...
แต่ยังไงก็ต้องเล่าให้จบ ล่ะครับ
เดี่ยวจะค้างคาใจกันไปปล่าวๆ

......เสียงมาจาก กระเป๋า กางเกงขางขวาของผม
สั่นไม่หยุด มันเป็นสัญญานว่าบ่งบอกว่าผม
ได้รับเมลล์ ใครกันนะ? ดันเมลล์เข้ามาตอนนี้
..ถ้าเป็นหวานใจผมก็ดีนะสิ จาได้มีกำลังใจ

ต้อง 45 [ 2005-08-15 22:42:59 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 7

ที่ระยะจาก 2700 เมตร ถึง 3000 เมตร
ความหนาว เริ่มจับจิตหัวใจแล้ว
คงเพราะเป็นเวลาดึกสงัด
ความหนาวเย็นจึงเย็นมากกว่าปกติ
บวกกับ ความสูงที่สูงเรื่อยๆด้วย

...ในระหว่างที่ผมปีนเขาไปเรื่อยๆ มันก็จะมี
ที่แวะตามรายทาง ซึ่งเราสามารถ
มองเห็นตีนเขาข้างล่างได้ไกลๆ
บ่งบอกว่า ณ จุดที่เรายืนอยู่นี่สูงมากเลยทีเดียว
พร้อมๆกับแสง ไฟระยิบระยับ เมื่อมองไกลออกไป
บางคนอาจมองเห็น กลุ่มเมฆ สีขาว ลางๆ ในความมืด
ผม เห็น คุณลุงคุณป้า คู่หนึ่ง ต่างคนต่างช่วยกันดูแล
ตัวเอง ที่อยู่ไม่ไกลนัก จากที่ผม ยืนมองดูจุดชมวิวอยู่

...ทั้งคู่ กำลังปลอบประโลม ซึ่งกันและกัน
แววตาของคุณลุง ที่มองดู คุณป้า มันช่างอ่อนโยนยิ่ง
การปีนเขามาเป็นคู่ ช่างเป็นความรู้สีกที่ดีจริงๆ
ที่ต่างคนก็ต่างมีกำลังให้ซึ่งกันและกัน.

......และผมล่ะ ผมมัก มองดูละคร
และมองย้อนดูตัวเองเสมอๆ
ตัวผมเองตอนนี้ จะใช้ชื่อว่าไรดีล่ะจะโดดเดี่ยวผู้น่ารักรึ
ก็ใช่ ว่าเราจะเด็กขนาด~นั้น
..... เฮ้อ เอานะ ใช่ว่า เรา จะปีนเขาคนเดียวเองซะเมื่อไร
คนอื่นๆ ก็ต้องมีบ้างแหละ ผมคิดไปพร้อมกับเสียงครวญ
จากพยาธิ ใน ท้องน้อยๆของผม มันคร่ำครวญ
เรียกร้องความสนใจ

ข้าวปั้นก็ไม่ได้เอามา แต่เอานะลองค้นดูในเปล้
เผื่ออาจจะมีอะไร พอประทังความหิวไปได้บ้าง
ถ้าไม่เจออะไร ก็จะได้กินกล้องมานี่แหละ
หนักก็หนัก ซื้อมาก็แพง ค้นไปค้นมาก็เจอ
ลูกอม โยเกิต
......อ๋อ ของฝากจากคนญี่ปุ่น
ก่อนที่จะผมกลับเมืองไทย
จังหวะนี้ ก็ขอ เอามากินชะลอความหิวไปก่อนก็แล้วกัน

ชั้นนี่ถ้าผมจำไม่ผิด เป็นชั้นที่ เราจะคิดว่า
จะปีนยังไงก็ไม่ถึง ชั้น 3000 เมตรสักที
คือในแต่ละจุดพัก ก่อนที่เราจะถึงก็จะเห็นแสงไฟมาจาก
ไกลๆ บ่งบอกว่าใกล้จะถึงจุด พักแล้ว แต่แสงไฟ นี่สิ
ไม่เห็น เลยจริงๆ
ผมพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่
จะให้ร่างกายเหนื่อยและอบอุ่นเอาไว้มากที่สุด
จะได้ต้านกับอากาศที่หนาวเย็นลงเรื่อยๆ
และแล้วผมก็ถีงจุดพัก ที่ 3000 เมตร
........ณ จุดนี้ ผมเห็น คนที่มาปีนเขาเยอะมากกว่าจุดที่
แล้ว บางคน ก็นอนตายลงที่นี่ เข้าใจว่าร่างกายคง
ถึงนิพพานไปแล้ว
ผมสอดส่องสายตาไปรอบๆ เห็น คนญี่ปุ่น อยู่คู่หนึ่ง
นอนกอดกันกลม น่ารักเชียว ไอ้ผมรึ
จะไปร่วมวงกอดเขาก็ใช่ที่
แหม ยิ่งเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ ผมคงต้องรีบปีน
ขึ้นไป เดี่ยวจะไม่ได้ทันดู พระอาทิตย์ ขึ้น
ตอนนี้ จังหวะการหายใจของผม เป็นไอแล้ว
ผมพยายาม เปลี่ยนจังหวะการหายใจใหม่
ให้หายใจ ลงท้องแทน
ความจริง ก็หายใจลงปอดนั่นแหละ
เพียงแต่ว่าถ้าเรา เปลี่ยน มาใช้ท้องหายใจแทน
มันจะช่วยลด ความเหนื่อย
ที่กระบังลมเพียงอย่างเดียวขึ้นมากๆ
ผมมักใช้ตอนวิ่งระยะทาง ไกลๆ เสมอๆ
จากระยะที่ 3000 เมตร ถึง 3250 เมตรนี้
เป็นจุดที่ ออกซิเจนเริ่มเบาบาง แล้ว
บางคนก็จะหยิบ ขวดออกซิเจน
ขึ้นมาสูดด้วย และก็ส่งให้เพื่อนคนอื่นๆ สูดบ้าง
ผมก็พยายาม อยู่ตรงท้ายๆ ก๊วนผู้นำ
กะว่าจะใช้ความมืด เนียน
สูดเอากระป๋องออกซิเจน
ถ้าส่งมาให้จะไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้เลย....
แต่คงต้องรอเก้อ เพราะ ไม่เห็นเขาจะส่งมาให้สักที

เดินตามก๊วนผู้นำไม่นาน ผมก็ เดินมาถึงจุด 3250 เมตร
ณ จุดนี้ผมได้เพื่อนใหม่ ที่มาร่วมชะตากันกับผม
แกก็มาคนเดียวเหมือนกัน เป็นคนอเมริกา หน้าตา
งี้หล่อเหลาเอาการทีเดียว ถึงแม้ว่าจะลงพุงไปนิดก็เถอะ

แก็ก็กำลังโดนพยาธิในท้อง เล่นงานเหมือนกัน
ผมก็ อธิบาย เสร็จสรรพ ถึงอาหารแต่ละอย่าง
อย่างไหนดี อย่างไหน อร่อย (คิดว่าพอกัน)
แต่ มันแพงทุกอย่างเลย แฮะ ผมเห็นเพื่อนใหม่นั่งกิน
อุด้ง อย่างอเร็ดอร่อย
ผมก็อดใจไม่ไหว แต่ ผม อยาก กินของหนัก
บนยอดเขาไม่ใช่ที่นี่ อีกอย่าง ผมกลัวจุกด้วย
แต่ พยาธิในท้องมันก็ อ่ะนะ เห็นที ว่าลูกอม
โยเกิต คงใช้ไม่ได้ผล
ก็เลย สั่ง ซุปน้ำมูก ( โอชิรุคุ) มากินกันตาย
แล้วก็คุยสัพเพเหระกับเพื่อนใหม่ไปเรื่อยๆ
แก ก็ บอกว่าแก อยากขึ้นฟูจิมานานแล้ว
แกเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่นาน เพื่อนก็เลยยังไม่ค่อยมี ...บลาๆ
ที่เหลือ ก็มึนนะครับ แปลออกบ้างไม่ออกบ้าง

............ณ จุดที่ผมยืนอยู่นี่ คนจะเริ่มเยอะ
มากกว่าจุดที่แล้ว บางที่ คนก็จะเอาชุดนอน
มานอนด้วย นอนมันตรงนี้นี่แหละ
ผมก้มมองดูนาฬิกาอีกครั้ง ขณะนี้เป็นเวลา ตี 1 กว่าๆ
ผมรวบรวมกำลังใจ และวอร์มอัพร่างกายอีกครั้ง
เพื่อ จุดมุ่งหมายต่อไป

ต้อง 45 [ 2005-08-16 20:31:17 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 8

เขียนมากชักเหนื่อยขอพักนิดนึง นะคร้าบ

ต้อง 45 [ 2005-08-16 20:31:58 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 9

ระหว่างพักเหนื่อยขอถามหน่อยนะ

อย่างนี้เค้าเรียกว่าเขียน blog หรือเขียนบันทึกหน่ะ? แล้วไอ้ blog กับเขียนบันทึกมันเหมือนกันมั๊ย


ความคิดเห็นที่ 10

อย่างนี้เขาเรียกว่า เขียนบันทึกครับ
บันทึก มันเป็น สับเซต ของบล้อก อีกทีหนึ่งนะครับ
บล็อกมัน เป็นมากกว่าเรื่องราว ของบทหนึ่งของชีวิตครับ

ต้อง 45 [ 2005-08-17 19:42:00 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 11

หลังจากงงจากคำตอบของผม แล้ว เราก็มาต่อกันเลยครับพี่น้อง

จุดต่อไป คือจุด 3350 เมตร
ผมเห็น ระยะห่างจากจุดเดิมไม่มาก
ผมคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหาอะไร แต่ว่า
ทางมันจะเริ่มชันมากขึ้น เดินพักบ่อยมากขึ้น
ผมเดินไปได้ ไม่นานก็ต้องหยุดพัก
เนื่องจากความเหนื่อย แต่พักได้ไม่นานก็ต้องเดิน
ต่อ เนื่องจากความหนาว...
คิดดูล่ะกัน จะมีใครโชคร้ายเท่าผม อีกแล้ว
ขณะ ที่ผมกำลังรู้สึกท้อแท้อยู่อย่างนั้น
ก็มีกระทาชายชาวญีปุ่น เดินผ่านหน้าผมไป
มือสองข้างล้วงกระเป๋า เท้าสองข้างก้าวย่างไป
ไม้พลอง ไม่มี และที่สำคัญ ใส่แค่เสื้อเชิต
และมีเสื้อยืด ข้างใน เท่านั้น!
โอ้ แม่เจ้า เราว่าเราบ้าแล้วนะนายนี่ช่างมัน
..เหลือเกินจริงๆ มันทำให้ผมมีกำลังใจเพิ่มขี้น
อย่างประหลาด และทำให้มีแรงก้าวเดินต่อไป
ผมผ่าน จุด 3350 เมตร ไปอย่างไม่อยากเย็นนัก
เนื่องจาก ความรู้สึกของร่างกายผมตอนนี้ด้านชา
ไปหมดแล้ว ไม่ว่าผมจะเอามือไปวางไว้ที่ตรงไหน
ก็จะรู้สึกชาไปหมด ณ ตำแหน่งนี้
ผมรีบเดินจ้ำอ้าวให้ไวขึ้นก่อนที่ร่างกายของผม
จะหมดสภาพ มากไปกว่านี้

ปกติผม จะเดินหน้า และก็มักมามองหลังด้วยเสมอๆ
คือมันจะทำให้เรามีกำลังใจ ว่าเราเดินขึ้นมาถึงจุดนึ้แล้ว
มันเป็นความพากเพียร ของเรา

แต่จากจุดนี้ ในจิตใจผม ช่างว่างเปล่า
ไม่สนใจต่อสิ่งที่เรากำลังเดินผ่าน
และกำลังที่จะถึงนิพพานเหมือนที่หลายๆคนถึงก่อนหน้า
ผมเดินต่อไปได้ไม่นาน ผมมาถึงจุด 3400 ได้มาอย่างไร
ไม่รู้ แต่รู้ว่าจุด นี้มีคนพักอยู่เยอะมาก บางคนเริ่มเปลี่ยน
ชุดเพื่อรับกับความหนาว ที่เพื่มมากขึ้น
.......สำหรับผม ไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย อีกแล้ว
ทางที่ขึ้นต่อไปนี้จะลำบากกว่าปกติ เนื่องจาก ส่วนใหญ่เป็นกรวดละเอียดๆ มันทำให้เท้าของเราหนักขึ้น
แต่ละก้าวย่างไป ณ ตรงนี้ เราเริ่มจะเห็นเส้นขอบฟ้าแล้ว
มันเป็นสิ่งที่ส่งสัญญาณ บ่งบอกว่า พระอาทิตย์
ใกล้จะเริ่มขึ้นมาแล้ว ผมรีบเดินจ้ำอ้าวให้ไวขึ้นมากกว่า
เดิม ในเวลา เท่าไรไม่รู้ ผมก็มาถึงจุด 3500 เมตร
ตอนนี้ ผมเริ่มเห็น เส้นขอบฟ้ามาไกลๆ
แสดงว่ารุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ ใกล้เข้ามามากแล้ว

ผมรีบหาทำเลทอง ที่จะถ่าย รูป
แต่สภาพร่างกายของผมตอนนี้นี่สิ
ช่างไม่ต่างอะไรกับคนพิการเลยเสียจริงๆ
ผมเลือกทำเล ที่สูงขึ้นกว่าที่จุดพักได้
ไม่สูงไปกว่าเดิมมากนัก
พยายามไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง มาเกะกะลูกตา
อากาศก็หนาวเย็นมากเสียจน
ผมแทบจะกดชัตเตอร์ไม่ได้
เนื่องจากการที่ไม่มีถุงมือนั่นเอง
ผมพยายามเอาขาตั้งกล้องขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์
แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เนื่องจากที่ๆ
ผมถ่ายรูปอยู่นี่ มีแต่กรวดทรายก้อนเท่าลูกมะนาว
บางก้อนก็น้องๆส้มโอ และไม่ได้ระนาบเท่าที่ควร

ในระหว่างที่ผม กำลังเซท อุปกรณ์หลายๆ อย่างนั้น
เราก็จะเริ่มเห็กลุ่มหมอกมาไกลๆ บ่งบอกว่า
เป็นทะเลหมอกแล้ว สวยมากๆเลย มันจะมาก่อนพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่นานนัก
ซึ่งช่วงเวลานี้แหละ ที่เราสามารถเก็บภาพ
ของทะเลหมอกได้สวยที่สุด
ผมพยายามกดชัตเตอร์รูปแล้วรูปเล่า
จนในที่สุด ในเวลาไม่
นาน รุ่งอรุณ แห่งเช้าวันใหม่ก็มา
ลำแสงสีทองของพระอาทิตย์
ก็จะสาดทอออกมาให้เราได้ยลโฉมกัน
พร้อมๆกับเสียงฮือฮา ของผู้คนที่นี่
ผมก็เช่นกัน ที่ฮือ
ไม่ใช่อะไรหรอก ผมหนาวมากเลย
ผมต้องการความอบอุ่น !!....

ต้อง 45 [ 2005-08-17 20:54:32 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 12

มาต่อแล้วกันนะครับ หยุดภาคฤดูร้อน
แทนที่ผมจะได้หยุดยาวๆ กลับต้องมาทำงาน
มันช่างน่าเศร้าใจเสียจริงๆ
หลังจาก ที่ผมได้เห็นรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่
และได้เห็นทะเลหมอกแล้ว
ผมบอกตรงๆ ว่าผมไม่อยากขึ้นต่อไปแล้ว
เพราะไม่รู้ว่าจะขึ้นไปต่อทำไม
จุดประสงค์ ของผม ก็เพียงแค่ได้เห็นทะเลหมอก
บนภูเขาไฟฟูจิ ก็เพียงพอแล้ว
แต่ทว่า ผมยังพอเหลือแรง อีกนิดหน่อย
กะว่าจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายนี่แหละ
ลองปีนขึ้นไปดู ซึ่งอากาศก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมากกว่าเดิม

แม้ว่าทุกครั้งที่ลมพัดมา โดนใบหน้าของเรา
มันจะทำให้เราสะท้านอยู่เหมือนกัน ผมก็กะว่า
ถ้าไม่ไหว ก็จะ ไปลงตรงทางสำหรับลงข้างหน้า
ที่เห็น อยู่ไม่ไกลนัก
ผมพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี
ก้าวย่างไป ใช้แรงจากช่วงแขนให้มากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อผม มาถึงทางสามแพร่ง
ผมมี สองทางเลือก
ทางแรก ก็คือ ขึ้นต่อ
ทางที่สอง ก็คือลงไป

ผมหยุดพักที่นี่ ใช้เวลาตรึกตรองไม่นานหรอกครับ
เพราะ ใจผมตอนนี้มันหมด ลงไปเสียแล้ว
ก็กะว่า นั่งพักตรงนี้สักครู่แล้วก็จะลงไป
เอ หรือว่าผมคงไม่ได้มีโอกาส ได้กินราเมง
บนยอดเขาภูเขาไฟแล้วนะ
ผมพยายามตัดพ้อกับตัวเอง เพื่อเรียกกำลังใจ
แล้วในระหว่างที่ผมนั่งพักนี้เมื่อผม มองไปรอบตัวๆ
บางคน ก็นอนลง บางคน ก็ นั่งคุย กินขนม
บางคนก็มาถ่ายรูปเก็บวิวต่างๆ

ผมก็ขอ เอนหลังลงสักหน่อย ก็แล้วกัน
กะว่า ลุกขึ้นมาจะลงไปแล้ว
ก่อนลงก็กะว่าจะถ่ายรูปแล้ว ส่งเมลล์ไปหาเพื่อน ๆ
ถึงบรรยากาศที่นี่ ผมก็เปิด โทรศัพท์ ของผมขึ้นมา
แต่ดัน ไม่ม่สัญญานแล้วแฮะ ที่สูงขนาดนี่
สงสัยสัญญาณจะมาไม่ถึง
แต่ผม เหลือบไปมองดู อ่ะ คุณได้รับข้อความใหม่ ...จากใครหว่า
........อ๋อ โคบายาชิ นี่เอง สงสัย คงส่งมาแต่ผมไม่ได้
ดู เนื่องจากคงกำลังเข้าสู่สภาวะใกล้จะนิพพาน
ผมเปิดข้อความขึ้นมาอ่าน

ต้อง 45 [ 2005-08-19 09:12:44 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 13

เมื่อผมขี้นมาถึง โอ้ แม่เจ้า นี่มันตลาดสดหรือนี่
คนพลุกพล่านกันเต็มไปหมด ผมไม่รอช้า
เลือกเข้า ร้านไปสั่ง ราเม็งของโปรด
ไปกินตามความตั้งใจไว้ แต่ละร้าน
ก็จะเจอคนนิพพาน เต็มร้านไปหมด
ทำให้คนที่จะเข้ามากินอาหารแทบไม่มีที่ให้กิน

แต่ ทุก ๆครั้งที่คนนิพพานเยอะมากเข้า
ก็จะมีเจ้าของร้านเข้ามา บอกถ้าจะนิพพาน
ให้ไปนิพพานที่อี่น ...ทำให้ผม ซึ่งกะ
ว่ากินเสร็จแล้ว จะนิพพาน สักหน่อย
ต้อง เลิกล้มความคิดนี้ไป...
เมื่อมาถึงยอดเขาแล้ว ผมพยายาม
เก็บภาพแห่งความทรงจำเอาไว้ให้หมด
ผมถ่ายรูปเสียจน ฝา ปิด กล้อง 18-55 Canon
มันหล่นหายไปไหนก็ไม่รู้
( และผมจะไปซื้อที่ไหน เนี่ย วานผู้รู้ช่วยบอกที)
...... สำหรับผมแล้วการปีนเขา
นี่เป็นทั้งความเศร้า ความเจ็บ และ ความประทับใจที่ไม่รู้ลืม
คงจะไม่มีรอบที่สองอีกแล้วสำหรับผม
และผมขอยกย่องสำหรับ คนที่ขึ้นมาแล้ว
และก็ขึ้นมาอีก ผมขอยกนิ้วให้เลยครับ





ป.ล. ในแต่ละ จุดพัก สามารถ ไป แสตมที่ไม้พลองซึงหงอคงได้ โดย เสีย เพียงแค่ 200 เยนเท่านั้น บางคนนี่แสตม เยอะมาก เสียจนไม้พลองดำ เลย ไม่รู้ไปหามาจากไหน กัน

ต้อง 45 [ 2005-08-19 09:14:00 ]
nootong@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 14

หนุ๊ก หนุก ครับ

อุ๋ย [ 2005-08-23 10:09:01 ]
tasa@pani.chaiyo.com


ความคิดเห็นที่ 15

หนุกหนาน

HON [ 2005-08-24 13:03:05 ]

EOF



EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43 : ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com