รูปภาพ ชื่อ - 00284 : :: สระบุรี : ที่สุดสังคมเขาหินปูน ::

EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43

:: สระบุรี : ที่สุดสังคมเขาหินปูน ::


================================================================================
เรื่อง : ไอ้ลูกทุ่ง
ภาพ : ห.ม.รม
================================================================================

2005-12-08 17:34:49


ความคิดเห็นที่ 1

- ด้านซ้ายมือคือโรงปูน -

เปิดกล้อง :

จังหวัดสระบุรีอยู่ไม่ไกลบ้านผมเท่าไรนัก เป็นจังหวัดที่มีมนต์สะกดใจที่ทำให้ไป
แล้วต้องไปอีก ความหลากหลายของภูมิทัศน์ และทางชีวภาคอันน่าตื่นใจโดยเฉพาะเขา
หินปูนที่เป็นถิ่นอาศัยของนานาสัตว์เล็กสัตว์น้อย ไปจนกระทั่งสัตว์ใหญ่อย่างเช่นเลียงผา
ส่วนหนึ่งในประสบการณ์ของผมที่ได้ไปสัมผัส ถึงแม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็ต้องบอก
ได้คำเดียวว่า


ความคิดเห็นที่ 2

- ต้นจันแดงใบเรียวเล็กแหลม -

พ่อค้ากลับใจ :

อีกครั้งนึงที่ได้เจอกับพี่น๊อตนักวิชาการกรมประมง แกมีความสนใจสัตว์เลื้อยคลาน เป็นพิเศษ
อาจจะเรียกได้ว่ารู้เรื่องสัตว์เลื้อยคลานมากเสียกว่าเรื่องประมงๆ ที่เป็นอาชีพหลัก ของแกเสียอีก พี่น๊อตและ
นณณ์ถูกติดต่อมาเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตบนเขาหินปูนสระบุรี โดยทีมงานถ่ายภาพยนต์สารคดีจากฝรั่งเศส
ที่ได้ทุนมาจาก ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย) จุดแรกเริ่มของการทำงานเป้าหมายอยู่ที่ยอดเขาพระ
พุทธบาทน้อยโดยการนำ ทางปีนเขาของทีมกรมป่าไม้สระบุรี
การปีนเขาแรกๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไรมาก แต่พอสูงขึ้นไปก็จะพบกับความแหลมคม ตะปุ่มตะป่ำ
ของหินปูน เราหยุดถ่ายภาพยนต์เป็นระยะๆ จนในที่สุดก็มาถึงส่วนของยอดเขา ตอนที่ผมกำลังหอบได้ที่เลย พี่
บุญมีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ชี้ให้ดูต้นไม้เล็กๆ ที่กระจุกอยู่บน ซอกหินปูนพร้อมอธิบายสรรพคุณให้ฟัง ต้นชาฤาษี
ใบหนาสีเขียวขอบใบมีสีขาวและมีเส้น ขนเล็กละเอียดกระจายตามใบ กำลังออกดอกสีม่วงสดชาวบ้านมักเก็บใบ
ไปตากแห้งและต้ม กินเพิ่มพูนกำลัง พี่บุญมียังเล่าต่ออีกว่าพอเข้าแล้งนี้ใบของมันก็จะโรยแล้วก็หายไป พอถึง
หน้าฝนปีหน้ามันก็จะกลับมางอกเงยผลิใบออกดอกอีก ผมได้ลองเคี้ยวใบแก่ชิมรสชาติฝาด เจือด้วยกลิ่นหอม
หวลน้อยๆ มั่นใจว่าถ้าหากว่ามันปลูกได้ง่ายตามที่ราบไม่ต้องอาศัยที่สูง แทรกตามแง่งหินคงเป็นคู่แข่งสำคัญ
ที่เบียดชาเขียวของญี่ปุ่นได้ขาดกระเจิง

เดินขึ้นไปอีกหน่อยก็ต้องตะลึงกับความใหญ่ยักษ์ของต้นปรงไม้ดึกดำบรรพ์พันธุ์สระบุรี
(Cycas tansachana) ทีเด็ดของกรมป่าไม้ที่อยากจะพาทีมสารคดีขึ้นมาถ่ายทำ ผมไม่ เคยเห็นต้น
ปรงอะไรที่มันใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย นณณ์ที่ว่าเป็นผู้ชายร่างใหญ่แล้วเมื่อไป ยืนเทียบก็กลายเป็นหนูตัวเล็กๆ
ทันที พี่บุญมีเล่าว่าแต่ก่อนนี้สมัยที่ชาวบ้านยังมีอาชีพหา ของป่าขาย พวกต้นปรงก็เป็นหนึ่งในรายชื่อสินค้า
จากป่าเหมือนกัน ปรงยักษ์อายุไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ปีต้นนี้เคยถูกตั้งค่าหัวไว้ที่ ๘ แสนบาท แต่ตอนนี้คนที่เคยคิดจะ
ขุดปรงต้นนี้ไปขาย กลับตัวกลับใจมาเป็นแนวร่วมสำคัญของป่าชุมชนรักษากระจุกเขาแหล่งสุดท้ายที่เป็นที่พำ
นักของเหล่าพรรณไม้และสัตว์ป่านี้ไว้เพื่อชุมชน ลูกหลาน และตัวของเขาเอง ทีมสารคดี เดินกล้องบอกให้พวก
เราทำทีเป็นพูดคุยเกี่ยวกับต้นปรง ผมเลยถือโอกาสสนทนาหาความรู้ จากนณณ์และพี่น๊อตเสียเลย ทั้งสองช่วย
กันอธิบายว่าต้นปรงที่เรายืนอยู่ใต้ร่มนี้เป็นต้นตัวผู้ หากเราจะขยายพันธุ์มันก็ต้องใช้เมล็ดจากต้นตัวเมีย ซึ่งข้อ
แตกต่างจะอยู่ที่ช่อลูกปรงถ้า หากว่าเป็นตัวผู้ช่อจะออกยาวเป็นลำถ้าเป็นตัวเมียก็จะมีทรงคล้ายปิระมิด
เราสนทนากันไปถึงความแตกต่างระหว่างต้นจันผาที่มีทรงใบเรียวใหญ่กับต้นจันแดงที่ขึ้นสูงชลูดอยู่ตรงหน้าผา
กางใบเรียวแหลมทิ่มแทงไปในอากาศ เขาที่ว่ามีแต่หินยังมีสัง คมพืชอีกมากมายหลายชนิดที่ยังสามารถจะ
ดิ้นรนและดำรงให้มีชีวิตอยู่รอดได้ ผมนึกเศร้า ใจเมื่อพักนั่งมองทิวทัศน์ที่อยู่ตรงเบื้องหน้าเห็นโรงผลิตปูน
ซีเมนต์อยู่ลิบๆ รถสิบล้อวิ่งกัน ขวักไขว่ฝุ่นตลบ ทิวเขาสีเขียวเบื้องหลังเสียงคำรามครืนๆ อีกไม่กี่สิบปีคงถูก
ระเบิดทำลาย จนย่อยยับ คงไม่มีเสียงกรีดร้องสักแอะจากต้นไม้ป่าเขาหรือสัตว์ป่าตัวน้อย ให้หยุดความ เจริญ
ของเมืองที่เบียดเบียนถิ่นที่อยู่ของมันได้ ด้านขวามือของผมเห็นหุบเขาลึกลงไป จะเห็นลานกว้างเล็กๆ นั่นคือ
สนามฟุตบอลของโรงเรียนที่ผมและพรรคพวกทึกทักเอาว่านี่ ต้องเป็นสนามฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลกนี้แล้ว
แต่พอมองเลยข้ามหุบไปก็เห็นเขาที่อยู่ด้าน หลังแหว่งจากแรงระเบิดไปเสียอีก แล้วตรงที่ผมนั่งอยู่นี้จะอยู่รอด
ไปได้อีกสักกี่สิบกี่ร้อยปี ถ้ายังหาอะไรที่มาทดแทนทรัพยากรณ์หินปูนนี้ได้

2005-12-08 18:32:52


ความคิดเห็นที่ 3

- จุดชมวิวที่ทอดไกลไปสุดลูกตา -
2005-12-08 18:32:01


ความคิดเห็นที่ 4

- สนามฟุตบอลที่สวยที่สุดในโลก(คิดเอาเอง) -
2005-12-08 18:31:31


ความคิดเห็นที่ 5

- ต้นชาฤาษี -
2005-12-08 18:31:00


ความคิดเห็นที่ 6

- หนึ่งในต้นปรงพันธุ์สระบุรีที่มีความยาวมาก -
2005-12-08 18:30:33


ความคิดเห็นที่ 7

- ต้นปรงยักษ์พันธุ์สระบุรี, นณณ์ และ กุ๋ย -
2005-12-08 18:29:41


ความคิดเห็นที่ 8

- หอยทากจิ๋วเขาหินปูนชนิดปากแตร -

นิทานหอยทากจิ๋ว :

เสร็จจากการถ่ายทำบนเขาสูงพวกเราก็ย้ายลงมาที่บริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ตรงหมายนี้เรา
จะมาดูหอยทากจิ๋ว(Micro snail)เขาหินปูนกัน ผมและพวกช่วยกันหาหอย ทากจิ๋วชนิดปากแตรที่เกาะอาศัย
อยู่ตามชะง่อนหินปูน พอเจอก็เรียกทีมงานสารคดีมาดู แต่พอละสายตาจากตัวหอยไปหันกลับมาดูอีกก็ต้องเกา
หัวแกกๆ เพราะมันหายวับไป เสียแล้ว ด้วยความที่มันตัวเล็กมากพอๆ กับเลข ๑ บนหลังเหรียญบาท ก็เลยต้อง
ช่วยกันหา อีกยกใหญ่ ผมชี้ให้หนึ่งในทีมงานสารคดีดู เขาประหลาดใจมาก และดูเหมือนพวกเขาจะชื่น ชอบ
สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังตัวเล็กชนิดนี้เป็นพิเศษ ทำท่าทำทางดีใจราวกับเจอของดี อะไรสักอย่าง ผมยืนอมยิ้ม
กับกุ๋ยหวนนึกไปคราวที่มาหาหอยทากจิ๋วกันใหม่ๆ ตอนนั้นยก โขยงมาหากันตั้งหกคน ต่างคนก็ไม่รู้ว่าหอย
ทากจิ๋วตัวเป็นๆ หน้าตาเป็นอย่างไรมีแต่รูป ภาพขาวดำที่ถ่ายจากกล้องไมโครสโคป จะเกาะหากินอยู่บริเวณ
ไหนของก้อนหินก็ยังไม่รู้ ต่างคนต่างมุ่งมั่นหวังเป็นคนแรกที่จะพบ ผลิกหินก็แล้ว ปีนไปหาสูงๆ ตั้งแต่ตีนเขา
จนถึง ยอดเขาก็แล้ว เกือบครึ่งวันก็ไม่มีใครหาเจอเลย จนในที่สุดก็มานั่งทอดน่องคุยหยอกล้อ อย่างสบาย
อารมณ์ผ่อนคลายคล้ายกับว่าจะเลิกหากัน นณณ์ปลีกตัวกลับไปหาใหม่อีก ครั้งที่เดิมๆ ไม่นานนักพวกเราก็เห็น
นณณ์โดดโหยงแสดงความดีใจเพราะว่าพบหอยทากจิ๋ว ที่หากันตั้งแต่เช้าเจอแล้ว ทีนี้พอเราเริ่มสังเกตเป็นว่า
มันควรจะอยู่ยังไงตำแหน่งไหนของหิน ก็เป็นเรื่องง่ายแล้ว สรุปทุกคนก็สามารถหาหอยทากจิ๋วได้ พอตอนเดิน
ลงจากเขาเราเห็น ป้ายๆ นึงเขียนไว้ว่า


ความคิดเห็นที่ 9

- ภายในถ้ำอันสวยงามของวัดแห่งนึง -

ทำร้ายฉันทำไม :

ใกล้เวลาที่แสงของวันเริ่มจะหมด กลุ่มพวกเราพากันเข้าไปถ่ายทำในถ้ำของวัดแห่ง หนึ่งซึ่งอยู่
ในกลุ่มของเขาพระพุทธบาทน้อยนี่เอง ทางเดินแคบๆ มีน้ำเฉอะแฉะเล็กน้อย ทอดยาวเข้าไปสู่ห้องโถงขนาด
ใหญ่ภายในเมื่อแหงนคอขึ้นมอง จะพบกับความสวยงาม อลังการของหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติบรรจงสร้าง
สรรค์ จุดนี้เราพบกับแมงป่องแส้ชนิด ไร้หาง(tailess whip scorpion) บ่วงโซ่อาหารชั้นราก มันกำลัง
เกาะนิ่งที่ผนังถ้ำรอให้ เหยื่อที่ตัวเล็กกว่าเข้ามาติดกับในขณะที่ตัวมันก็อาจจะถูกจ้องเล่นงานจากผู้ล่าที่ใหญ่
กว่า เช่นกัน เสียงบ่นงุบงิบของพี่น้อยหนึ่งในชาวบ้านในระแวกที่ตามมาสมทบทำให้ผมหยุดฟัง และสนใจ สิ่ง
ที่แกบ่นออกมาทำให้ผมทราบว่าถ้ำแห่งนี้เคยถูกเป็นที่ถ่ายทำละครดังทางทีวี มาก่อน ฟังแล้วดูน่าที่จะยินดีแต่
กลับทำให้พวกเราสลดใจเสียมากกว่า
ถ้ำอันสวยงามวิจิตรเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเป็นเขตอภัยทานอันบริสุทธิ์แม้แต่สิ่งยึด
เหนี่ยวจิตใจอันดีงามยังไม่สามารถยับยั้งการทำร้ายทำลายของกองถ่ายทำละครได้ เลย ป่าชุมชนทำผิดพลาด
อย่างมหันต์ที่ปล่อยให้กองถ่ายที่ไม่มีสำนึกเข้ามาใช้สถานที่ ฉากบางอย่างที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวไม่ได้รับการ
รื้นถอนอย่างดี ขยะพลาสติกเกลื่อนกลาด ปลอกกระสุนปลอมกระจายทั่วอยู่ตามพื้น ที่หนักและแย่ไปกว่านี้คือมี
การนำปูนซีเมนต์มา โบกเกาะตามผนังถ้ำเพื่อทำเป็นที่ยึดอะไรสักอย่าง คบไฟที่ดับมอดไปแล้วก็ยังอยู่ตรงนั้น
ทิ้งคราบเขม่าสีดำเป็นวงใหญ่หลายจุด และที่แย่สุดๆ คือมีการนำสกัดมากระเทาะผนังถ้ำ เพื่อความสมจริงใน
การถ่ายทำ นอกจะทำลายความงามของถ้ำโดยตรงแล้วผลกระทบ ในทางอ้อมที่มีต่อสิ่งมีชีวิตในถ้ำนี้ก็ยังมีอีก
เช่นกลิ่นฉุนของน้ำมันเชื้อเพลิงคบไฟที่มอดไป แล้วจะสร้างความรบกวนและไล่สัตว์ต่างๆ ไปเป็นต้น ทุกคนได้
แต่ยืนถอนหายใจทำอะไร มากไม่ได้ทำได้แค่หลังจากเดินออกไปแล้วก็หยิบเศษขยะออกไปด้วยคนละไม้คนละมือ
ความสวยงามที่สูญเสียไปแล้วยากที่จะเรียกกลับคืน คงเป็นอุทาหรณ์ให้กับชาวบ้าน และป่า
ชุมชนไปอีกนานถึงความเห็นแก่ตัวของกลุ่มนายทุนคนเมือง

2005-12-08 18:27:09


ความคิดเห็นที่ 10

- แมงป่องแส้ชนิดไม่มีหาง -


ความคิดเห็นที่ 11

- ตุ๊กแกตาเขียว -

ชีวิตที่ไม่น่าถูกลืม :

เราออกกันมาอยู่บริเวณลานวัดนอกถ้ำถ่ายทำบทสนทนาและบทบรรยายต่างๆ เสียง รบกวนรอบ
ข้างที่ไม่น่าพิสมัยของการถ่ายทำก็คือเสียงของรถสิบล้อที่ดังจนน่ารำคาญถึงแม้จะวิ่งผ่านไปนานโข ผมกับกุ๋ย
นั่งเชียร์นณณ์ที่เข้ากล้องอยู่ห่างๆ จนเป็นตะคริวรู้สึกไม่ไหว จึงชวนกันไปเดินเล่นแถวกำแพงวัด กุ๋ยเปิดแผ่นไม้
ที่พิงกับกำแพงแล้วก็เห็นจิ้งจกหน้าตา ไม่คุ้นสำหรับผมวิ่งหลบไปมา พี่น๊อตที่นั่งอยู่ทนไม่ไหวเช่นกันก็เข้ามา
ร่วมวงด้วย เจ้าจิ้งจก รูปร่างคล้ายกับจิ้งจกบ้านหางอ้วน (Gehyra mutilata) ที่มีสีเดียวทั้งตัวต่างกันตรงที่
ลายของ ตัวมันจะคล้ายกับสีเทาหม่นๆ ของหินปูนและมีสีดำเป็นประๆ กับจุดสีขาวกระจาย พี่น๊อต เฉลยว่ามัน
คือจิ้งจกหินลายกระ (Gehyra cf. fehlmanni) เจ้านี่ปราดเปรียววิ่งหลบหลีกดี มากยิ่งอยู่ใกล้กับพื้นจะมุด
ซอกดินซอกหินหายไปเลย และที่น่าสนใจยิ่งคือหากมันถูกจับตัว ได้มันจะมีวิธีการสลัดตัวให้หนังที่หุ้มบางๆ
ของตัวหลุดออกจนลื่นและดิ้นหนีไป
ไฟฉายหลายกระบอกเริ่มทำงานเมื่อความมืดเข้าปกคลุม ทีมงานสารคดีตื่นตาตื่นใจ กับฝูง
ตุ๊กแกตาเขียว (Gekko siamensis) ที่ออกจากที่ซ่อนมาหากินกันหลายตัวซึ่งมันจะอยู่ แถวๆ บริเวณปากถ้ำ
นอกจากนี้ก็ยังพบตุ๊กแกบ้าน (Gekko gecko) อาศัยอยู่ในวงที่กว้างออก ไปร่วมอยู่ด้วย ผมนึกสงสัยว่าตุ๊กแก
ในประเทศไทยมีทั้งหมดกี่ชนิด นณณ์ก็เลยอธิบา>ย คร่าวๆ ให้ฟังว่าเมื่อกี้ที่เห็นนั่นสองชนิดแล้วนะ มีอีกสอง
ชนิดพบอาศัยทางใต้เรียกว่า ตุ๊กแกสีเทา (G. smithi) และ ตุ๊กแกลายจุดคู่ (G. monarchus) ถ้าแถวๆ ภาค
ตะวันออก เฉียงเหนือก็จะมีตุ๊กแกเขาหินทราย (G. petricolus) ยังมีอีกชนิดนึงที่พบแถวทางภาค ตะวันตก
ซึ่งยังทำการบรรยายอนุกรมวิธานไม่เสร็จก็เลยยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ (Gekko sp.) ตุ๊กแกชนิดที่
หกนี้มีจุดเด่นคือดวงตาที่มีสีแดง ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มที่ผมกลัวในรูปร่างก็ตามแต่ก็หวังว่าอยากจะ
เห็นตัวเป็นๆ ในธรรมชาติทั้งหกชนิด
หลังจากถ่ายทำเรื่องตุ๊กแกตาเขียวเสร็จราวๆ สามทุ่มได้ พวกเราก็ต้องขึ้นรถไป ต่อกันอีกนณณ์
บอกว่าเดี๋ยวเราจะไปดูตุ๊กกายหางขาว (Cyrtodactylus chanhomeae) กัน กุ๋ยยังเสริมอีกว่าเคยไปมา
แล้วตอนกลางคืนบรรยากาศน่ากลัวมากเพราะสถานที่เป็นวัดมีถ้ำแล้วก็แถวๆ นั้นจะมีสถูปและโกฐใส่กระดูกคน
ตายอยู่มากมาย และก็ยังเคยเจอของ(ไม่)ดีที่ ไม่ใช่คนอีกด้วย จะอะไรก็แล้วแต่พอเปิดประตูรถปุ๊ปเสียงลม
กรรโชกที่โหมเข้าใส่ใบไม้ซู่ซ่า ไอเย็นยะเยือกที่มากระทบผิวกายมันช่างวังเวงเหน็บหนาวชวนขนลุก ผมรีบ
ประนณมือขอ พรพระและเจ้าป่าเจ้าเขาบอกว่าเรามาดี เบื้องหน้าที่เห็นเป็นภูเขาหินปูนขนาดย่อมบริเวณ รอบ
ด้านโดนระเบิดไปแล้วเหมือนกับที่อื่นๆ ตรงกลางมีปากถ้ำสองปากที่ทะลุเข้าหากัน พี่น๊อตพาเดินลุยไปยังปาก
ถ้ำและก็ต้องหยุดงงกับวัตถุกระจุกสีเหลืองคล้ายเทียนไขกองอยู่กับพื้นใครสักคนพูดลอยข้ามบ่ามาบอกว่ามัน
เป็นขนุนดินพรรณไม้ในสกุล Balanoplora ที่มีช่อดอกคล้ายกับขนุนที่กินได้แต่อยู่ตามพื้นเลยเรียกขนุนดิน
นั่นเอง เราจะเรียกไม้ชนิดนี้ ว่าเป็น "กาฝาก" ก็ได้ เพราะมันใช้รากของมันแทรกเข้าไปในรากของไม้ใหญ่ราก
ที่แทรก เข้าไปจะเรียกว่า "รากเบียน"
เดินเข้าไปในถ้ำอีกไม่เท่าไหร่ก็เจอกับตุ๊กกายหางขาวเกาะหัวทิ่มลงพื้นหลบอยู่หลังซอก
หินตรงบริเวณใกล้ๆ กับพื้นถ้ำ เจ้าสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายกับตุ๊กแกแต่มีเท้าที่ไม่มีผังผืด ยึดเกาะขนาดใหญ่เท่า ไม่
สามารถปีนป่ายผนังเรียบๆ หรือเพดานได้อย่างตุ๊กแก โดดเด่น ด้วยลวดลายที่สวยงามและหางที่มีสีขาวมันถูก
ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นเกียรติแก่อาจารย์ลาวัณย์ จันทร์โฮม แห่งสถานเสาวภาผู้ซึ่งอุทิศตนในการศึกษา
สัตว์เลื้อยคลานในประเทศ ไทยอย่างจริงจัง สัตว์เหล่านี้น่าเสียดายเพราะตอนแรกเจ้ากลุ่มตุ๊กกาย
(Cyrtodactylus) ถูกบรรจุอยู่ในกลุ่มเดียวกับตุ๊กแก (Gekko) จึงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในบัญชีรายชื่อทั้ง
หมด แต่พอแยกย่อยออกมาเป็นกลุ่ม Cyrtodactylus โดดๆ ก็เลยหลุดโผสัตว์ป่าคุ้มครองไปเสีย ทั้งกลุ่ม เจ้า
ตุ๊กแกตาเขียวก็เหมือนกันพอแยกย่อยชนิดจาก G. Smithi กลับหลุดโผอย่างไม่ น่าให้อภัย ถึงกระจุกเขาแหล่ง
นี้จะไม่ถูกระเบิด แต่การที่ถูกหลงลืมก็เป็นช่องทางให้นักค้า สัตว์ป่าได้เช่นกัน

2005-12-08 18:13:35


ความคิดเห็นที่ 12

- ขนุนดิน -


ความคิดเห็นที่ 13

- ตุ๊กกายหางขาว -


ความคิดเห็นที่ 14

- จิ้งจกดินแถบดำ -

ปิดกล้อง :

พอเข้าไปสำรวจลึกในถ้ำเราก็ยังพบกับการทำร้ายถ้ำจากกองถ่ายละครตามมาหลอกหลอนอีก
พี่น้อยรวบรวมขยะได้เป็นกองใหญ่ก่อนหอบเอาไปทิ้ง พอถ่ายทำสารคดีข้างในถ้ำ เสร็จก็มาจบการถ่ายทำทั้ง
หมดที่ปากถ้ำโดยทำทีเหมือนกับว่าพวกเราสำรวจเสร็จและเดินออกมา...... ทีมงานสารคดีส่งสัญญาณปิดกล้อง
กุ๋ยยิ้มฟันขาวรีบชวนผมไปดูของดีที่อยู่นอกถ้ำทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง และผลิกโอ่งดิน เผยให้เห็น
จิ้งจกตัวสีเหลืองอ๋อยน่ารักพร้อมบอกว่านี่คือจิ้งจกดินแถบดำ (Dixonius melanostictus) จิ้งจกที่การปีน
ป่ายผนังเรียบไม่เก่งจะหากินตามพื้นดิน ถ้าตอนตัวเล็กๆ แถบสีดำจะคาดยาวมาตั้งแต่ปากจนถึงโคนหางแต่พอ
โตขึ้นแถบสีดำจะจางลงในบริเวณโคนหาง นี่ก็เป็นหนึ่งในสามชนิดของจิ้งจกดินที่พบในประเทศไทย ตอนนี้
ผมรู้จักแล้วสอง ชนิดคือเจ้าแถบดำตัวนี้กับจิ้งจกดินสยาม (D. siamensis) เหลืออีกชนิดเดียวคือ จิ้งจกดิน
หางสีส้ม (D. hangseesom) ตัวที่อยู่ตามเขาหินปูนแถวจังหวัดกาญจนบุรี กุ๋ยยังแถมท้ายอีกเซ็งๆ ว่าไอ้
เจ้านี่ก็หลุดโผสัตว์คุ้มครองเหมือนกันหลังจากที่ทำการแยกย่อยชนิด

2005-12-09 11:52:25


ความคิดเห็นที่ 15

- พี่น๊อตนักวิชาการประมง -

ออกอากาศ :

เวลาเที่ยงคืนพอดิบพอดีเราจับมือลาทีมงานสารคดีและผู้ร่วมงานคนอื่นๆ อีก วันหนึ่งตอนหัวค่ำ
ผมก็มานั่งสบายอารมณ์อยู่หน้าทีวีในบ้าน ฉากในละครเรื่องนึงที่พ่อกำ ลังดูอยู่ดูคุ้นตาผมมาก ผมหัวเราะออก
มาดังๆ ในที่สุดผมก็มารู้แล้วว่าทีมละครหลังข่าว เรื่องนี้เองที่เข้าไปถ่ายทำและทำลายความสวยงามของถ้ำใน
กลุ่มเขาพระพุทธบาทน้อย ทำละครออกมาได้สนุกมันส์น่าติดตามพระเอกหล่อนางเอกสวยตัวประกอบเยี่ยมแต่
จิตสำนึกต่อธรรมชาติไม่มี ผมเลยบรรยายสรรพคุณต่างๆ นาๆ ของละครเรื่องนี้ให้พ่อฟังจนเขา รำคาญและ
ปิดทีวีเดินขึ้นไปนอน ก็อย่างน้อยๆ ที่เป็นเรื่องราวที่ผมได้ถ่ายทอดให้คนอื่น ได้รู้ได้ฟัง

สำหรับชีวิตสังคมเขาหินปูนนั้นเท่าที่ยกมาเป็นแค่ส่วนน้อยนิด ส่วนเล็กๆ เท่านั้นเอง
ยังมีสัตว์อีกมากมายที่เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น(endemic) ที่ผมเองยังศึกษาและยังรู้จักไม่จบ ไม่สิ้น คิดดีแล้วหรือ
ที่ลืมพวกเขา คิดดีแล้วหรือที่จะทำลายพวกเขา คิดดีแล้วหรือที่จะ แย่งถิ่นอาศัยของเขาไป ผมไม่ได้ตั้งใจจะมา
เรียกร้องอะไร ไม่ได้ชวนไปประท้วง แค่อยาก จะให้นึกถึงใจเขาใจเรา บ้านใครใครก็รัก บ้านใครใครก็หวง
อยากให้นึกถึงทุกๆ ชีวิต คิดถึงสังคมหนึ่งที่อยู่ร่วมโลกกับเรา



จากใจ ♥

ไอ้ลูกทุ่ง

2005-12-08 18:25:56
2005-12-09 11:54:12


ความคิดเห็นที่ 16

รสจ้าด เจ้มจ้น กลมกล่อม ดีจังกึม!
ภาพสวยงาม ข้อมูลแน่นเปรี๊ยะ..!!

สงสัยนิดนึงอ่ะ?

ทำไม?เจ้าลายหินกระ ต้องติด ซีเอฟ ด้วยอ่ะ?

แล้วไอ้ที่กูไปทิ้งท้าย ไว้ใน#๑๔ ว่า"กุ๋ยยังแถมท้ายอีกเซ็งๆ ว่าไอ้เจ้านี่ก็หลุดโผสัตว์คุ้มครองเหมือนกันหลังจากที่ทำการแยกย่อยชนิด" <<< หมายความว่างัยฟระ? งงงงง่ะ?
หมายความว่า มันหลุดออกมาในระดับชนิด หรือเปล่าวะ?
จริงๆแล้ว ไอ้กลุ่มจิ้งจกดิน ก็ไม่ได้ร้บการคุ้มครองทั้งสกุล เลยนะ
(เมื่อก่อน เคยได้รับการคุ้มครองทั้งสกุล แต่ปัจจุบัน หลุดการคุ้มครองทั้งสกุล(ทั้งสามชนิด)เลยว่ะ)
นี่กูงงไปเองป่าววะเนี่ย? แสรดดดด?? -_-'

อ้อ...ขอบอกคนอ่าน คนอื่นๆ ว่า..

..ไอ้ละคร ทีวีไร้มารยาทและความรับผิดชอบ(ที่ถูกกล่าวถึง)..คือ
..ละครเรื่องที่มีน้องพิ้งกี้(น่ารัก)ถือปืนไปมา น่ะแหล่ะ...ไม่น่าเลยน้อง?..
..เฮ้อออ...ไม่รู้จะด่าใครดีว่ะ??

เด็กชายกุ๋ย [ 2005-12-13 13:11:08 ]


ความคิดเห็นที่ 17

เออ...กูจะถามหลายที่แล้วไอ้ cf มันคืออะไร ตอนถามชื่อวิทย์ตัวอะไรวะจำไม่ได้แล้วพี่น๊อตยังยกมาทั้งดุ้นติด cf ด้วย และชื่อที่มีอยู่ในมือมันก็มี cf ด้วยดิ หรือของมึงไม่มี ถ้าผิดอันนี้จะลบออก เหอๆๆๆ

จิ้งจกดินตอนแรกมันเป็น Phyllodactylus แล้วก็แยกเป็น Dixonuis มันก็เลยหลุดไง ใช่ป่ะความหมายเป็นเช่นนี้ กูเข้าใจถูกมั๊ยเนี่ย หรือต้องบอกว่าพอเปลี่ยนชื่อสกุลเลยหลุดโผ


ความคิดเห็นที่ 18

1. แจ่มๆๆ ว่ะ ขอปรบมือ แปะๆๆๆๆๆๆ

2. มึงใส่ tag PRE อ่ะ เลยทำให้การแสดงผลมันออกมาแปลกๆ (แต่ถ้าตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบนี้ก็ขออภัยเด้อ)

3. ขอถามเรื่อง "ตุ๊กแก" หน่อยดิ่ ว่า... ตุ๊กแกมันหล่นจากเพดานเพราะอะไรวะ? ตีนมันยึดเกาะไม่ดีกับผนังเรียบๆใช่ป่ะ? ตุ๊กแกที่ว่านี่มัน เป็นตุ๊กแกตัวสี เทาๆดำๆ ไม่ใช่ตัวสีชมพูลายจุดนะ ดีที่มันหล่นลงมาข้างๆตัว ไม่ได้หล่นลงมาเกาะที่หลังคอ (เพราะว่ากำลังก้มหน้าก้มตาแปรงฟันตอนเช้าอ่ะ) ถามอีกหน่อย ถ้าเกิดว่ามันลงมาพอที่ตัวคนเนี่ย มันจะกัดเปล่าวะ? ธรรมชาติแล้วมันชอบกัดหรือเปล่า? หรือว่าเป็นสัตว์รักสงบ

4. ถ้าเกิดมันกัด แล้ววิธีไล่ตุ๊กแกที่ถูก ต้องทำยังไง? เพราะว่ามีอยู่คืนนึง ตุ๊กแกมันมาเกาะอยู่ตรงประตูมุ้งลวด จ้องจะกินแมลงอยู่ กูจะไล่ก็ไม่กล้า กลัวมันโดดงับเอา เลยได้แต่เอาไฟฉายส่อง รอจนกว่ามันรำคาญ คลานหนีไปเอง แต่ถ้ามันไม่กัดทีหลังจะได้ตะเพิดไปเลย



ปล.
ใช่ไอ้เรื่องที่เป็นภาคต่ออ๊ะเป่าวะ? ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่เคยสนใจจะดูเลยว่ะ

ปล.อีกที
"สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม" โว้ยกุ๋ย ถ้าไม่มีใครเห็นคุณค่าของสัตว์พวกนี้ วันนึงมันก็ต้องสูญพันธุ์ พวกมึงทำหน้าที่ได้ดีมากๆแล้วว่ะ

อูยยยย ซึ้งตัวเองจัง

ต่อย [ 2005-12-13 21:08:56 ]


ความคิดเห็นที่ 19

1. แต๊งๆๆๆ

2. ตั้งใจหว่ะ ทำยากฉิบหาย กว่าจะโพสส่วนตัวหนังสือเสร็จทำเอาท้อเหมือนกัน ก็กลัวพวกใช้หมาไฟอ่านเป็นพรืดอีกแหล่ะ ช่องแสดงผลก็แค๊บ แคบบบบ เลยออกมาชุ่ยๆ อย่างเนี๊ยะ กรั่กๆๆๆ อีกอย่างไม่ได้โพสนานแม่งลืมไปเยอะเลย หุหุหุ

3. ที่มันหล่นมันก็เหมือนจิ้งจกแหล่ะ แม๊...ต้องมีพลาดกันบ้างหน่ะนะที่เค้าพูดกันไง "สี่เท้ายังรู้พลาด..."
ตุ๊กแกบ้าน Gekko gecko มีชนิดเดียวแต่แสดงสีอารมณ์ได้หลายแบบว่ะเราเลยอาจคิดว่ามันมีหลายชนิด ส่วนใหญ่แล้วที่เจอมันจะหนีคนเสียมากกว่านะ ยกเว้นพวกแก่ๆ ตัวใหญ่ๆ พวกนี้สู้หว่ะ (อี๋....นึกแล้วสยอง) เรื่องกัดคิดว่าไม่หนักหนาหว่ะมีวิธีแกะออกแบบง่ายๆ ด้วยแต่ต้องให้คนช่วยโดยการนำไม้มา สอดตรงกรามมันแล้วค่อยๆ ดันเข้าหากรามให้มันกางออกแล้วก็จะหลุด ถ้าหากว่าเราดึงออกตรงๆ เลือดอาจสาดได้เพราะตุ๊กแกจะมีฟันเล็กๆ คมๆ เยอะมาก อันนี้เห็นมาสดๆ เลยถามไอ้กุ๋ยดูก็ได้ กร๊ากกกกกกก

ปล. ถูกต้องแล้วคร๊าบบบบบบ


ความคิดเห็นที่ 20

โห กัดด้วยเหรอวะนี่ สงสัยเวลาพี่แกมาขวางหน้านี่คงต้องพูดว่า "ขออัญเชิญหลีกทางด้วยนะคร๊าบบบ พี่คร๊าบบ ขอร้องนะคร๊าบบบ" ไม่ได้มีตัวเดียวซะด้วยดิ่ แค่ในห้องน้ำก็ปาเข้าไป หกถึงเจ็ดตัวแว้วอ่ะ


"เรื่องกัดคิดว่าไม่หนักหนาหว่ะมีวิธีแกะออกแบบง่ายๆ ด้วยแต่ต้องให้คนช่วยโดยการนำไม้มา สอดตรงกรามมันแล้วค่อยๆ ดันเข้าหากรามให้มันกางออกแล้วก็จะหลุด ถ้าหากว่าเราดึงออกตรงๆ เลือดอาจสาดได้เพราะตุ๊กแกจะมีฟันเล็กๆ คมๆ เยอะมาก"

นี่วิธีง่ายๆของมึงเหรอวะเนี่ย อ่านแล้วยังกะโดน "เห็บป่า" กัดอ่ะ มีคนเล่าให้ฟังว่า ถ้าโดนเห็บป่ากัดต้องใช้ไม้งัดย้อนศรอ่ะ ถ้าดึงตรงๆนี่เขี้ยวจะหัก ฝังใน ทีนี้ต้องส่งโรงพยาบาลเลย ผ่าออกสถานเดียว เคยมีคนโดนกัดแล้วรู้สึกว่าจะแพ้ หรือว่ามันมีพิษก็ไม่รู้ อักเสบซะ เป็นหนองด้วยหรือไงนี่แหละ แถมยังร้ายกว่าตุ๊กแกตรงที่ เห็บป่าตั้งใจทิ้งตัวลงมาเลย ถ้ามีสัตว์เดินผ่าน (อี๋....นึกแล้วสยอง (ยืมหน่อยนะ)) ยังไงถ้าเข้าป่าก็ระวังหน่อยนะ (เขาเล่ามานะ ไม่รู้จริงเปล่า? แต่คิดว่าถ้าระวังไว้ก็ไม่เสียหายอ่ะนะ)

ต่อย [ 2005-12-13 22:15:32 ]


ความคิดเห็นที่ 21

ไอ้พวกที่ติด ซีเอฟ cf. ที่กูเข้าใจ ก็ประมาณว่า....มันจะหมายความว่า...

เจ้าจิ้งจกหินลายกระ(Gehyra cf. fehlmanni) ตัวนี้ มันมีลักษณะใกล้เคียงกับ เจ้าจิ้งจกหินลายกระ(Gehyra fehlmanni) มากๆ เหลือเกิน แต่ก็ยังมีความแตกต่างให้สังเกตเห็นอยู่บ้าง จนไม่อาจมั่นใจได้ว่า มันจะเป็นชนิดนั้นจริงๆ มันอาจจะเป็นชนิดใหม่ ก็ได้..ยังไงก็ต้องนำตัวอย่างนั้น มาพิจารณา พิสูจน์ อย่างละเอียดอีกทีนึง ว่า จะเป็นชนิดใหม่หรือไม่?

ซึ่ง เจ้าจิ้งจกหินลายกระ ตัวนี้ในเขตสระบุรีนี้ เคยตกเป็นผู้ต้องสงสัย มาก่อนว่า น่าจะ เป็นชนิดใหม่
แต่พี่น๊อต ก็ได้นำไปพิสูจน์ ให้หายสงสัยไปแล้วว่า แท้ที่จริงแล้ว เจ้าจิ้งจกหินลายกระ ที่นี่ ก็คือ เจ้าจิ้งจกหินลายกระ(Gehyra fehlmanni) นั่นเอง

ฉะนั้น กูว่า ในเมื่อเรารู้อยู่แล้ว ว่า มันคือ เจ้าลายกระ(Gehyra fehlmanni)อยู่แล้ว พี่น๊อตเองก็ยืนยันแล้ว ก็ไม่น่าจะติด cf. แล้วนะ...


ตอบข้อ ๓ น้าต่อย...
ปกติแล้ว พวกจิ้งจก ตุ๊กแก มักไม่ค่อยจะพลาด หล่นตุ่บ ลงมาให้เห็นง่ายๆนัก
คนโบราณ ถึงมัก ทักกันว่าต้อง "ซวย" แน่ๆ ที่ได้เห็น..จิ้งจก/ตุ๊กแก ร่วงตกลงต่อหน้าต่อตา น่ะ ^_^
ก็อย่างที่ไอ้ท่อกบอกน่ะแหล่ะ แม้ว่าตุ่มเส้นยึดติดล้านๆ เส้นใต้ตีนมัน จะถูกออกแบบมาอย่างดีในการปีนป่ายพื้นผิวเรียบๆ แต่ มันก็ต้องมีพลาดกันบ้างดิ..ใช่มะ?

จากที่เคยนั่งเฝ้าสังเกต มักจะเห็นว่า มันจะร่วงหล่น หรือ พลาด หล่น ลงมา ก็ต่อเมื่อ มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากเกินไป เช่น การกระโดด กระโจน พุ่ง เข้างับเหยื่อ(แมลง) พอมันกระโจนพุ่งไป เมื่อตัวมันลอยจากเพดานมันก็จะพ่ายแพ้กับแรงโน้มถ่วงของโลก ว่ะ ก็เลยพลาดท่า หล่นตุ่บ มาอย่างที่มึงเห็น!!
อีกกรณีนึง ก็คือ มันดันคลานไต่ไปเจอพื้นผิว ที่มันเกาะไม่ติดจริงๆ เป็นผงฝุ่น แป้ง หรือพื้นผิวเปียกๆ บางทีมันก็ร่วงได้เหมือนกัน
อีกกรณีนึง ก็คือ มันตกใจ และ ทิ้งตัวลงมา เพื่อหลบหนี ศัตรู
อีกกรณีนึง ก็คือ มันใกล้จะตาย หมดแรงยึดเกาะ น่ะแหล่ะ...^0^'

ถ้านอกเหนือจากเงื่อนไขพวกนี้ กูฝากมึงสังเกตดูให้ด้วยแล้วกันว่า มันร่วงมาได้ยังไงนะเพื่อน?

แล้วถ้ามันร่วงมาใส่คน มันจะกัดรึเปล่า?
กูว่ามันไม่กัดนะ ...
เพราะมันจะกัด ก็ต่อเมื่อ มันรู้สึกว่า มันกำลังโดนทำร้าย หรือ ว่ามันตกใจมากๆน่ะ

ทีนี้ ถ้าถูกมันกัด ถ้าเป็นตุ๊กแกบ้าน มักจะงับติด คือไม่ปล่อยง่ายๆ ไอ้ท่อก ก็บอกวิธีแก้ไขให้แล้ว...
แต่กรณีงับติดนี่ จะโดนก็ต่อเมื่อ มึงเอามือไปตะปบจับมัน หรือ เอามือไปเท้าโดนมัน ทับมัน นั่นแหล่ะ
นอกนั้น โอกาสที่จะโดนมันกัดติดน่ะ ยากมากๆๆ ว่ะ...สบายใจได้ ไม่ต้องกลัวนะ


ส่วนวิธีไล่ตุ๊กแก อย่างถูกต้อง ทำไง?
มึงก็ไล่เหมือนหมา เหมือนแมว ที่มึงไล่น่ะแหล่ะ? ใช้ไม้ไล่เคาะๆๆ ที่ผนังบ้าน เค้าก็วิ่งหนีหางจุกตูดแล่ว...
วิธีที่มึงใช้(ไฟฉายส่องให้รำคาญ) นี่ก็น่ารักดีว่ะ หุๆๆ นับถือในความพยายาม.... ^.^'

แต่ถ้าจะไล่แบบไม่อนุญาตให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ....ก็ไม่ยาก....
คือ พวกจิ้งจก ตุ๊กแก เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ค่อนข้างไว ต่อสารเคมี มากๆ ฉะนั้น จึงเป็นเหมือนดัชนี ที่บ่งบอกว่า ที่ที่มันอยู่อาศัยนี้ปลอดภัยหรือไม่ แค่ไหน? ถ้าบ้านใคร มีตุ๊กแกอยู่ เจ้าของบ้านก็สบายใจได้เลยว่า บ้านนั้นปลอดภัยไร้สารพิษ แถมยังจะมีตุ๊กแก คอยกำจัดแมลงสาบ(ที่มึงไม่ชอบขี้หน้า) ด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างดีที่สุดอีกด้วย (กูว่า มึงน่าจะเลี้ยงตุ๊กแกไว้นะ น้าต่อย..อย่าไปไล่เค้าเลยว่ะ) จริงๆ นะ...ตุ๊กแกเป็นสัตว์ที่คอยควบคุมประชากรแมลงสาบในบ้านได้อย่างดีที่สุดเลยหล่ะว่ะ...

แต่ถ้ามึงจะไล่เค้าจริงๆ มึงก็ลองใช้ผ้าชุบน้ำมัน หรือ น้ำยาล้างห้องน้ำ สารเคมี สารระเหย อะไรก็ได้(ลองดู) แขวนไว้ตามซอก หลืบ ที่มันชอบหลบซ่อนอยู่ มันก็จะหนีไปเอง ชัวร์...(ได้ผลยังไงบอกด้วยนะ)
หรือ ทาสีบ้านใหม่ มันก็จะหนีไปเอง..แต่พอกลิ่นสีบ้านหมด มันก็จะกลับมาอีกอยู่ดีน่ะแหล่ะ....

หรือถ้าต้องการความรวดเร็ว ก็จับเค้าออกไปซะ? ถ้าไม่กล้าก็ใช้ไม้ทำบ่วงคล้องคอ จับเค้าไปปล่อยซะ?
หรือถ้าจะโหดหน่อย ก็ใช้ ยาฉุน ใส่ปลายไม้ แล้วยื่นไปให้ตุ๊กแกงับ เดี๋ยวเค้าก็จะเมาร่วงหล่นตุ่บ ลงมาให้มึงเก็บไปปล่อยไกลๆ ได้อย่างง่ายดาย....
หรือ ถ้าวิธีฆ่าให้ตาย กูไม่แนะนำและไม่ขอพูดถึงว่ะ โอเค๊?
2005-12-14 02:53:41

เด็กชายกุ๋ย [ 2005-12-13 22:35:05 ]


ความคิดเห็นที่ 22

ที่ต้องใช้ไฟฉายส่องเพราะว่าเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เกิดเสียงอ่ะ เพราะว่าตอนนั้นกูอยู่ที่วัด (9-12 ธค.ที่ผ่านมา) บ่ได้อยู่บ้าน แล้วก็ไม่ได้กะจะไล่ให้ไปไหนหรอก แค่ให้หลีกทางหน่อยเท่านั้นเอง

ยิ่งเรื่องฆ่าให้ตายไม่ต้องพูดถึง ที่วัดมีอุปกรณ์อยู่อันนึง ไม่รู้มึงเคยเห็นเปล่า หน้าตาเหมือนสะพานไม้อันเล็กๆ ยาวซักประมาณ สามเท่าของล้อรถ กว้างประมาณฟุตนึง วางไว้เป็นคู่ตามถนน ตอนแรกก็งงว่ามันเอาไว้ทำอะไร ครูบา (พระ) ท่านก็บอกว่า เอาไว้วางพาดกับทางเดินของมด ให้มดเดินลอดไป เพื่อที่ว่าเวลารถวิ่งผ่าน จะได้วิ่งผ่านบนไอ้เจ้าสะพานไม้ที่ว่า มดจะได้ไม่โดนรถทับตาย เสียดาย ไม่มีกล้องถ่ายรูป ไม่งั้นคงถ่ายมาให้ดู รวมทั้งรูปตุ๊กแก้เจ้าปัญหา ที่เวลากลางคืนชอบทำเสียงเหมือนคนเดินขึ้นกุฏิ หรือเสียงคน(หรือเปล่า?)เคาะประตูให้ต๊กกะใจเล่น


อีกอย่างนึง "ร่วง" ว่ะกุ๋ย ไม่ใช่ "ล่วง" ที่แปลว่า "ผ่าน" อย่าง อดีตก็ล่วงไปแล้ว เป็นต้น (เป็นเถา เป็นกอ ไม่นับ)

ล่วง
to go beyond (a limit), to pass, to trespass, to transgress = ล่วงล้ำ; past (the stipulated time);(of time) to elapse; to infringe (one's right), to violate, to break (the law, a contract) = ล่วงละเมิด

ร่วง
(of a tooth, a fruit) to drop off, to fall

จาก ThaiSoftware Dictionary 3.0

คุยกะพวกนักวิชาการนี่ต้องมีอ้างอิงกะเขามั่ง อิอิ

ต่อย [ 2005-12-14 01:00:55 ]


ความคิดเห็นที่ 23

ขอบคุณครับอาจารย์ ... -_- !

( แหม! แอบ ไปหา ข้อมูลอ้างอิง มาเพิ่ม หรออาจารย์..หุๆๆ เค้ารู้นะ)
2005-12-14 02:55:35

เด็กชายกุ๋ย [ 2005-12-14 01:09:35 ]


ความคิดเห็นที่ 24

Oh....Shittttt..

When i see this page on XP computer it's very bad word paragraph.
But on my computer w2k ie 6.0 sp1 it's look well.

Yedd keee..`!!!

T o k Yo [ 2005-12-14 10:05:46 ]


ความคิดเห็นที่ 25

ดีดี

nu_bank [ 2005-12-18 11:34:02 ]

EOF



EE43 : กระทู้ : รวมรูป : เนื้อหา บทความ : บทบรรณาธิการ : รายชื่อ : check mail ee43 : ดูจิต ด้วยความรู้สึกตัว
Hosted by : PaweeDeveloped by Zarawut EE 43
Links : Saranair.com